รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) Mercedes VLE โฉมใหม่ คาดว่าจะวิ่งได้สูงสุดถึง 434 ไมล์ (698 กม.) และสามารถเลี้ยวในพื้นที่แคบได้อย่างคล่องตัว…
วางจำหน่ายปลายปี 2026 | ราคาเริ่มต้นที่ 80,000 ปอนด์ (3,520,000 บาท โดยประมาณ)
อย่าเรียกมันว่ารถตู้ ไม่จริงๆ นะ เพราะทางค่ายอยากให้คุณคิดว่า Mercedes VLE ใหม่คันนี้คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นรถที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าที่คุณจะสามารถหาได้จากที่อื่นในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV (Multi-Purpose Vehicle)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาอยากจะให้เป็นแบบนั้น แต่ VLE ก็ยังมีส่วนที่เป็นรถตู้บางส่วนอยู่ดี มันถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ซึ่งในอนาคตจะถูกนำไปใช้กับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เจเนอเรชันถัดไปของ Mercedes รวมถึง Mercedes Sprinter ด้วย และนอกเหนือจากการทำให้ VLE ทั้งดูโฉบเฉี่ยวและมีความคล่องตัวมากกว่า Mercedes V-Class รุ่นเก่าแล้ว โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าซยังรองรับการใช้งานระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย
แบตเตอรี่ของ VLE ที่มีความจุใช้งานได้ (Usable Capacity) อยู่ที่ 115 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) มอบระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการได้สูงสุดถึง 434 ไมล์ (698 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งนั่นเป็นระยะทางที่มากกว่ารถยนต์ MPV ไฟฟ้าคู่แข่งอย่าง Citroën e-Spacetourer หรือ Vauxhall Vivaro Life Electric อย่างสะดวกสบาย และเป็นระยะทางที่เกือบจะมากกว่า Mercedes EQV รุ่นปัจจุบันถึงสองเท่า เมื่อคุณจำเป็นต้องเสียบปลั๊ก สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V (โวลต์) ของ VLE จะช่วยให้ตัวรถรองรับความเร็วในการชาร์จได้สูงสุดถึง 320 kW (กิโลวัตต์) ซึ่งหมายความว่าการชาร์จไฟจาก 10-80% สามารถทำได้ในเวลาสั้นที่สุดเพียง 25 นาที หากคุณสามารถตู้ชาร์จที่มีกำลังไฟสูงเพียงพอ
VLE รุ่นแรกที่จะมาถึงคือรุ่น 300 electric ซึ่งมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 200 kW (กิโลวัตต์) ขับเคลื่อนล้อหน้า หากคุณต้องการระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ คุณจะต้องรอรุ่น 400 4Matic electric ซึ่งจะเพิ่มมอเตอร์ตัวที่สองเข้ามาและดันพละกำลังรวมขึ้นไปถึง 305 kW (กิโลวัตต์) โดยรุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ได้ในเวลาเพียง 6.5 วินาที
การอัปเกรดอื่นๆ รวมถึงระบบช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) ที่มีเป้าหมายเพื่อขจัดอาการโคลงของตัวถัง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับรถยนต์ทรงกล่องขนาดใหญ่ในเวลาที่เข้าโค้งด้วยความเร็ว และระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel Steering) โดยฟีเจอร์หลังนี้กล่าวกันว่าช่วยลดวงเลี้ยวของ VLE ให้แคบลงจนเกือบจะเท่ากับ Mercedes CLA รุ่นล่าสุด ดังนั้นแม้ว่ามันจะมีมิติตัวถังแบบรถตู้ แต่ VLE ใหม่ก็ควรจะมีความคล่องตัวในทุกๆ ด้านไม่ต่างจากรถยนต์นั่ง และนั่นจะเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องขับมุดผ่านถนนในเมืองหรือจอดรถในพื้นที่แคบ หากคุณกังวลเรื่องการจอดรถ VLE ทุกคันจะมาพร้อมกับกล้อง 10 ตัว ซึ่งน่าจะช่วยหลีกเลี่ยงรอยขูดขีดที่น่าอับอายได้
ภายในห้องโดยสาร VLE มีที่นั่งรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 8 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวหลังทั้งสองแถวสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะปรับเพื่อเน้นพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ เน้นพื้นที่วางขาสำหรับเบาะแถวที่สอง หรือจะถอดเบาะออกไปเลยทั้งหมดก็ย่อมได้ ยิ่งไปกว่านั้น เบาะนั่งยังมีล้อขนาดเล็กติดตั้งอยู่ใต้ฐานเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายออกไปเก็บภายนอกหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในห้องโดยสาร

หรือคุณจะใช้ระบบอินโฟเทนเมนต์หรือแอปพลิเคชัน Mercedes เพื่อสั่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบเบาะนั่งด้วยระบบไฟฟ้าก็สามารถทำได้เช่นกัน
หากคุณต้องการ คุณสามารถเลือกสเปก VLE ให้เป็นแบบ 6 ที่นั่ง หรือแม้กระทั่ง 4 ที่นั่งได้ และสามารถเลือกเบาะนั่งแถวที่สองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในรุ่นที่แพงที่สุด เบาะนั่งจะมีระบบนวดตัวและแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายมาให้ และเมื่อพูดถึงการชาร์จไฟ ภายใน VLE ทุกคันจะมีพอร์ตชาร์จ USB-C มาให้ถึง 10 ตำแหน่ง ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีใครต้องเผชิญกับปัญหาแบตเตอรี่อุปกรณ์พกพาหมดในระหว่างการเดินทาง
เมื่อติดตั้งเบาะนั่งครบทั้งสามแถว VLE จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสูงสุดถึง 795 ลิตร ซึ่งหมายความว่ากระเป๋าเดินทางสำหรับทริปพักผ่อนของครอบครัวจะไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าถอดเบาะนั่งออก พื้นที่ดังกล่าวจะขยายใหญ่ขึ้นเป็น 4,078 ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขในระดับเดียวกับรถตู้ทึบเลยทีเดียว และหากนั่นยังไม่เพียงพอและคุณจำเป็นต้องลากจูงรถพ่วง VLE ก็ได้รับการจัดอันดับให้สามารถลากจูงได้สูงสุดถึง 2.5 ตัน

ใครก็ตามที่เคยนั่งในรถยนต์ Mercedes ยุคใหม่ ย่อมจะคุ้นเคยกับแนวคิดหน้าจอ Hyperscreen ของแบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วยหน้าจอสูงสุดถึง 3 จอวางเรียงรายอยู่บนแผงแดชบอร์ด โดยมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 14 นิ้ว และหน้าจอฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14 นิ้ว ซึ่งเป็นออปชันเสริม และหากนั่นยังไม่สะใจพอ ก็ยังมีหน้าจอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display) และหน้าจอขนาด 31.3 นิ้วแบบพับเก็บได้ซ่อนอยู่บนเพดานหลังคา ซึ่งผู้โดยสารตอนหลังสามารถใช้รับชมภาพยนตร์ เล่นเกม หรือแม้กระทั่งเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ผ่านเว็บแคมที่ติดตั้งมาในตัวได้อีกด้วย
จากการที่เราได้เข้าไปนั่งสัมผัสภายใน VLE ใหม่มาแล้ว เราค่อนข้างประทับใจกับงานประกอบและการตกแต่งในภาพรวมของห้องโดยสาร อาจจะมีพลาสติกแข็งที่เกิดรอยง่ายอยู่บ้างในจุดที่อยู่ต่ำลงไป แต่ในทุกๆ จุดที่คุณต้องสัมผัสอยู่เป็นประจำ VLE ให้ความรู้สึกที่พรีเมียมอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใช้สอยในปริมาณที่ดีมาก แม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ที่ต้องลงไปนั่งในเบาะแถวที่สาม และต้องขอบคุณประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองฝั่งที่ทำให้การก้าวขึ้น-ลงรถไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะความยืดหยุ่นในระดับนักยิมนาสติก




เจ้าหน้าที่ของ Mercedes ได้ยืนยันแล้วว่า รุ่นฐานล้อยาว (Long-wheelbase) ของ VLE จะตามเข้ามาสมทบในไลน์อัปอีกไม่นาน เช่นเดียวกับรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่าที่ 80 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) และแม้กระทั่งรุ่นที่วางเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน นอกจากนี้ เวอร์ชันอภิมหาหรูหราภายใต้รหัส VLS ก็กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีเป้าหมายเพื่อนำความหรูหราอลังการของรถสปอร์ตระดับเรือธงอย่าง Mercedes S-Class มาสู่ตลาดรถยนต์ MPV
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ VLE จะเปิดตัวด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าก่อน ซึ่งหมายความว่าราคาเริ่มต้นคาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ Mercedes EQV ในปัจจุบัน
ตารางสเปกและข้อมูลทางเทคนิค Mercedes-Benz VLE Electric
| หัวข้อข้อมูลจำเพาะ (Specifications) | รุ่น VLE 300 electric (ข้อมูลเบื้องต้น) | รุ่น VLE 400 4Matic electric (ข้อมูลคาดการณ์) |
| ระบบขับเคลื่อน (Drive System) | มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (PSM) ขับเคลื่อนล้อหน้า | มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (PSM) ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) |
| พละกำลังมอเตอร์ (Motor Power) | 200 kW (กิโลวัตต์) | 305 kW (กิโลวัตต์) |
| อัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) | (ไม่มีระบุในเอกสารอย่างเป็นทางการ) | 6.5 วินาที |
| ประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน | ประสิทธิภาพส่งกำลังจากแบตเตอรี่สู่ล้อ (Battery-to-wheel) สูงถึง 93% | ติดตั้งชุดคลัตช์ตัดกำลังมอเตอร์หลัง (DCU) ลดแรงเสียดทานลง 90% เมื่อไม่ใช้งาน |
| ความจุแบตเตอรี่ (Battery Usable Content) | 115 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 115 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ (WLTP) | มากกว่า 700 กิโลเมตร (ประมาณ 434 ไมล์) | (ขนาดยังไม่ระบุแน่ชัด แต่ใช้แบตเตอรี่ลูกเดียวกัน) |
| อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย | 20.4 – 18.6 kWh/100 km (กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กม.) | (ไม่มีระบุในเอกสาร) |
| สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า (Voltage) | 800 โวลต์ (800V) | 800 โวลต์ (800V) |
| กำลังการชาร์จไฟกระแสตรงสูงสุด (DC Fast Charging) | สูงสุด 320 kW (กิโลวัตต์) | สูงสุด 320 kW (กิโลวัตต์) |
| ความเร็วในการชาร์จด่วน (DC Charging Speed) | ชาร์จ 15 นาที ได้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้น 320 กม. ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 25 นาที | ชาร์จ 15 นาที ได้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้น 320 กม. ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 25 นาที |
| การจ่ายกระแสไฟย้อนกลับ (Bidirectional Charging) | รองรับระบบ Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Grid (V2G) | รองรับระบบ Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Grid (V2G) |
| ระบบช่วงล่าง (Suspension) | ช่วงล่างถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบซับแรงสะเทือนอัจฉริยะ | ช่วงล่างถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบซับแรงสะเทือนอัจฉริยะ |
| ระบบเลี้ยวและวงเลี้ยว (Steering) | ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-axle steering) มุมเลี้ยว 7 องศา วงเลี้ยวแคบสุด 10.9 เมตร | ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-axle steering) มุมเลี้ยว 7 องศา วงเลี้ยวแคบสุด 10.9 เมตร |
| ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) | 0.25 Cd (ลู่ลมที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน) | 0.25 Cd |
| จำนวนที่นั่ง (Seating Capacity) | ปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 5 ถึง 8 ที่นั่ง (มีเบาะแบบ Comfort และ Bench) | ปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 5 ถึง 8 ที่นั่ง (มีเบาะแบบ Comfort และ Bench) |
| พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ (Luggage Capacity) | 795 ลิตร (เมื่อกางเบาะครบ) สูงสุด 4,078 ลิตร (เมื่อถอดเบาะแถวหลังออกทั้งหมด) | 795 ลิตร (เมื่อกางเบาะครบ) สูงสุด 4,078 ลิตร (เมื่อถอดเบาะแถวหลังออกทั้งหมด) |
| ศักยภาพการลากจูงสูงสุด (Towing Capacity) | สูงสุด 2.5 ตัน (2,500 กิโลกรัม) | สูงสุด 2.5 ตัน (2,500 กิโลกรัม) |
| ขนาดหน้าจอภายใน (MBUX Superscreen) | จอมาตรวัด 10.25 นิ้ว, จอกลาง 14 นิ้ว, จอผู้โดยสารหน้า 14 นิ้ว (ออปชันเสริม) | จอมาตรวัด 10.25 นิ้ว, จอกลาง 14 นิ้ว, จอผู้โดยสารหน้า 14 นิ้ว (ออปชันเสริม) |
| หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง | จอพับบนเพดานหลังคาขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K (MBUX Rear Space Experience) | จอพับบนเพดานหลังคาขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K (MBUX Rear Space Experience) |
| ระบบช่วยเหลือการขับขี่และเซนเซอร์ | กล้อง 10 ตัว, เรดาร์ 5 ตัว, อัลตราโซนิก 12 ตัว ประมวลผลผ่านคอมพิวเตอร์ MB.OS | กล้อง 10 ตัว, เรดาร์ 5 ตัว, อัลตราโซนิก 12 ตัว ประมวลผลผ่านคอมพิวเตอร์ MB.OS |
(หมายเหตุ: ตัวเลขสมรรถนะ อัตราสิ้นเปลือง และระยะทางวิ่ง เป็นข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้นจากการทดสอบภายในของ Mercedes-Benz ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชันจำหน่ายจริง )
บทสรุป (Summary)
Mercedes VLE คือการยกระดับนิยามของรถยนต์ MPV ขนาดใหญ่ให้ก้าวข้ามผ่านคราบของ “รถตู้” ไปสู่ยานยนต์ระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง ด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V และแบตเตอรี่ขนาดมหึมาที่ทำระยะทางวิ่งได้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเกือบเท่าตัว แม้ว่ามันจะแชร์โครงสร้างบางส่วนกับรถเชิงพาณิชย์ แต่การอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความบันเทิงระดับไฮเอนด์และระบบช่วงล่างถุงลม ทำให้รถคันนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับกลุ่มนักธุรกิจระดับลักชัวรีที่ต้องการโมบายล์ออฟฟิศเคลื่อนที่ และครอบครัวขนาดใหญ่ที่ปฏิเสธความลุ่มลึกแบบเดิมๆ ของรถตู้ทั่วไป ทิ้งห่างคู่แข่งร่วมพิกัดอย่าง Citroën e-Spacetourer และ Vauxhall Vivaro Life Electric ชนิดที่เทียบกันไม่ติดในแง่ของความหรูหราและระยะทางวิ่ง
เปรียบเทียบรายหมวดหมู่
ระยะทางวิ่งจริงและประสิทธิภาพ (Real-World Range / Efficiency)
- Mercedes VLE ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุใช้งานได้ 115 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 434 ไมล์ (698 กม.) ซึ่งมากกว่าคู่แข่งอย่าง Citroën e-Spacetourer และ Vauxhall Vivaro Life Electric อย่างชัดเจน และทำระยะทางได้เกือบเป็นสองเท่าของ Mercedes EQV รุ่นเดิม
- คู่แข่งร่วมพิกัดในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้าทั่วไป มักมีระยะทางวิ่งเฉลี่ยในโลกความจริงอยู่เพียงแค่ระดับ 150-200 ไมล์ (241-322 กม.) เท่านั้น ทำให้ VLE ครองความได้เปรียบในการเดินทางไกลข้ามจังหวัด
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE
เทคโนโลยีระบบชาร์จไวและสมรรถนะ (Charging / Performance)
- Mercedes VLE รองรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุดถึง 320 kW ด้วยสถาปัตยกรรม 800V ทำให้อัตราการชาร์จจาก 10-80% ใช้เวลาสั้นที่สุดเพียง 25 นาที
- สมรรถนะในรุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (รุ่น 300) ให้กำลัง 200 kW ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (รุ่น 400 4Matic) อัปเกรดความแรงเป็น 305 kW สามารถทำอัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ได้ในเวลาเพียง 6.5 วินาที ซึ่งเร็วเทียบเท่ากับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE
ความอเนกประสงค์และพื้นที่เก็บสัมภาระ (Practicality)
- รองรับห้องโดยสารสูงสุด 8 ที่นั่ง โดยสามารถเลือกปรับแต่งเป็นเวอร์ชันหรูหราแบบ 6 ที่นั่ง หรือ 4 ที่นั่งได้ พร้อมฟังก์ชันเบาะนวดและแท่นชาร์จไร้สายที่แถวสอง
- พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุ 795 ลิตรเมื่อกางเบาะครบทุกตำแหน่ง และสามารถขยายใหญ่ได้สูงสุดถึง 4,078 ลิตรเมื่อถอดเบาะออกทั้งหมด โดยที่ตัวเบาะมีล้อเลื่อนติดตั้งมาให้เพื่อความสะดวกในการขนย้าย รวมถึงมีพอร์ต USB-C ให้ถึง 10 ตำแหน่งรอบคัน และมีศักยภาพในการลากจูงสูงถึง 2.5 ตัน
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE
ฟีลลิงการขับขี่และการเซ็ตติ้งช่วงล่าง (Ride & Handling)
- ติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) เป็นมาตรฐาน ช่วยทำลายข้อจำกัดของรถทรงกล่องสูง โดยสามารถควบคุมอาการโคลงของตัวถัง (Body Lean) ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel Steering) ส่งผลให้รถขนาดใหญ่คันนี้มีวงเลี้ยวที่แคบเทียบเท่ากับรถยนต์คอมแพกต์ซีดานอย่าง Mercedes CLA ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในเมืองและการถอยจอดในที่แคบ ร่วมกับกล้องมองภาพรอบคันถึง 10 ตัว
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=fQ-wxLmiD34Q7kNvwFxNv6a&_nc_oc=AdpMI-wKi4TijRLiDaGha5FYXqlR8kMPy50Z-Oc3h9-f2N5oREd_AdzgS6zoeMSM-Xpl_800gCJh1JONw1XI03aF&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=rpxeeItSAmSlRYYxgDqiow&_nc_tpa=Q5bMBQKeGsqXjSe5kLt7MmOh_ksAPE_4ziuk3xEZrQ3bGt4hOy6E6KIxkKtL3dVW-G57qq9CAvGSHYM3&oh=00_AQI4aXtUIh0A6kfHFRcFplZOoXfutsy2gxT4-psvVa5iqQ&oe=6AA83F4A)



