• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[Track Test] ลองเทคโนโลยี Eyesight พร้อมจัดหนักในสนาม กับ Subaru Forester

What Car? Team by What Car? Team
August 15, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

            หากจะพูดถึงแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อลือชาในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยแล้วล่ะก็ เราเชื่อว่า Subaru น่าจะเป็นค่ายที่หลายๆ คนคิดถึงเป็นอันดับแรก ค่ายนี้เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ หลายอย่าง รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ล้ำเกินหน้าเกินตาคู่แข่ง ซึ่ง Eyesight คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่สร้างชื่อให้กับค่ายดาวลูกไก่ จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 30 ปีก่อน พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มันได้บรรจุอยู่ใน Forester เจนเนอเรชั่นล่าสุดแล้วเรียบร้อย

            ปัจจุบัน Subaru Forester มีขายในไทย 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย Forester 2.0 i-L รุ่นเริ่มต้น, Forester 2.0 i-S และรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด Forester 2.0 i-S Eyesight เป็นรุ่นท็อป เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี Eyesight นั้นเจ๋งจริง ซูบารุ ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรม Subaru Ultimate Test Drive ขึ้นที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทำความรู้จักและลองใช้เทคโนโลยีช่วยขับนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับทดสอบสมรรถนะของ Forester อย่างเต็มรูปแบบ จากที่เคยลองขับ Forester 2.0 i-S ไปแล้วบนถนนจริง วันนี้เราจะได้ลองสมรรถนะเต็มๆ ของรถในสถานีต่างๆ ที่ท้าทายและตื่นเต้นยิ่งขึ้น

Eyesight ดวงตาอีกคู่ของรถยนต์

            ก่อนที่จะไปหวดในสนาม เรามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Eyesight กันก่อนสักหน่อยดีกว่า Eyesight เป็นเทคโนโลยีที่มีแนวคิดตามชื่อของมันเลยคือ มี “ดวงตา” อีกคู่สำหรับคอยมองถนน ดวงตาที่ว่านี้คือกล้องสเตอริโอ 2 ตัวติดตั้งอยู่บริเวณกระจกมองหลัง กล้องนี้จับภาพเป็นภาพสีสามมิติ มีความละเอียดสูงและแม่นยำ ความสามารถของมันไม่ธรรมดา สามารถตรวจจับคนรถยนต์ เดินเท้า จักรยาน ได้ในระยะ 110 เมตร

            เทคโนโลยี Eyesight ประกอบด้วยฟังก์ชั่นสำคัญ ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control, ระบบเบรกอัตโนมัติล่วงหน้าก่อนการชน Pre-Collision Braking System, ระบบเตือนการออกนอกเลนและเตือนเมื่อรถส่าย Lane Sway and Departure Warning, ระบบเตือนรถด้านหน้าออกตัว Lead Vehicle Start Alert และ ระบบควบคุมคันเร่งป้องกันการชน Pre-Collision Throttle Management ซึ่งวันนี้เราจะได้ทดสอบ 2 ระบบแรกกันในสนาม

            เริ่มทดสอบระบบ Adaptive Cruise Control ด้วยการขับเรียงแถวตามคันหน้า กดเซ็ตความเร็วไว้ที่ 30 กม./ชม. กดเว้นระยะห่างจากคันหน้าไว้ปานกลาง ความพิเศษของ Adaptive Cruise Control ในรถคันนี้ คือสามารถตั้งค่าล็อกความเร็วได้ตั้งแต่รถหยุดนิ่ง ซึ่งปกติแล้วเราจะทำได้ต่อเมื่อรถวิ่งอยู่ ซึ่งตรงนี้ดีมากๆ เมื่อตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้วก็แค่ปล่อยเบรก แตะคันเร่งเล็กน้อย จากนั้นรถจะเคลื่อนตัวตามคันหน้าและรักษาระยะห่างไว้โดยอัตโนมัติ ถ้าเกิดรถคันหน้าออกตัวไปแล้วและเราไม่กดคันเร่ง ระบบจะส่งเสียงเตือนเพื่อแจ้งให้ออกตัวตาม ระบบสามารถเร่งและเบรกได้อย่างนุ่มนวล เมื่อคันหน้าเบรกจนหยุดนิ่ง ระบบก็จะสั่งให้รถของเบรกตามจนหยุดนิ่งด้วยเช่นกันโดยที่เท้าไม่ต้องแตะแป้นเบรกเลย

 

            ระบบ Adaptive Cruise Control ของ Forester สามารถตั้งความเร็วได้สูงสุด 180 กม./ชม. ข้อจำกัดของระบบนี้ก็คือ Eyesight ต้องตรวจเจอรถด้านหน้าได้อย่างชัดเจนถึงจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นหากขับรถในที่ที่ฝนตกหนัก หมอกลงจัด หรือปล่อยให้กระจกหน้าตรงบริเวณกล้องไม่สะอาด ระบบอาจจะทำงานคลาดเคลื่อนได้

            ต่อมาเป็นสถานีทดสอบระบบเบรกอัตโนมัติล่วงหน้าก่อนการชน Pre-Collision Braking System ระบบนี้ถือเป็นไฮไลท์และช่วยลดอุบัติเหตุได้ดีที่สุด เมื่อกล้อง Eyesight ตรวจพบว่ามีวัตถุหรือรถคันหน้าที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะส่งเสียงพร้อมไฟกระพริบเตือนก่อน หากผู้ขับยังไม่เบรก ระบบจะเบรกให้เองโดยอัตโนมัติ เราทดลองปล่อยคันเร่งให้รถไหลเข้าสิ่งกีดขวางและไม่กดเบรก ระบบส่งเสียงเตือน ก่อนจะค่อยๆ เบรกให้อย่างนุ่มนวลจนรถหยุดนิ่ง ซูบารุบอกว่าในความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ระบบจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 100% หากเกินกว่านั้นอาจจะเบรกไม่พ้นแต่ก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ในระดับนึง

            อย่างไรก็ตามระบบ Pre-Collision Braking System จะทำงานเพียง 3 ครั้งเท่านั้นต่อการสตาร์ทเครื่องยนต์ 1 ครั้ง ต้องดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่เพื่อเป็นการรีเซ็ตระบบ ที่เป็นแบบนี้ซูบารุให้เหตุผลว่า ผู้ขับที่ปล่อยให้ระบบเบรกทำงานถึง 3 ครั้งหมายถึงผู้ขับคนนั้นไม่มีความพร้อมในการขับรถ ประมาณว่าควรนอนพักเถอะ ซึ่งตามปกติแล้วคงไม่มีใครปล่อยให้เกิดเหตุฉุกเฉินถึง 3 ครั้งอยู่แล้ว

            สำหรับระบบที่เหลือแม้จะไม่ได้ทดสอบแต่เราจะอธิบายรายละเอียดให้ฟัง ระบบเตือนการออกนอกเลนและเตือนเมื่อรถส่าย Lane Sway and Departure Warning ก็เหมือนกับระบบของรถอื่นๆ ทั่วไป หากกล้อง Eyesight ตรวจจับได้ว่ารถกำลังส่ายไปมาหรือถลำออกนอกเลน ระบบจะส่งเสียงและไฟสัญญาณเตือนเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นมีแรงสั่นที่พวงมาลัยหรือดึงพวงมาลัยกลับเข้าเลนให้โดยอัตโนมัติ

            ส่วนระบบ Pre-Collision Throttle Management ก็คือระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ไม่ให้ออกตัว เมื่อกล้อง Eyesight ตรวจจับได้ว่ามีวัตถุหรือกำแพงอยู่หน้ารถ แต่ผู้ขับเข้าเกียร์ D และเหยียบคันเร่งเดินหน้า ระบบจะส่งเสียงและไฟสัญญาณเตือนกระพริบที่หน้าจอ พร้อมกับตัดกำลังเครื่องยนต์ไม่ให้ออกตัวเพื่อลดการชนด้านหน้า

            อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี Eyesight ก็มีข้อจำกัดบางอย่างคือมันจะมองไม่เห็นวัตถุที่มีความสูงไม่เกิน 1 เมตรหากวัตุนั้นอยู่ใกล้หน้ารถ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังจะออกตัวแล้วมีสุนัขยืนอยู่ติดกันชนหน้ารถ กล้อง Eyesight จะมองไม่เห็นเพราะตรงนั้นเป็นมุมอับ และรถอาจจะไม่เตือนใดๆ เลย แต่ถ้าสุนัขตัวนั้นยืนอยู่ไกลออกไป กล้องตรวจเจอแน่นอน

            นอกจากเทคโนโลยี Eyesight แล้ว Forester 2.0 i-S Eyesight ยังมีฟังก์ชั่นความปลอดภัยอีกหลายรายการที่เพิ่มเข้ามา อาทิ จอแสดงมุมมองภาพด้านข้าง ระบบเตือนมุมอับสายตา และเซ็นเซอร์เตือนขณะถอยหลัง ซึ่งอุปกรณ์ที่อัพเกรดขึ้นมาจากรุ่น 2.0 i-S ถือว่าตอบโจทย์มากๆ กับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูง

จัดหนักในสเตชั่น

            หลังจากจบการทดสอบเทคโนโลยี Eyesight แล้ว ต่อไปคือการทดสอบสมรรถนะของ Forester อย่างเต็มรูปแบบ ขุมพลังที่ประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรงคือเครื่องเบนซิน Boxer 4 สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร อีกหนึ่งความโดดเด่นก็คือ Subaru Global Platform ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับได้อย่างเห็นผล

            เริ่มต้นในภาคที่สองด้วยการทดสอบอัตราเร่ง เข้าเกียร์ D เหยียบคันเร่งจนสุด Forester พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล เกียร์ CVT ลากรอบเครื่องสูงพร้อมกับความเร็วที่ค่อยๆ ไต่ละดับขึ้น อัตราเร่งและแรงดึงของรถไม่ได้หนักหน่วงมาก ยังคงยืนพื้นที่ความนุ่มนวลเป็นหลัก ด้วยระยะทางที่ไม่ยาวมากเราจึงยังเหยียบไม่ถึง 100 กม./ชม. แต่ก็ได้รู้จักนิสัยของรถพอประมาณ

            หลังจากอัดทางตรงมาก็จะเจอโค้งขวา ตรงนี้ให้ยกคันเร่งเลี้ยงไลน์เข้าโค้ง ความที่ใช้อยู่ที่ 60 กม./ชม. การตอบสนองของช่วงล่างและพวงมาลัยถือว่าดีใช้ได้เลย ออกโค้งมาจะเป็นสถานีทดสอบ Subaru Global Platform บนพื้นจะมีลูกระนาดเล็กๆ วางสลับซ้าย-ขวา ตรงนี้ให้เราขับรูดไปเลยเพื่อดูอาการของรถ ซึ่ง Forester สามารถดูดซับแรงสะเทือนได้ดีมาก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. รถสามารถรูดผ่านไปได้โดยไม่สะเทือนมากนัก พวงมาลัยนิ่ง ตัวถังนิ่งไม่โยกไป-มา นี่คือจุดเด่นของ Subaru Global Platform ที่ซูบารุเคลมว่าดูดซับแรงสะเทือนได้มากกว่า Forester รุ่นก่อนหน้าถึง 40% และลดกรสั่นโคลงได้มากกว่า 50%

            ออกจากสถานีทดสอบ Subaru Global Platform จะเจอโค้งขวาแล้วก็เป็นทางตรงยาว ตรงนี้เราเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นมาที่ 70-80 กม./ชม. เมื่อมาถึงเส้นก็กระทืบแป้นเบรกจนสุดเพื่อให้ ABS ทำงาน จากความเร็วระดับนั้นระยะเบรกที่เกิดขึ้นค่อนข้างสั้น ขณะเบรกตัวรถก็ก็นิ่ง ไม่ส่าย ท้ายไม่สะบัด ไม่เสียการควบคุม ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อเจอสถานการณ์คับขันเบรกของ Forester เอาอยู่แน่นอน

            ต่อจากสถานีทดสอบ ABS จะเจอโค้งขวาและซ้ายอีก 3 โค้ง เลี้ยงความเร็วไว้ที่ 60-80 กม./ชม. ด้วยความที่ Forester มีระบบ Active Torque Vectoring หรือระบบกระจายแรงบิดขณะเข้าโค้ง การเข้าโค้งต่างๆ ให้ความรู้สึกมั่นใจ มีอาการอันเดอร์สเตียร์นิดๆ ตามปกติของรถขับสี่แต่ก็ยังมีการยึดเกาะที่ดีในทุกโค้งแม้จะเป็นรถยกสูง อาการโยรที่ความเร็วระดับนี้ไม่มากจนเกินไป หน้ารถตอบสนองกับการหักพวงมาลัยอย่างแม่นยำ โดยรวมถือว่าเป็นรถที่มี Handling ดีมากๆ คันนึงเลย

            ต่อมาเป็นการขับวนเป็นวงกลมบนพื้นผิวเปียกโดยใช้ความเร็ว 30-40 กม./ชม. เพื่อทดสอบการยึดเกาะและการตอบสนองของช่วงล่าง Forester ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ระบบช่วยต่างๆ ร่วมกันทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้รถลื่นไถล ซึ่งตรงนี้เราไม่พบอาการท้ายปัดเลย รถอยู่ในการควบคุมและยึดเกาะพื้นถนนได้ดี หากหน้าดื้อก็ยกคันเร่งเล็กน้อยจะช่วยให้บังคับพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น

            ต่อมาเป็นการทดสอบ Lane Change เปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็ว 60 กม./ชม. Forester ยังคงตอบสนองได้ดีแม้ว่าพวงมาลัยจะไม่ไวและคมเท่าพวกรถสปอร์ตแต่ที่ความเร็วนี้ก็สามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่เสียการควบคุม

           ปิดท้ายการทดสอบด้วยสถานี Slalom ขับซิกแซกซ้าย-ขวาดูการตอบสนองของพวงมาลัยและช่วงล่าง ด้วยจุดเด่นของเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร และระบบ Active Torque Vectoring ทำให้การขับรถยกสูงอย่าง Forester ซิกแซกหลบสิ่งกิ่งขวางทำได้อย่างไม่ยากเย็น มันเป็นรถที่ควบคุมง่าย เฉียบคม อาการโยนมีไม่มาก ช่วงล่างตอบสนองดี ทั้งหมดนี้คือความมั่นใจที่จะช่วยให้การขับขี่จริงบนท้องถนนมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

สรุปความน่าใช้

            หลังจากที่ลองขับทั้ง On Road และ On Track แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าจุดเด่นทั้ง 4 อย่างของ Forester เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่ประกอบด้วย เทคโนโลยีช่วยขับขี่ Eyesight, เครื่องยนต์ Boxer สูบนอน, Subaru Global Platform และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ทำให้เอสยูวีคันนี้โดดเด่นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันมากแค่ไหน เรื่องความปลอดภัยซูบารุถือเป็นผู้นำอยู่แล้วด้วยเทคโนโลยี Eyesight ที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้จริง ขณะที่เรื่องการขับขี่ก็ต้องยอมรับเลยว่าทำได้ดีทั้งการยึดเกาะบนพื้นเปียก การรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เราประทับใจมาก การบังคับควบคุมขณะเข้าโค้ง รวมถึงประสิทธิภาพการเบรก นี่คือเอสยูวีที่ดีเยี่ยมรอบด้าน หากคุณต้องการรถที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ที่ดีและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน Forester 2.0 i-S Eyesight นี่แหละที่คุณควรมองหา

ราคารวมอุปกรณ์เสริม

  • Subaru Forester 2.0i-L ราคา 1,330,000 บาท
  • Subaru Forester 2.0i-S ราคา 1,380,000 บาท
  • Subaru Forester 2.0i-S Eyesight ราคา 1,450,000 บาท

ดูสเปก Subaru Forester ได้ที่ http://bit.ly/2FZbguL

อ่าน First Drive Subaru Forester ได้ที่ http://bit.ly/2I6RhJz

ขอขอบคุณ บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

Gallery

 

1 of 40
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

 

 

Tags: EyesightForesterreviewSUBARUTest driveTrack Test

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.