Mercedes GLE 63 และ GLS 63 เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ปรับปรุงใหม่ ผลักดันให้รถ SUV ขนาดใหญ่ทั้งสองรุ่นก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งสมรรถนะระดับรถสปอร์ต…
Mercedes-AMG GLE 63 และ GLS 63 ปี 2027 โดย Stuart Milne 15 มิถุนายน 2026
ยุค 1980 เป็นทศวรรษแห่งความฟุ่มเฟือยอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นยุคที่คำว่าพอไม่มีอยู่จริง และผู้บริโภคต่างเรียกร้องสิ่งต่างๆ มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นไปอีก แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปจนถึงปัจจุบันและทุกอย่างดูมีความซับซ้อนและมีระดับมากขึ้น แต่เมื่อพูดถึงรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง (Performance SUVs) ที่ทรงพลังที่สุด สิ่งต่างๆ กลับเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะว่า Mercedes-AMG GLE 63 S และพี่ใหญ่ทรงพลังอย่าง Mercedes-AMG GLS 63 ต่างได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นใช้หัวใจดวงเดียวกัน นั่นคือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ผ่านการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด

เครื่องยนต์บล็อกนี้มาพร้อมกับชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ใหม่และปรับเปลี่ยนชุดเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและให้การตอบสนองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการเพิ่มพละกำลังแรงม้าให้มากขึ้นเมื่อคุณกดคันเร่ง แต่ตัวเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบมาให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงในขณะที่ทำเช่นนั้น ทาง Mercedes ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขอัตราประหยัดที่แน่ชัด แต่ในรุ่นปัจจุบัน GLE 63 และ GLS 63 มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 22.5 MPG (ประมาณ 9.5 กม./ลิตร) และ 21.1 MPG (ประมาณ 8.9 กม./ลิตร) ตามลำดับ ซึ่งในระดับนี้ ตัวเลขที่ประหยัดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าช่วยได้มากแล้ว
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยี Mild-hybrid (ไฮบริดขนาดเล็ก) ซึ่งช่วยเสริมกำลังเพิ่มอีก 23 BHP (แรงม้า) และแรงบิด 151 lb ft (205 Nm (แรงบิด)) ทำให้อัตราพละกำลังรวมสูงสุดอยู่ที่ 603 BHP (แรงม้า) และแรงบิด 630 lb ft (854 Nm (แรงบิด)) โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงให้ประหยัดขึ้นอีกนิด และช่วยเติมเต็มช่องว่างในการส่งกำลังของเครื่องยนต์ เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น
ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการของ Mercedes รุ่น GLE 63 S ทั้งในรูปแบบตัวถัง SUV และ Coupé SUV (เอสยูวีท้ายลาด) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-62 ไมล์/ชม. (0-100 กม./ชม.) ได้ภายในเวลา 3.9 วินาที ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง GLS สามารถทำได้ภายใน 4.2 วินาที โดยทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 174 ไมล์/ชม. (280 กม./ชม.) นั่นหมายความว่า GLE จะช้ากว่า Range Rover Sport SV อยู่เล็กน้อย แต่ GLS นั้นวิ่งได้เร็วกว่า Range Rover SV รุ่นใหญ่ และจัดเป็นหนึ่งในรถยนต์ 7 ที่นั่ง (Seven Seaters) ขนาดใหญ่ที่เร็วที่สุดในตลาดที่ยังคงมีจำหน่ายอยู่

รถยนต์ทั้งสองรุ่นจะติดตั้งโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ ระบบช่วงล่างหลากหลายการตั้งค่าเพื่อมอบการขับขี่ที่สปอร์ตหรือนุ่มนวล และเทคโนโลยีที่ช่วยลดการโคลงของตัวถังให้เกือบเป็นศูนย์ โดยรุ่น GLS 63 จะมาพร้อมกับระบบ ช่วงล่างด้านหลังแบบปรับระดับอัตโนมัติ (Self-levelling rear suspension) เพื่อให้มั่นใจว่าตัวรถ SUV จะรักษาความขนานกับพื้นผิวถนนไม่ว่าจะบรรทุกสัมภาระหนักแค่ไหนก็ตาม (อย่าลืมว่านี่คือรถ SUV ขนาด 7 ที่นั่งที่กว้างขวางมาก)
มีความเป็นไปได้สูงที่ GLS 63 รถ SUV หรู (Luxury SUV) คันนี้จะมาพร้อมกับระบบที่คอยตรวจจับและสแกนสภาพพื้นผิวถนนด้านล่างล่วงหน้า 1,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อปรับแต่งระบบช่วงล่างให้เหมาะสม มอบการขับขี่ที่สะดวกสบายและนุ่มนวลที่สุด
นอกเหนือจากการตกแต่งภายนอกและภายในเฉพาะตัวตามสไตล์ AMG แล้ว ทั้งสองรุ่นยังได้รับชุดอัปเดตแบบเดียวกับ Mercedes GLE รุ่นปรับโฉม (Facelift) และ GLS รุ่นปรับปรุงใหม่ ไฮไลต์สำคัญคือการนำหน้าจอ Superscreen มาใช้งาน ซึ่งเป็นหน้าจอแสดงผล 3 จอที่รวมอยู่ภายใต้กระจกผืนเดียวกันทอดยาวตลอดแนวคอนโซลหน้า ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ล่าสุดของ Mercedes ที่นำเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาใช้เพื่อเพิ่มความง่ายและสะดวกในการใช้งาน แต่คาดว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่จะสนใจการกลับมาของปุ่มควบคุมแบบกดจริงบนพวงมาลัย มากกว่าระบบสัมผัสที่น่าหงุดหงิดในรุ่นก่อนหน้า
ยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีการปรับราคาขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นปัจจุบันเมื่อ GLE 63 และ GLS 63 รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ออกวางจำหน่ายในช่วงปลายปี ซึ่งนั่นหมายความว่า GLE 63 น่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ £145,000 ปอนด์ (ประมาณ 6,345,000 บาท) และ GLS 63 เริ่มต้นที่ £160,000 ปอนด์ (ประมาณ 7,002,000 บาท)
บทสรุป ( Summary)
สงคราม SUV สมรรถนะสูงระดับหรูระเบิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ Mercedes-AMG ส่ง GLE 63 S และ GLS 63 รุ่นปรับปรุงใหม่ลงสู้ศึกด้วยขุมพลัง V8 พ่วงระบบ Mild-hybrid 603 แรงม้า การฟันธงในครั้งนี้ชัดเจนว่า Mercedes-AMG GLE 63 S (รวมถึงรุ่น Coupé) ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัว อัตราเร่งที่ดุดัน 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ท้าชนโดยตรงกับ Range Rover Sport SV ขณะที่พี่ใหญ่เจ็ดที่นั่งอย่าง Mercedes-AMG GLS 63 คือคำตอบสูงสุดของครอบครัวสายหรูที่ต้องการความเร็วระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถทำความเร็วเฉือนชนะ Range Rover SV รุ่นท็อปได้อย่างน่าทึ่งบนทางตรง
การเปรียบเทียบรายหมวดหมู่ (Key Categories)
อัตราสิ้นเปลืองในโลกความเป็นจริง (Real-World Efficiency)
- Mercedes-AMG GLE 63: รุ่นเดิมทำได้ 22.5 MPG (ประมาณ 9.5 กม./ลิตร) รุ่นใหม่ปรับปรุงเทอร์โบและชิ้นส่วนภายใน คาดว่าจะทำได้ประหยัดกว่าเดิมเล็กน้อย
- Mercedes-AMG GLS 63: รุ่นเดิมทำได้ 21.1 MPG (ประมาณ 8.9 กม./ลิตร) ได้รับการติดตั้งระบบ Mild-hybrid ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในขณะขับขี่ทั่วไป
- คู่แข่ง (Range Rover SV / Sport SV): อัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกันในกลุ่มเครื่องยนต์สมรรถนะสูง แต่ Mercedes มีแนวโน้มได้เปรียบขึ้นจากการปรับแต่งวิศวกรรมภายในเครื่องยนต์รอบล่าสุด
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes-AMG GLE 63 S (เนื่องจากขนาดตัวถังที่เล็กกว่าและได้อานิสงส์จากการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้มีตัวเลขอัตราประหยัดต่อน้ำหนักดีที่สุดในกลุ่ม)
สมรรถนะเครื่องยนต์ (Performance)
- Mercedes-AMG GLE 63 S: เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับ Mild-hybrid ให้กำลังรวม 603 HP (แรงม้า) แรงบิด 854 Nm (แรงบิด) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กม./ชม.
- Mercedes-AMG GLS 63: ใช้ขุมพลังเดียวกัน 603 HP (แรงม้า) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กม./ชม.
- Range Rover Sport SV: ทำอัตราเร่งได้เร็วกว่า GLE 63 S เล็กน้อย
- Range Rover SV: ทำอัตราเร่งและมีความเร็วทางตรงช้ากว่า GLS 63
- 🏆 ผู้ชนะด้าน SUV ขนาดกลาง: Range Rover Sport SV / 🏆 ผู้ชนะด้าน SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง: Mercedes-AMG GLS 63
ความอเนกประสงค์และพื้นที่เก็บสัมภาระ (Practicality)
- Mercedes-AMG GLE 63 S: มีตัวถังให้เลือกทั้งแบบ SUV มาตรฐาน และ Coupé SUV ท้ายลาด พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางตามมาตรฐานรถครอบครัว 5 ที่นั่ง
- Mercedes-AMG GLS 63: พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ รองรับผู้โดยสารแบบ 7 ที่นั่งเต็มพิกัด พร้อมระบบช่วงล่างหลังปรับระดับอัตโนมัติรักษาความสูงตัวรถเมื่อบรรทุกหนัก
- Range Rover SV: รถยนต์หรูขนาดใหญ่ แต่ไม่มีตัวเลือกเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่งที่เน้นความเร็วระดับนี้
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes-AMG GLS 63 (ชนะขาดลอยด้วยความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์)
ฟีลลิงการขับขี่และการเซ็ตติ้งช่วงล่าง (Ride & Handling)
- Mercedes-AMG GLE 63 S & GLS 63: ติดตั้งเทคโนโลยีต่อต้านการโคลงของตัวถัง (Anti-roll tech) ทำให้ตัวรถนิ่งและเสถียรในย่านความเร็วสูง
- Mercedes-AMG GLS 63: เพิ่มความเหนือชั้นด้วยระบบสแกนสภาพถนนล่วงหน้า 1,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อปรับระดับความนุ่มนวลของช่วงล่างให้เข้ากับพื้นผิวโดยอัตโนมัติ
- ระบบควบคุม: เปลี่ยนจากปุ่มสัมผัสบนพวงมาลัยที่ใช้งานยากในรุ่นเดิม กลับมาใช้ปุ่มกดจริง (Physical controls) ช่วยให้การควบคุมโหมดขับขี่แม่นยำยิ่งขึ้นขณะเดินทาง
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes-AMG GLS 63 (ได้เปรียบด้วยระบบล้ำสมัยที่ผสานทั้งระบบสแกนถนนและระบบปรับระดับอัตโนมัติเข้าด้วยกัน)














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=2a2brFQV9NAQ7kNvwEAZ4ZH&_nc_oc=Adp2H4nSm0tc1rFpkgGOEwyPNheSh9uaZ__aVhJAWDaDOdhDpHuG5_WgeGYzhNS5GytPYXVlr14CiHLTBXzB06FU&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=Z_aNkXDAbOT36t1EVAUPIQ&_nc_tpa=Q5bMBQI7NB8TFm4fglCunAmGdeI_a7nVTISFZzGKw74xrs6YRHtLiV1ileEv681z2BHhi3GFdlaUFqDf&oh=00_AQJEdvlBU6s9OHem5Zg6LQINBisg8MZOrBOutqUYGFUu1A&oe=6AA16F8A)



