• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home New Car

[Roadtest] Honda Civic Hatchback RS รถยนต์หรูที่ยังครองใจวัยรุ่น

What Car? Team by What Car? Team
October 19, 2020
in New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

แม้ราคาจะขยับขึ้นไปอีกนิดนึงแต่ก็มากลับการยกระดับความพรีเมียมแปลงร่างเป็น 5 ประตู ใส่สไตล์สปอร์ตพร้อมชุดแต่ง RS รอบคันและเสริมความปลอดภัยกับฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ค่าตัวเริ่มต้นที่ 1,229,000 บาท

                หลายคนคงรอคอยที่จะได้ยลโฉมเจ้าซีวิค แฮทช์แบ็ก 5 ประตูในรุ่นปรับโฉมใหม่นี้ เพราะที่ผ่านมาฮอนด้าทำมาดีจากกระแสการตอบรับของซีวิค ทรงซีดาน เอาใจวัยรุ่นที่มาพร้อมกับความสปอร์ตซีดานแต่คงความหรูไว้ด้วย ขณะนี้ซีวิค แฮทช์แบ็ก ถูกนำมาผลิตในไทยเป็นที่เรียบร้อยโดนใจหลายครอบครัวที่ชอบรถ 5 ประตูอย่างแน่นอน และในรุ่นนี้เขาจะเพิ่มเสริมเติมแต่งอะไรกันมาบ้าง

เครื่องยนต์ดี การขับขี่มั่นใจ

                สำหรับซีวิค แฮทช์แบ็ก ถ้าหากเปิดฝากระโปรงขึ้นมาอาจจะตกใจเล็กน้อยการวางเครื่อง เดินสายต่าง ๆ ยังคงดูรกตาและมีเพียงเครื่องยนต์แบบเดียวเท่านั้นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT พุ่งทะยานสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) 

                เมื่อวิ่งในโหมดปกติ (D) ที่อัตราเร่ง 0 -100 ยังคงให้การขับขี่ที่สนุกอยู่แต่อาจจะมีเขวบ้างด้วยเครื่องยนต์ที่อยู่มานานหากเทียบกับรุ่นเก่า ๆ ในค่ายเดียวกันก็ถือว่าดีขึ้นและถ้าเทียบกับมาสด้า 3 ใหม่นั้นยังคงตามหลังอยู่ ลองเปลี่ยนเข้าสู่โหมดสปอร์ต (S) ถือว่าทำได้ดีอยู่หมัด ลองเหยียบไปที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งที่ชัดกว่าความแรงคือเสียงลมที่ตีเข้ามารวมถึงเสียงจากพื้นถนนที่ชัดเจน

                ฮอนด้ายังคงทำได้ดีด้วยเรื่องของความนุ่มนวลแบบคุณชายขณะที่กดคันเร่งแบบทันทีก็แอบลุ้นบ้างว่าจะกระชากรุนแรงไหม ปรากฏว่าชนะใจไปเต็ม ๆ แต่สำหรับคนชอบความแรงฮอนด้ายังคงเป็นรองให้กับรุ่นอื่น ๆ อย่างคู่แข่งแบบ มาสด้า 3 Fastback ที่ให้ความมั่นใจกับช่วงล่างมากกว่า แม้แต่ Toyota Corolla Altis ยังปรับช่วงล่างให้หนึบเกาะถนนได้ดี กลับมาที่ฮอนด้าถ้าพูดถึงเรื่องความสะเทือนแน่นอนว่านำหน้าคู่แข่งไปเยอะและผู้โดยสารด้านหลังที่จะไม่รู้สึกว่าถูกโยนจนตัวลอยขณะที่เจอลูกระนาดหรือสภาพถนนขรุขระ

                พวงมาลัยให้ความรู้สึกกึ่งกลางไม่หนักไปไม่เบาไป วงขนาดกำลังพอดีเพิ่มความขับขี่ที่มั่นใจในการบังคับทิศทางที่แม่นยำหมุนได้คมตามมือ เข้าโค้งมั่นใจพอสมควร หากวิ่งในความเร็วสูง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปอาจจะสั่นสะบัดไปบ้าง ซึ่งรุ่นนี้จะเก่งกับทางตรงซะมากกว่า

 

                มาดูระบบฮอนด้า เซนส์ซิ่ง การใช้งานง่าย ๆ ด้วยปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัยและแสดงสัญลักษณ์บนมาตรวัด เริ่มที่ Adaptive Cruise Control (ACC) เป็นการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตรวจจับโดยกล้องและเรดาร์ เลือกระยะห่างได้  3 ระดับ หากรถคันหน้าลดความเร็วลง ระบบก็จะชะลอความเร็วลงตาม โดยที่เราไม่ต้องใช้เบรก ปกติแล้วจะสามารถใช้งานได้เมื่อมีความเร็วอยู่ที่ 30-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ฮอนด้าเพิ่ม Low Speed Following (LSF) เมื่อวิ่งที่ความเร็วต่ำกว่า 30 ยังสามารถใช้ระบบนี้ได้อยู่

                นอกจากนี้ยังมีระบบที่น่าสนใจอย่าง Lane Keeping Assist System (LKAS) เมื่อออกจากเลนโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยวพวงมาลัยจะบังคับให้รถกลับมาอยู่ที่เลนเดิม 2 ระบบนี้เป็นระบบหลัก ๆ ที่อยากจะนำเสนอ เพราะฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้แต่ระบบเหล่านี้ก็มีอยู่ในคู่แข่งอย่างมาสด้า 3

เพิ่มความหล่อให้ลุคใหม่

                เราจะกล่าถึงเฉพาะจุดที่ถูกปรับปรุงหรือเพิ่มเข้ามา อย่างสุดยอดไฮไลท์จากรุ่นนี้คือ ส่วนของด้านหลังที่เขาให้ท่อไอเสียคู่ออกกลางโดยที่เราไม่ต้องไปเปลี่ยนซุ้มล้ออะไหล่อีก พร้อมชุดแต่ง RS รอบคัน เพิ่มเสาอากาศแบบ Shark fin สปอย์เลอร์พร้อมรับลมทั้งบนและล่างเพิ่ม Downforce ไฟเบรกตัวที่  3 ตัวกรอบเบ้าเป็นสีขาวแต่ไฟเป็นสีแดง ส่วนไฟท้ายเป็นรูปแบบเดิมยังไม่เป็น LED มีการซ่อนหัวฉีดล้างกระจกด้านหลัง

                ล้อมีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนให้เข้ากับลุคสปอร์ตมากขึ้นด้วยล้อ 17 นิ้ว ยางโรงงานส่งตรงจากโยโกฮาม่า ยกดีไซน์มาจากซีดานอีกที

                กันชนด้านหน้าที่เป็นชุดตกแต่งเฉพาะรุ่นพร้อมสเกิร์ตสีดำรอบคัน กระจังหน้าเป็นเปียโนแบล็คส่วนนี้คงต้องรักษาความสะอาดกันหน่อยเป็นรอยง่ายฝุ่นเกาะ เพิ่มสัญลักษณ์ RS โคมไฟหน้ายังคงเหมือนรุ่นซีดาน Full LED ส่วนเรื่องเส้นสายของตัวรถยังเป็นแบบเดิม

ภายในที่เปลี่ยนไป

                      ตกแต่งด้วยการหุ้มหนังเดินด้ายสีแดงตั้งแต่พวงมาลัยจนถึงฐานเกียร์ ส่วนที่เปลี่ยนไปจะอยู่ที่หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่เพิ่มปุ่มกดเข้ามาด้วย การทำงานของระบบสัมผัสที่ดีขึ้น รองรับ Apple CarPlay/Android Auto บันทึกประวัติในการใช้งาน ซึ่งในซีวิค แฮทช์แบ็ก นั้นเพิ่ม Honda Connect ที่ใส่ซิมไว้สื่อสารสามารถเช็คได้เช่น ประวัติในการเดินทาง 

                ภายในห้องโดยสารใช้งานขึ้น-ลง สะดวกจากความกว้างแม้ว่าห้องโดยสารจะสั้นลงเพราะประตูที่ 5 แต่เบาะที่ให้มาในด้านหลังค่อนข้างกว้าง สำหรับคนที่มีความสูงตั้งแต่ 175 เซนติเมตรขึ้นไปในส่วนของที่พักขาไม่ติดเบาะคนหน้าไม่ปวดเข่าแน่นอน แต่ส่วนหัวนั้นถ้าสูงเกินกว่า 180 เซนติเมตร เมื่อรถได้รับการสะเทือนแล้วตัวลอยเมื่อไหร่ก็เป็นอันว่าเจ็บ หลังไม่ชันนั่งทางไกลสบายตัวและมีเว้าสำหรับวางขาในตำแหน่งที่ 5

                เบาะทรงสปอร์ตใส่ความสนุกด้วยความรู้สึกเมื่อเวลานั่งตัวจะติดกับถนนอยู่แล้ว หุ้มด้วยหนังสลับการลายผ้าพร้อมระบบไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางในตำแหน่งผู้ขับ ส่วนด้านข้างผู้ขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะหลังพับได้แบบอิสระ 60:40 รองรับสรีระและโอบอุ้มไว้ได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยปรับได้  4 ทิศทางเช่นกัน (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก) เดิมมีปุ่มมัลติฟังก์ชั่นอยู่แล้วเพียงแต่เพิ่มปุ่มควบคุมมระบบ Adaptive Cruise Control เข้ามา

                ห้องเก็บสัมภาระที่ค่อนข้างกว้างเพิ่ม SubFrame มากขึ้นกว่าตัวซีดานป้องกันการโดนชนท้ายที่เข้าถึงตัวผู้โดยสาร ช่องยางอะไหล่ก็ใหญ่พอกันเป็นชิ้นส่วนจากไม้อัด ฉากกั้นในตัวนี้สามารถสลับซ้าย-ขวา อีกหนึ่งความพิเศษเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยฉากกั้นจากประตูเมื่อปิดลงมาจะทำให้ตัวฉากต่อกัน

สรุปการกลับมา

                ระยะทางที่เราได้ลองขับด้วยความใกล้-ไกล ก็พอจะทำให้เข้าใจในคำว่า ก็รถสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งช่วงล่างของซีวิค แฮทช์แบ็ก ทำออกมาได้อย่างดีในส่วนของการสั่นสะเทือน ความแรงที่ยังมอบความประทับใจเสมอ แต่ก็ยังมีตามหลังคู่แข่งอยู่หลายจุด เช่น เสียงลมจากภายนอก ความหนึบในการเกาะถนน เราคิดว่า การแก้เกมส์ได้ดีคือ การใช้งานด้านออกแบบทรวดทรงที่ตั้งใจจะออกมาเป็นสปอร์ตหน้าตาดุดัน รองรับการชนจากด้านหลัง คุ้มค่าแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่มคอยเปลี่ยนนู่น เติมนี่เสียเวลากับการหาอะไรที่เข้ากับหน้าตาของรถ แถมระบบฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ต่าง ๆ ที่เพิ่มมาก็เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับได้ไม่แพ้กัน

                ภายในยืนหนึ่งของฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก กว้างขวางให้ความรู้สึกเพลิดเพลินที่จะอยู่บนท้องถนนมากกว่าไม่ว่าจะเป็นเบาะด้านหลัง การออกแบบให้รับสรีระของผู้โดยสารแต่ละคน หรือจะเป็นการบรรจุสัมภาระ จะเห็นว่าฮอนด้าชนะแบบใส ๆ ไปเลยเรื่อง การอำนวยความสะดวก

 

1 of 6
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

Tags: Honda Civic HatchbackHonda Civic Hatchback RS Tutbo

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.