• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home New Car

[Road Test] All-New Mazda 3 ลองขับฉบับเต็มบนถนนจริง ขับสนุก หนึบแน่นได้อารมณ์สปอร์ต

What Car? Team by What Car? Team
October 2, 2019
in New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

             18 กันยายน เป็นวันที่ Mazda 3 เจนเนอเรชั่นล่าสุดเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ทันทีที่ผู้คนเริ่มเห็นรูปร่างหน้าตาตามสื่อต่างๆ กระแสของยนตรกรรมรุ่นใหม่นี้ก็พุ่งสูงทะลุกราฟเกินจะหยุดยั้ง เพียง 2 อาทิตย์กว่าๆ ยอดจองก็ทะลักไปเกือบ 1,500 คันแล้ว ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจึงร้อนแรงเช่นนี้ มันเห็นได้ชัดว่ามาตรฐานที่ Mazda 3 รุ่นก่อนหน้าสร้างไว้ สามารถมัดใจลูกค้าใหม่ๆ ได้ ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่า Mazda 3 นั้นคือรถที่ให้อารมณ์สปอร์ต การขับขี่ดีเยี่ยม รูปลักษณ์หล่อบาดใจ ทันสมัย ออปชั่นแน่น นี่แหละคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม All-New Mazda 3 จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย

                ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เราได้มีโอกาสลองขับ All-New Mazda 3 แบบ Sneak Preview บนสนาม การทดสอบครั้งนั้นทำให้เรารู้จักตัวตนของรถรุ่นนี้ในหลายๆ ด้าน แต่นั้นก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดเพราะยังมีอีกหลายด้านเหมือนกันที่ต้องพิสูจน์ว่าจะทำได้เพียงใด ในที่สุดทุกความสงสัยก็คลี่คลายลงเมื่อมาสด้า ประเทศไทย จัดทริปทดสอบ All-New Mazda 3 โดยพาเสื่อมวลชนล่องใต้ไปขับไกลถึง จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต เป็นที่รู้กันว่าเส้นทางแถบคือตัวชี้วัดสมรรถนะรถยนต์ชั้นดี เส้นทางมีทั้งทางราบ ขึ้น-ลงเขา พร้อมกับโค้งมากมายตามลักษณะทางภูมิประเทศของภาคใต้ โดยรวมแล้วได้ขับไกลถึง 250 กม. ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้เราตกหลุมรักการขับขี่เจ้า All-New Mazda 3 เข้าอย่างจัง

สปอร์ตในทุกท่วงท่า

            ทริปนี้เราได้ลองขับตัวถังฟาสต์แบ็ค 5 ประตู รุ่นท็อป 2.0 SP SPORTS เริ่มต้นออกสตาร์ทจากโรงแรม Renaissance หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต ขับขึ้นไปยัง จ.พังงา เส้นทางส่วนใหญ่เป็น 2 เลนสวน มีโค้งเยอะ มีขึ้น-ลงเนินเป็นระยะ ทางตรงยาวไม่ค่อยมีให้ซัดมากนัก บางช่วยมีฝนโปรยลงมาเพิ่มความลื่นให้กับถนนอีก นี่คือบททดสอบที่เราต้องเผชิญ

                ขุมพลังของ All-New Mazda 3 คือเครื่องยนต์ SKYACTIV-G เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 165 แรงม้าบล็อกเดิมแต่มีการปรับรายละเอียดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ใหม่ทำให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้นมา 3 นิวตันเมตร แรงม้าเท่าเดิม อัตราทดในระบบส่งกำลังต่างกันแค่นิดเดียว น้ำหนักรถมากขึ้น โดยรวมแล้วสมรรถนะยังคงใกล้เคียงกับโฉมก่อนหน้า

                เครื่องยนต์มีความสมูธนุ่มนวลดีมากทั้งรอบเดินเบาและรอบต่ำ เสียงเงียบ การขับคลานที่ความเร็วต่ำจึงให้ความรู้สึกไม่ต่างจากรถหรูราคาแพง เราเริ่มขับในโหมด Normal ก่อน ทันทีที่กดคันเร่งรถพุ่งทะยานออกตัวด้วยความกระฉับกระเฉง แรงดึงที่สัมผัสได้มีพอให้รู้สึกสนุก รอบเครื่องดีดขึ้นสูงก่อนจะตัดเข้าเกียร์ 2 อย่างนิ่มนวล หน้าปัดความเร็วค่อยๆ ไต่ขึ้น เพียงครู่เดียวก็ถึงความเร็ว 120 กม./ชม. แล้ว

                เราไม่ได้จับเวลา 0-100 กม./ชม. แต่จากความรู้สึก Mazda 3 ใหม่ไม่ได้อืดอาดแต่อย่างใด ถ้าเทียบกับ Civic 1.5 Turbo แล้ว รายนั้นจะได้เปรียบในเรื่องอัตราเร่งอยู่นิดหน่อย อย่างไรก็ตาม Mazda3 ใหม่ก็สามารถตอบสนองต่อการกดคันเร่งได้ฉับไว กดเป็นมา เหยียบติดเท่าดี

                เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดทำงานได้ดีในทุกย่านความเร็ว มีโหมดแมนวลมาให้เล่นเกียร์ด้วยตัวเองพร้อมกับแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย จังหวะการเปลี่ยนเกียร์มีความฉับไวพอตัวและนุ่มนวล เกียร์มีความฉลาดเลือกตำแหน่งได้สัมพันธ์กับความเร็วที่ขับได้ดี ขณะขึ้นเนินถ้ารู้สึกว่ากำลังของรถเริ่มตกเกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงด้วยความรวดเร็วเพื่อเรียกกำลังแรงบิด อัตราทดในเกียร์ต่ำค่อนข้างชิดกันเพื่อความต่อเนื่องนุ่มนวลและจะค่อยๆ ห่างขึ้นเมื่ออยู่ในเกียร์สูง

                ลองคิ๊กดาวน์ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. เพื่อเร่งแซงรถช้าพบว่าต้องกดคันเร่งลงไปลึกพอสมควร กำลังที่ได้มีมากพอให้แซงโดยไม่ต้องลุ้น การตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองค่อนข้างฉับไวทั้งการโยกที่คันเกียร์และตบแป้นแพดเดิลชิฟท์ หากคุณเล่นเกียร์แมนวลได้อย่างชำนาญแล้ว การขับลัดเลาะไปตามโค้งและขึ้น-ลงเนินจะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

                ที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยของ Mazda 3 ใหม่เบามากแต่ยังมีแรงขืนพร้อมดีดกลับแฝงอยู่ ระยะฟรีมีไม่เยอะทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยนั้นค่อนข้างไว แม่นยำ และเป็นธรรมชาติ พอใช้ความเร็วสูงขึ้นพวงมาลัยจะหนืดขึ้น นิ่ง แน่น ขับแล้วรู้สึกมั่นใจ ระยะฟรีมีพอเหมาะ การหักเข้าโค้งหน้ารถตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ คาดเดาอาการได้ง่าย คม และแม่นยำ นี่คือพวงมาลัยที่ขับแล้วรู้สึกชอบ มันเหมาะกับการขับลัดเลาะไปตามโค้งซ้าย-ขวา ขับช้าๆ ในเมืองอาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่พอเอามาเล่นโค้งแล้วรู้สึกสนุกและมั่นใจขึ้นเยอะเลย

                ช่วงล่างของ Mazda 3 ใหม่ปรับเซ็ตมาเน้นอารมณ์สปอร์ตกว่ารุ่นก่อนหน้าชัดเจน เรามีความรู้สึกว่ามันหนึบขึ้น แน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น แต่ไม่กระด้าง ที่ความเร็วต่ำช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนจากรอยปะ เส้นประ และร่องบนถนนได้ดี จังหวะตกหลุมและลงคอสะพานสะเทือนครั้งเดียวแล้วนิ่งเลย

                พอใช้ความเร็วสูง Mazda 3 ใหม่เคลื่อนที่ได้นิ่งสนิท ไม่โคลงส่าย จังหวะสาดโค้งด้วยความเร็วเป็นไปอย่างแนบเนียน รถเกาะถนนดีมาก อาการโยนมีน้อย ตัวถังรักษาสมดุลและการทรงตัวในโค้งได้ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างสนุกและมั่นใจก็คือระบบ G-Vectoring Control PLUS แบบใหม่ จากเดิมที่ระบบ GVC จะควบคุมแค่กำลังเครื่องยนต์โดยการเพิ่ม/ลดแรงบิดสัมพันธ์ให้กับการหักเลี้ยว แต่ใน GVC PLUS นี้จะเพิ่มการเบรกหน้าซ้าย/ขวาเพื่อดึงหน้ารถให้เข้าทิศทางได้เร็วขึ้นด้วย

                ถ้าใครที่ชอบขับรถ เป็นนักขับสายบู๊ ถ้าได้มาลองเล่นโค้งด้วย Mazda 3 ใหม่ รับรองว่าคุณจะติดใจจนไม่อยากปล่อยมือจากพวงมาลัยเลยล่ะ แต่ถ้าคุณต้องการรถที่ขับนุ่ม ขับสบาย คุณอาจรู้สึกว่า Mazda 3 ใหม่กระด้างเกินไป ในกลุ่มรถ C-Segment มีตัวเลือกอื่นที่นุ่มกว่า

                แป้นเบรกของ Mazda 3 ใหม่มีระยะเหยียบที่ค่อนข้างตื้น คือไม่ต้องเหยียบลึกรถก็เริ่มหน่วงแล้ว แรงหน่วงที่เกิดขึ้นมีความนุ่มนวลไม่ทำให้หน้าทิ่มแน่นอน แรงต้านเท้าที่แป้นเบรกค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับรถบ้านทั่วไป การตอบสนองของเบรกมีความเป็นธรรมชาติ ควบคุมกะระยะเบรกได้ง่าย เมื่อเบรกหนักก็สามารถหยุดยั้งความเร็วของรถได้อยู่หมัดโดยไม่เสียการควบคุม

                ตลอดเส้นทางการขับขี่เราประทับใจกับการป้องกันเสียงรอบกวนของ Mazda 3 ใหม่มาก เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้วมันดีขึ้นมากๆ เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของรถญี่ปุ่น C-Segment ได้เลย เสียงลม เสียงยาง เสียงช่วงล่าง ถูกป้องกันเอาไว้เป็นอย่างดี คุณต้องขับเกิน 110 กม./ชม. แล้วตั้งใจฟังถึงจะได้ยินเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาตามซอกหน้าต่าง สำหรับยางติดรถ Yokohama Advan Decibel ก็น่าจะมีส่วนช่วยในเรื่องเสียงยางที่เบาลงด้วย

                เนื่องจากการขับทดสอบทริปนี้เราต้องการรู้สมรรถนะของรถให้ครบถึงกึ๋น ดังนั้นจึงไม่ได้ขับเพื่อเน้นดูอัตราสิ้นเปลืองเลย ตัวเลขที่แสดงออกมาบนหน้าปัดอยู่ที่ราว 14 กม./ลิตร เมื่อขับแบบปกติตามเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับขึ้น-ลงเนิน เมื่อเจอทางราบให้ซัดตัวเลขก็หล่นลงมาเหลือ 12 กม./ลิตร แสดงให้เห็นว่าเครื่อง 2.0 ลิตรนี้ยังประหยัดพอตัวถ้าขับทางไกลแบบไม่บู๊มาก ถ้าบู๊หนักก็สูบหนักตามแรงม้า

                Mazda 3 ใหม่มาพร้อมกับระบบช่วยขับมากมาย ขณะขับขี่เราได้ลองใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้า MRCC การทำงานของมันถือว่าใช้ได้เลย เบรกและเร่งตามรถข้างหน้าได้นุ่มนวล อีกระบบที่ได้ลองคือระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS ถ้าหากเผลอขับเบี่ยงไปใกล้เส้นจราจร พวงมาลัยจะสั่นเตือนและช่วยรั้งไว้ไม่ให้รถออกนอกเลน แต่ทั้งสองระบบจะทำงานได้ดีในทางตรงยาวๆ มากกว่า

สุทรียภาพแห่งการขับขี่

                All-New Mazda 3 ทั้ง 2 รูปแบบตัวถังถูกกำหนดสไตล์ไว้อย่างชัดเจน ตัวซีดานจะให้ความหรูหราพรีเมี่ยม ตัวฟาสต์แบ็คจะให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกไม่อยากจะแถลงมากนักเพราะด้วยยอดจองที่หลั่งไหลมาตั้งแต่วันเปิดตัวย่อมบอกได้ดีว่าทำไมลูกค้าชาวไทยถึงให้การตอบรับดีขนาดนี้ ทีเด็ดอยู่ที่ภายในห้องโดยสารต่างหาก

                ถ้าคุณติดตามอ่าน WHATCAR? บ่อยๆ คุณจะรู้ว่าภายในห้องโดยสารของบรรดารถยุโรปแบรนด์พรีเมี่ยมเป็นอย่างไร เรามองว่าห้องโดยสารของ Mazda 3 ใหม่มีบรรยากาศเทียบได้กับรถเหล่านั้นแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด ความประประณีต คุณภาพงานประกอบ รวมถึงวัสดุที่ล้วนมีคุณภาพสูง การออกแบบส่วนต่างๆ คำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เน้นรายละเอียดที่เรียบง่ายแต่ดูมีคุณค่า

                ตำแหน่งนั่งขับของ Mazda 3 ใหม่อยู่ค่อนข้างต่ำ การลุกเข้า/ออกจากประตูคู่หน้าไม่ต้องก้มหรือย่อตัวมากนัก เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมตัวดันหลังปรับไฟฟ้า มีระบบบันทึกตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง ตัวเบาะถูกคิดค้นมาอย่างดีตามหลักสรีระศาสตร์เพื่อชวยมอบความสบายสูงสุด เมื่อลองนั่งแล้วก็รู้สึกว่ามันนั่งสบายจริง มีความนุ่ม โอบกระชับลำตัว ขับขี่นานๆ แล้วไม่เมื่อย

                ทัศนวิสัยการมองรอบคันค่อนข้างดี มุมองเห็นหน้ารถกว้าง เสา A เอนมาด้านหลังโดยไม่บดบังการมองมุมรถมากเกินไป กระจกมองข้างไม่ใหญ่มากแต่ยังมีมุมมองสะท้อนที่ดี มุมมองผ่านไหล่ไปกระจกหลังของตัวถังซีดานจะเคลียร์กว่าของตัวถังฟาสต์แบ็ค

                ความกว้างขวางของห้องโดยสารไม่ใช้จุดเด่นของมาสด้าอยู่แล้ว พื้นที่เบาะหน้ามีเพียงพอกับคนตัวสูง 180 ซม. แต่พื้นที่เบาะหลังรู้สึกได้เลยว่าแคบกว่าคู่แข่งร่วมเซกเมนต์ชัดเจน ถ้าคนตัวสูงมานั่งจะเหลือที่ว่างเหนือศีรษะและช่วงหัวเข่าไม่มากนัก นั่งนานแล้วอาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แต่เบาะก็ยังมีความนุ่ม พนักพิงเอนกำลังได้องศา การเข้า-ออกรถที่เบาะหลังก็ไม่ได้รู้สึกลำบากแต่อย่างใด

                มาสด้าให้ความสำคัญกับบรรยากาศภายในห้องโดยสารมาก เห็นได้จากการออกแบบแดชบอร์ดให้ดูโล่ง ดูน้อย แต่แฝงด้วยความพรีเมี่ยมจากวัสดุซอฟต์ทัช  หน้าจอกลางแบบลอยตัวขนาด 8.8 นิ้วตั้งอยู่ในระดับสายตา จอนี้แสดงภาพได้สวยงามคมชัด หน้าตาเมนูต่างๆ ดูง่ายแถมเป็นภาษาไทยด้วย ควบคุมการใช้งานผ่านปุ่มหมุน Center Commander  ที่คอนโซลกลางซึ่งถือว่าสะดวกมากเมื่อใช้งานขณะกำลังขับรถไปด้วย การตอบสนองของระบบสาระบันเทิงค่อนข้างลื่นไหล ฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ครบครันตามสมัยนิยม รองรับการเชื่อมบลูทูธ Apple Carplay ทีเด็ดคือระบบเสียง Bose ลำโพง 12 ตำแหน่งที่ทุกคนพูดเหมือนกันว่าคุณภาพเสียงดีที่สุดในบรรดารถญี่ปุ่นที่วางขายในเมืองไทย การฟังเพลงโปรดระหว่างขับรถด้วยชุดเครื่องเสียงดีๆ ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง มันทำให้คุณเพลิดเพลิน ใจเย็นลง อุบัติเหตุก็อาจจะลดลงตามไปด้วยก็เป็นได้

                แผงหน้าปัดเป็นอีกจุดที่เราชื่นชอบ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีสีสันสักเท่าไรแต่ดูๆ ไปแล้วลงตัว แผงหน้าปัดนี้เป็นแบบกึ่งดิจิตอล วงซ้ายวัดรอบ วงขวาวัดอุณหภูมิและระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตรงกลางเป็นจอสีขนาด 7 นิ้วที่บอกครบทุกสิ่งอย่างที่ผู้ขับอยากรู้ตั้งแต่ความเร็ว อัตราสิ้นเปลือง ไปจนถึงระบบช่วยขับ นอกจากนี้ยังมี HUD สะท้อนข้อมูลบนขึ้นกระจกหน้าผู้ขับขี่ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน

                พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านมีขนาดวงกำลังดี จับกระชับมือ ปรับระดับสูง-ต่ำและปรับเข้า-ออกได้ ขณะที่ตำแหน่งและขนาดของหัวเกียร์ก็ทำออกมาได้กระชับฝ่ามือ หน้าตาแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศดูทันสมัยและก็ใช้งานง่ายเช่นกัน แป้นเหยียบต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับเบาะนั่ง รายละเอียดทั้งหมดออกแบบโดยยึดหลักให้ผู้ขับเข้าถึงการควบคุมต่างๆ ได้ง่าย

สรุปความน่าใช้

                Mazda 3 ใหม่ก้าวกระโดดไปไกลกว่าเดิม องค์ประกอบทุกอย่างถูกออกแบบและคิดค้นมาเป็นอย่างดีตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ภายในห้องโดยสาร รวมถึงออปชั่นและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาครบครัน เรียกได้ว่าเป็นการทำลายมาตรฐานเดิมและกำหนดมาตรฐานใหม่ของรถ C-Segment ราคาล้านต้นๆ ก็ว่าได้

                เราได้ลองขับ Mazda 3 ใหม่ทั้งในสนามและถนนมาแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้คือฟีลลิ่งการขับขี่แบบสปอร์ต รุ่นก่อนหน้าทำไว้ดีแล้ว รุ่นใหม่นี้ปรับให้ดียิ่งกว่า จุดอ่อนที่เจอในรุ่นก่อนอย่างเรื่องเสียงรบกวนถูกแก้ไขใหม่จนไม่มีที่ให้ติ เครื่องยนต์เดิมที่ปรับปรุงใหม่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือแฮนด์ลิ่งของรถ Mazda 3 ใหม่ จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบการขับขี่ ชอบรถที่ขับสนุก มีสมรรถนะดี การควบคุมดี ช่วงล่างที่ดี ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าใช่ตัวเองก็จัดเลย

                อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเดิมๆ ของรถมาสด้าอย่างเรื่องของพื้นที่ภายในก็ยังไม่ได้ถูกปรับปรุงอะไรมาก นี่อาจจะเป็นแนวทางของค่ายที่เน้นทำรถทรงประสิทธิภาพมากกว่าทำรถที่กว้างขวางและสะดวกสบาย และถ้าคุณต้องการรถที่นุ่มละก็ Mazda 3 ใหม่อาจไม่ใช่คำตอบ มันชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งแฟนคลับตัวจริงก็เข้าใจและรับได้ สำหรับเราแล้ว Mazda 3 ใหม่ตรงสเปกตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้ขับก็ยิ่งตกหลุมรัก ราคาค่าตัว 1.198 ล้านบาทกับสิ่งที่ได้รับมันคุ้มค่า แล้วสเปกของคุณล่ะ ใช่ Mazda 3 รึเปล่า  

ขอขอบคุณ มาสด้า ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปก All-New Mazda 3 ที่นี่ http://bit.ly/30xL4wx

Gallery

 

1 of 40
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

Tags: MAZDAMazda 3Mazda thailandreviewRoad TestSkyactivTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.