มอเตอร์ อิมเมจ เปิดตัว Subaru Outback รุ่นปรับโฉม Minorchange ในงาน Subaru Thailand Palm Challenge 2018 นำเสนอประสบการณ์การตอบสนองในการขับขี่อันดีเยี่ยม รูปลักษณ์ใหม่ ตลอดจนความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ พร้อมจำหน่ายทันทีในราคาค่าตัว 2,512,000 บาท
Subaru Outback ปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวในปี 2015 การปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดมีการเปลี่ยนชนหน้า เปลี่ยนกระจังหน้าเป็นแบบหกเหลี่ยม ช่วยให้รถมีรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งทรงพลัง มาพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ที่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งส่งผลให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น
Subaru Outback ใหม่ นำเข้ามาขายในไทย 1 รุ่น รหัส 2.5 i-S มาพร้อมไฟหน้า LED เลนส์โปรเจคเตอร์ ประกบคู่กับไฟเดยไทม์ รันนิ่ง ไลท์ LED รูปทรงตัว C ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ไฟตัดหมอกหลัง หลังคาซันรูฟไฟฟ้า สปอยเลอร์หลังคา แร็คหลังคา และท่อไอเสียคู่
มิติตัวรถยาว 4,820 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,675 มม. ระยะฐานล้อ 2,745 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 213 มม. ถังน้ำมันจุ 60 ลิตร
Outback 2.5 i-S ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน BOXER ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT เครื่องยนต์สูบนอนของ Outback ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยไดชาร์จรุ่นใหม่ซึ่งช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีน้ำหนักเบาลงถึง 8%
ระบบเกียร์ CVT และการตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไวขึ้น ช่วยให้อัตราการเร่งดีขึ้น ได้ความรู้สึกแบบรถสปอร์ต การเปลี่ยนโซ่สายพานส่งกำลังให้มีความละเอียดยิ่งขึ้นส่งผลให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์สู่ห้องโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณ 3% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน
ความโดดเด่นของ Subaru Outback ใหม่คือระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับ ประกอบด้วย ระบบ STABLE X-Ride เพื่อการขับขี่ที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น การบังคับพวงมาลัยที่ดียิ่งขึ้น และการสั่นสะเทือนของตัวถังที่น้อยลง ระบบ X-MODE ช่วยให้ควบคุมเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพสำหรับขับขี่เส้นทางออฟโรด ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive (S-AWD) และระบบเบรคทำให้การขับขี่ปลอดภัยในทุกสภาพถนน
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน โดดเด่นด้วยระบบสาระบันเทิงระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่หน้าจอ 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และเข้าถึงแอพพลิเคชั่นยอดนิยมในปัจจุบันผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ความสามารถด้าน Voice Recognition จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรี ส่งผลให้ไม่รบกวนต่อการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคน
ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ เบาะนั่งเป็นวัสดุหนังสีดำ ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ เบาะหลังแยกพับอิสระ 60 : 40 ปรับเอนได้ มีที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง
ออปชันภายในได้แก่ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระ Dual Zone, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, เบรกมือไฟฟ้า, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมแพดเดิลชิฟท์และครูสคอนโทรล, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID และระบบเสียง Harman Kardon
ความปลอดภัยยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญในรถยนต์ซูบารุทุกรุ่น Outback 2.5 i-S มีระบบไฟหน้าแบบปรับทิศทางอัตโนมัติตามพวงมาลัย (Steering Responsive Headlights)ช่วยให้ลำแสงไฟหน้าเคลื่อนที่ไปตามทิศทางของการหักพวงมาลัยรถ เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในยามค่ำคืน ทัศนวิสัยในจุดบอดด้านหน้ายังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนล่างของกระจังหน้า และกระจกข้างซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้เมื่อขับขี่ในพื้นที่แคบ
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานของ Outback 2.5 i-S มีดังนี้ ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบเบรก ABS แบบ 4-Sensor / 4-Channel, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบป้องกันคันเร่งค้าง Brake Override System, ระบบควบคุมแรงบิด Active Torque Vectoring, ระบบควบคุมการทรงตัว VDC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา Blind Spot Monitoring, ไฟเบรกฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน, กล้องมองภาพขณะถอยจอด และเซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง
Subaru Outback มาพร้อมสีใหม่ 3 สี ประกอบด้วยสีเขียวเมทัลลิก (Wilderness Green Metallic) สีแดงมุก (Crimson Red Pearl) และสีน้ำตาลมุก (Oak Brown Pearl) ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://sites.subaru.asia/th/th/home/ หรือ www.facebook.com/ILOVESUBARU
Gallery























![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=lD7Zz0f81KMQ7kNvwFu3nxZ&_nc_oc=AdoR26UPcjbKHmMn5VjEvycPBjhvokHJhtd9_KN9NZh24NIR4_mhj7em5lgsLdL61x9gHc-BT3bNRzBijWWwzGBg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=QnTVU8ziD1zv45zvIfIfew&_nc_tpa=Q5bMBQKuNllnjBLhlCc1uTrvhxHchwUV3piBBwgy1WD0nSH9K5BQPT4coVdydymnZnkR7JJy1gNQ5adC&oh=00_AQFLi7ZyiGcDU3u7FmdeTv-jWCufZCKwZhgP4SgYyjNtLw&oe=6A963ACA)



