
โตโยต้าแนะนำที่สุดของยนตรกรรมระดับผู้นำ Toyota Alphard 3.5 VIP, Alphard 2.5 Hybrid และ Vellfire 2.5 รุ่นปรับโฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “MY VISION MY DECISION”
โตโยต้านำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู Toyota Alphard อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2009 เพื่อเป็นรถยนต์โดยสารสำหรับบุคคลระดับชั้นนำ ด้วยการใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียด ทั้งภายในและภายนอกอย่างประณีต ซึ่งผ่านการทดสอบคุณภาพรถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ต่อมาในปี 2015 ได้แนะนำ Alphard เจนเนอเรชั่นที่ 3 ประกอบด้วยรุ่น Alphard 3.5 VIP และ Alphard 2.5 Hybrid พร้อมทั้งแนะนำ Toyota Vellfire 2.5 เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราที่มาพร้อมความสปอร์ต

Alphard และ Vellfire รุ่นปรับโฉมใหม่ สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น และความสะดวกสบายครบครัน มาพร้อมชุดแต่งสเกิร์ตด้านหน้าและด้านหลัง อุปกรณ์บริหารหลังแบบไฟฟ้า กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี อีกทั้งระบบ T-connect Telematics ยิ่งไปกว่านั้นยังมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าด้วยการขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะถึง 100,000 กม. หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน นอกจากนี้ Alphard รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 Hybrid ยังมาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี

สำหรับรุ่น Alphard 3.5 VIP มาพร้อมขุมพลังใหม่ V6 24วาล์ว DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Direct Shift เพื่อสมรรถนะเต็มกำลังและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในรุ่น Vellfire 2.5 ยังได้เพิ่มสีใหม่ Steel Bronze Metallic เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

รายละเอียดอุปกรณ์ใหม่ใน Alphard และ Vellfire
ภายนอก
- กระจังหน้าโครเมียมใหม่
- ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights และไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบ Sequential
- ไฟตัดหมอก
- ชุดไฟท้ายแบบ LED
- ล้ออัลลอยลายใหม่
- ป้ายติดกระจกหลัง “OFFICIALLY AUTHORIZED BY TOYOTA MOTOR THAILAND CO. LTD.” และ “10-YEAR HYBRID BATTERY GUARANTEE”






ภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ภายในตัวรถ สีมาตรวัดความเร็ว และการตกแต่งของลายเบาะหนัง* (เฉพาะรุ่น 5 VIP)
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger
- ไฟอ่านหนังสือบริเวณเบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1
- เบาะนั่งแบบ Seat Ventilator & Heater บริเวณเบาะนั่งคู่หน้าและเพิ่มระบบบริหารหลังไฟฟ้า Air Lumba Pro ในอัลฟาร์ด 2.5 ไฮบริด และเวลไฟร์ 2.5
- กล่องรับสัญญาณดิจิตัลทีวี





ระบบความปลอดภัย
- ไฟตัดหมอกด้านหลัง
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
- กระจกมองหลังแบบดิจิตอล (Digital Rear View Mirror) พร้อมฟังก์ชั่นตัดแสงอัตโนมัติ (EC Mirror)

ระบบ T-Connect Telematics เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์
- FIND MY CAR เช็คตำแหน่งรถผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch
- STOLEN VEHICLE TRACKING ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม
- SOS EMERGENCY SERVICE ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี)
- PARKING ALERT ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่
- PAY AS YOU DRIVE ประกัน “ขับน้อย จ่ายน้อย” ข้อเสนอการคุ้มครองสุดพิเศษให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง (สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น)
- MY TOYOTA WI-FI เชื่อมต่อความบันเทิงพร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ (ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ)
- NAVIGATOR ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร
- OPS (OPERATOR SERVICE) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจองร้านค้าชั้นนำ

Alphard และ Vellfire รุ่นปรับโฉมใหม่ มีสีตัวถังให้เลือกดังนี้ Steel Bronze Metallic (ใหม่) / White Pearl Crystal, Burning Black ใน Vellfire และ White Pearl Crystal, Luxury White Pearl Crystal, Black ใน Alphard) ราคารถยนต์ดังนี้
- Vellfire 2.5 ราคา 3,809,000 บาท
- Alphard 2.5 Hybrid ราคา 3,939,000 บาท
- Alphard 3.5 VIP ราคา 5,429,000 บาท

ร่วมสัมผัส Toyota Alphard และ Vellfire รุ่นปรับโฉมใหม่ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ที่ อิมแพ็คชาเลนเลนเจอร์ เมืองทองธานี และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมโตโยต้า 473 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.toyota.co.th/model/Alphard หรือ www.facebook.com/toyotamotor.th/














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=NMrF-vSnc43tzQQyvjAPOA&_nc_tpa=Q5bMBQIhwYVSNxVcOYd5l0JA7_M3JkT8uLExGzp-zJLNs7ycNKaynTiqS3azqhxVopKuG-bb6mNT59O0&oh=00_AQKwsKEWKhChx2dXacrWHOTHVl9ai_Gl6dAIY69DNk737Q&oe=6A98350A)



