มิตซูบิชิ จัดแสดงยนตรกรรมและนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนเพื่ออนาคต ณ มหกรรมยานยนต์ เจนีวา มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 89 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-17 มีนาคม 2562 ภายใต้แนวคิด “Drive your Ambition”
ในงานครั้งนี้ มิตซูบิชิได้เผยโฉม Engelberg Tourer รถต้นแบบสายลุย และรถอเนกประสงค์ Mitsubishi ASX ใหม่ รุ่นปี 2020 ครั้งแรกในโลก นอกจากนี้ยังได้ทำการเปิดตัวรถกระบะ Triton ใหม่ ภายใต้ชื่อรุ่น Mitsubishi L200 ใหม่ สู่ภูมิภาคยุโรปเป็นครั้งแรก
L200 ใหม่ wได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสมรรถนะ “แกร่ง…ลุยทุกอุปสรรค” และยังสามารถตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย โดดเด่นและทรงพลังด้วยดีไซน์ ADVANCE DYNAMIC SHIELD อันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันเหนือระดับ เพื่อสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมบนทุกสภาพถนน อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ทันสมัยอย่างครบครัน ดังนั้น นอกจาก มิตซูบิชิ แอล 200 ใหม่ จะแข็งแกร่งทนทานเหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว ขณะเดียวกันก็มอบความนุ่มนวลและสะดวกสบายสามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
L200 ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 6 จังหวะและมีให้เลือกแบบเกียร์ธรรมดา มอบอัตราเร่งอันทรงพลังและนุ่มนวล รวมถึงเงียบกว่าเดิม พร้อมเทคโนโลยี AdBlue เพื่อให้การทำงานของเครื่องยนต์สอดคล้องกับมาตรฐานอัตราการปล่อยไอเสีย Euro 6d-TEMP ใหม่ของยุโรป
นอกจากการจัดแสดงยนตรกรรมแล้ว มิตซูบิชิยังได้จัดให้มีการสาธิต “เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์” (DENDO DRIVE HOUSE – DDH) นวัตกรรมสำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาให้สามารถทำงานได้อย่างครบวงจร ช่วยให้ลูกค้าสามารถผลิตและจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับยานพาหนะและที่พักอาศัยได้โดยอัตโนมัติ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า เดนโด (Dendo) ซึ่งมีความหมายว่าไฟฟ้าในภาษาญี่ปุ่น ทั้งนี้ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ จะประกอบด้วย แผงโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบสองทิศทางซึ่งสามารถทำได้ทั้งการจ่ายและรับกระแสไฟฟ้าระหว่างยานพาหนะและที่พักอาศัยซึ่งใช้เทคโนโลยีแบบ Vehicle-to-Home หรือ V2H และแบตเตอรี่สำหรับบรรจุและจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับส่วนที่พักอาศัยและรถยนต์มิตซูบิชิขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
พีเอชอีวี
นอกจากนี้มิตซูบิชิยังได้จัดแสดงเทคโนโลยี Mitsubishi Connect ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบ SDA (Smartphone-link Display Audio) เชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนต์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยผู้ที่สนใจจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเข้าถึงบริการเพื่อการบำรุงรักษารถยนต์และระบบความบันเทิงต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น


















![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UFZTeoU9NKwQ7kNvwFS1HbY&_nc_oc=Adomy-nw3MXe4aDL2iTkXRN6a_aMTjTn36Cn8iXmrs35qW9_uI4xNkQIQfZbPzp4_rv__JK9g0JC2Bnsm4PqRWBk&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=CS0LgOKrNp9CUDLK1AEUgw&_nc_tpa=Q5bMBQJrnWGCHtFC-1dLiDuG4HhwGfl2xT3blIiVV970BDHpXDQShxLWXHDO1WPu3Dp6FoNcTZGjP2pV&oh=00_AQI_Rb2S2_arPpZqCaSp75FZwlrJA42GcchU9DVS4cWWfA&oe=6AA4BB4A)



