Rolls-Royce Spectre Series II คือการปรับโฉมและอัปเกรดครั้งสำคัญของซูเปอร์คูเป้ไฟฟ้า 100% ระดับแฟล็กชิพของแบรนด์ โดยเน้นย้ำการพัฒนาใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ วิศวกรรมระบบขับเคลื่อน, นวัตกรรมวัสดุ Bespoke, และ ภาพลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้นในรุ่น Black Badge
ปรับปรุงอะไรบ้างในรุ่นนี้
- ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้น 18%: วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 390 ไมล์ (628 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) จากเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ใหม่
- ชาร์จเร็วขึ้น 14%: ลดระยะเวลาในการประจุไฟลงอย่างมีนัยสำคัญ
- สมรรถนะที่สูงขึ้น:
- รุ่นมาตรฐาน: พลัง 442 kW แรงบิด 1,015 Nm
- รุ่น Black Badge (ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ RR): ปลดล็อกพลังสูงสุด 500 kW ใน Infinity Mode และแรงบิดมหาศาล 1,100 Nm ใน Spirited Mode









นวัตกรรมงานดีไซน์และวัสดุ Bespoke ใหม่
- Duality Twill: ผ้าเรยอนจากไม้ไผ่ที่ใช้เวลาทำ 25 ชั่วโมง ปักด้ายกว่า 2.6 ล้านฝีเข็ม ยาวกว่า 10 ไมล์
- Placed Perforation: เบาะหนังเจาะรูไล่ระดับ 3 ขนาด รวม 78,138 รู สร้างลวดลายก้อนเมฆใต้แสงจันทร์
- Brindled Walnut: งานไม้ลายเสือที่ผสมผสานไม้จากต้นที่ไม่ให้ผลและใยยูคาลิปตัส เคลือบแล็กเกอร์ผสมผงกระจกให้มิติระยิบระยับใต้พื้นผิว
- Illuminated Fascia & Clock Cabinet: แผงไฟเอฟเฟกต์หมอกดาว 8,108 พิกเซล และตู้กระจกแสดงนาฬิกาดีไซน์การบินคู่กับหุ่น Spirit of Ecstasy สแตนเลสสตีล




อัตลักษณ์ใหม่ของ Black Badge Spectre Series II
- Iced Black Detailing: เปลี่ยนชิ้นส่วนโครเมียมรอบคัน (ยกเว้นแกนกระจังหน้า) ให้เป็นผิวซาตินมาร์ตสีดำด้าน
- New 23-inch Wheelset: ล้อ 7 ก้านดีไซน์เปิดโล่งโชว์คาลิปเปอร์เบรก มาพร้อมออปชันสี Iced Matte Black ขัดเงาขอบด้วยเทคโนโลยีเคลือบแก้ว
- Spectre เป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ Rolls-Royce ทั่วโลกในปี 2025
- พฤติกรรมเจ้าของรถ: มักเป็นรถคันที่ 2 ในบ้านที่มีรถเฉลี่ย 7 คัน แต่ถูกนำมาใช้งานเป็น Daily Driver (รถขับในชีวิตประจำวัน) มากขึ้น โดยมักขับคนเดียว ขับเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัว และชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก ขัดกับภาพลักษณ์รถยนต์ลีมูซีนที่มีคนขับรถแบบดั้งเดิม
ตารางสเปก Rolls-Royce Spectre Series II
| หัวข้อข้อมูลจำเพาะ | Spectre Series II (รุ่นมาตรฐาน) | Black Badge Spectre Series II |
| ระบบขับเคลื่อน | พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) | พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) |
| กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์) | 442 kW | 500 kW (เมื่อเปิด Infinity Mode) |
| แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) | 1,015 Nm | 1,100 Nm (เมื่อเปิด Spirited Mode) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP) | 362 – 390 ไมล์ (approx. 582 – 628 กม.) | 359 – 390 ไมล์ (approx. 578 – 628 กม.) |
| อัตราการบริโภคพลังงาน | 2.9 – 3.1 mi/kWh (21.7 – 20.2 kWh/100km) | 2.9 – 3.1 mi/kWh (21.8 – 20.2 kWh/100km) |
| การปล่อยไอเสีย ($CO_2$) | 0 g/km | 0 g/km |
| ประสิทธิภาพการชาร์จ | ความเร็วการชาร์จเร็วขึ้นสูงสุด 14% (เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน) | ความเร็วการชาร์จเร็วขึ้นสูงสุด 14% (เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน) |
| ขนาดล้อมาตรฐาน | ล้อฟอร์จอัลลอยขนาด 23 นิ้ว ดีไซน์ Multi-spoke | ล้อขนาด 23 นิ้ว ดีไซน์ 7 ก้านเปิดโล่ง (สี Iced Matte Black) |
| ชุดแต่งภายนอกเด่น | ตัวถังฟาสต์แบ็ค, สีใหม่ Ethereal Blue | ชุดแต่งโครเมียมรมดำด้าน Iced Black Exterior Detailing |
| ไฮไลต์ห้องโดยสาร | ผ้าใยไผ่ Duality Twill, เบาะเจาะรูลายก้อนเมฆ Placed Perforation, ไม้ Brindled Walnut ผสมผงกระจก | แผงไฟแดชบอร์ดลวดลายหมอกดาว 8,108 พิกเซล, ตู้กระจกนาฬิกาพร้อมหุ่น Spirit of Ecstasy เรืองแสง |
| ระดับเสียงรบกวนภายนอก | 65 dB(A) | — |
หากเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน (Spectre รุ่นปี 2022) Rolls-Royce Spectre Series II ได้รับการยกระดับอย่างก้าวกระโดดในหลาย ๆ ด้าน โดยสามารถสรุปความแตกต่างและฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ได้ดังนี้
1. สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน (Drivetrain & Performance)
- ระยะทางการขับขี่ไกลขึ้น: รุ่น Series II มีการพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้นสูงสุดถึง 18% โดยทำระยะทางได้สูงสุด 390 ไมล์ (628 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน WLTP (ขณะที่รุ่นก่อนหน้าในสภาพการใช้งานจริงจะอยู่ราว ๆ 245–255 ไมล์)
- แรงบิดที่สูงขึ้นชวนหวาดเสียว: แรงบิดเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,015 นิวตันเมตร เป็น 1,100 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งาน Spirited Mode
- ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น: ระบบจัดการพลังงานใหม่ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ลงสูงสุดถึง 14%
- ความทรงพลังขั้นสุดในรุ่น Black Badge: เมื่อเปิด Infinity Mode ในรุ่น Black Badge Series II จะสามารถปลดล็อกพละกำลังได้สูงถึง 500 กิโลวัตต์ (650 แรงม้า) ทำให้มันกลายเป็น Rolls-Royce ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
2. นวัตกรรมวัสดุศาสตร์และการตกแต่งภายใน (Bespoke Interior & Materials)
รุ่น Series II มีการเพิ่มตัวเลือกวัสดุหรูหราแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีในรุ่นก่อนหน้า:
- ผ้าทอ Duality Twill: เป็นครั้งแรกที่ Rolls-Royce นำผ้าเรยอนที่ถักทอจาก ใยไม้ไผ่ มาใช้ตกแต่งห้องโดยสาร โดยงานปักนี้ใช้เวลาทำถึง 25 ชั่วโมง และใช้ฝีเข็มมากถึง 2.6 ล้านฝีเข็ม
- หนังเจาะรู Placed Perforation: เทคนิคการเจาะรูบนเบาะหนังด้วยความแม่นยำสูงถึง 78,138 รู ไล่ระดับ 3 ขนาด เพื่อสร้างงานศิลปะรูป “เงาก้อนเมฆเคลื่อนคล้อยใต้แสงจันทร์”
- งานไม้ Brindled Walnut: แผงไม้ลามิเนตลายเสือสุดหรูหรา นำไม้จากต้นวอลนัทที่ไม่มีผลผลิตมาผสมกับใยยูคาลิปตัสที่เหลือจากอุตสาหกรรมกระดาษ เคลือบด้วยแล็กเกอร์ผสม ผงเกล็ดแก้วเนื้อละเอียด ทำให้พื้นผิวมีความระยิบระยับและดูมีมิติลึกกลืนไปกับเนื้อไม้
- Illuminated Fascia ลายใหม่: แผงไฟเรืองแสงบนแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสาร เปลี่ยนเป็นลวดลายคลื่นเอฟเฟกต์หมอกดาวที่ใช้ไฟพิกเซลแยกขับแสงอิสระถึง 8,108 ดวง
- ตู้กระจกนาฬิกา (Clock Cabinet Vitrine): ออกแบบชุดนาฬิกาบนแดชบอร์ดใหม่ให้หน้าปัดดูคล้ายมาตรวัดการบิน มินิมอลขึ้น และมาพร้อมตู้กระจกที่จัดแสดงหุ่น Spirit of Ecstasy จำลองเนื้อสแตนเลสสตีลตัน ส่องสว่างจากด้านล่างภายในรถ
3. ดีไซน์ภายนอกและล้อแบบใหม่ (Exterior & Wheels)
- สีตัวถังพิเศษ: เพิ่มตัวเลือกสีทึบ (Solid) ใหม่ล่าสุดในชื่อ สีฟ้า Ethereal Blue เพื่อขับเน้นรูปทรงฟาสต์แบ็คให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
- ล้อฟอร์จอัลลอย 23 นิ้ว ดีไซน์ใหม่: ล้อหลายก้าน (Multi-spoke) ที่มีรัศมีการลบมุมคมกริบเพียง 2.5 มิลลิเมตร ช่วยให้เกิดการสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับเพชร ซึ่งล้อแต่ละวงต้องใช้ช่างฝีมือขัดแต่งด้วยมือยาวนานถึง 6 ชั่วโมง
4. อัตลักษณ์ที่เข้มข้นขึ้นของรุ่น Black Badge
- Iced Black Exterior Detailing: ชิ้นส่วนโครเมียมเงาวับรอบคัน (เช่น กรอบกระจังหน้า, มือจับประตู, กรอบหน้าต่าง รวมถึงหุ่น Spirit of Ecstasy) ถูกเปลี่ยนให้เป็น สีดำด้านผิวซาติน (Matte Finish) ทั้งหมด ยกเว้นเพียงแค่แกนแนวตั้งของกระจังหน้าเทนเนอนที่ยังคงความเงาไว้เพื่อรักษาเอกลักษณ์
- ล้อเจ็ดก้านผิว Iced Matte Black: เปิดตัวล้อ Black Badge ลาย 7 ก้านแบบเปิดโล่งเพื่อโชว์คาลิปเปอร์เบรก และเป็นครั้งแรกที่ใช้เทคโนโลยีอบความร้อนสูงเพื่อให้ได้พื้นผิวสีดำด้านประกายเกล็ดแก้ว
สรุประหว่างรุ่นใหม่กับเก่า
รุ่น Series II ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหน้าตาไปจากเดิมมากนักเพราะดีไซน์แรกทำไว้ดีอยู่แล้ว แต่เป็นการ อัปเกรดไส้ใน ให้วิ่งได้ไกลขึ้น ชาร์จไวขึ้น แรงบิดสะใจขึ้นในโหมดสปอร์ต และเพิ่มออปชันการตกแต่งระดับ “งานคราฟต์ขั้นสูง” (เช่น ผ้าใยไผ่, ไม้ผสมผงกระจก, งานเจาะรูเบาะไล่เฉด) เพื่อตอบโจทย์มหาเศรษฐีที่ต้องการความยูนีคไม่ซ้ำใคร














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=NMrF-vSnc43tzQQyvjAPOA&_nc_tpa=Q5bMBQIhwYVSNxVcOYd5l0JA7_M3JkT8uLExGzp-zJLNs7ycNKaynTiqS3azqhxVopKuG-bb6mNT59O0&oh=00_AQKwsKEWKhChx2dXacrWHOTHVl9ai_Gl6dAIY69DNk737Q&oe=6A98350A)



