• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home New Car

Ford Ranger 2018 ขุมพลัง 2.0 ลิตร Bi-Turbo เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด จัดเต็มเทคโนโลยีที่เหนือชั้น

What Car? Team by What Car? Team
July 21, 2018
in New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

           Ford Ranger ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กระบะสายพันธุ์รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น เปิด 20 รุ่นย่อย ราคาตั้งแต่ 5.89 แสน – 1.699 ล้านบาท

           Ford Ranger รถกระบะนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ รุ่นใหม่นี้ มาพร้อมขุมพลังที่เหนือกว่าและฟีเจอร์อันทันสมัยเพื่อสานต่อศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

          Ranger ใหม่ทุกรุ่นได้รับการยกระดับให้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่มากมาย รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift และระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assist เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น

แข็งแกร่งดุดัน

          Ranger ใหม่วางจำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 20 รุ่นย่อย แบ่งเป็น Wildtrak, XLT, XLS, XL กระบะฐานล้อสั้น (Short Wheel Base) และมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Limited มาขั้นกลางระหว่างรุ่น XLT กับ Wildtrak เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และยังรวมถึง Ranger Raptor กระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่จะเป็นตัวท็อปของไลน์อัพ

          รูปลักษณ์ภายนอกของ Ranger ใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก เริ่มจากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ให้ความดุดันยิ่งขึ้น วัสดุจะแตกต่างไปตามแต่ละรุ่นย่อย ปรับดีไซน์กันชนหน้าให้มีช่องนำอากาศกว้างขึ้น ไฟตัดหมอกใหม่ สวยงามดุดันกว่าเดิม รุ่น Wildtrak และ Limited มาพร้อมไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ LED และไฟหน้า HID โคมโปรเจคเตอร์เพื่อทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น ดีไซน์ด้านข้างและด้านท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลง เสาอากาศย้ายไปด้านหลังตัวเก๋ง

          Ranger ใหม่แต่ละรุ่นยังมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันชัดเจน ด้วยสีและการตกแต่งที่สื่อถึงลักษณะที่โดดเด่นของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่พร้อมรองรับทุกงานหนัก เช่น XL XLS  การตกแต่งเส้นสายด้วยโครเมียมในรุ่น XLT และ Limited รวมไปถึงการตกแต่งแบบโดดเด่นในรุ่น Wildtrak สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละรุ่นได้เป็นอย่างดี รุ่น Wildtrak ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่เฉพาะรุ่น นั่นคือสีส้มประกายบลอนด์ Seber ซึ่งตัดกันอย่างงดงามกับกระจังหน้าสีเทาเข้ม สปอร์ตบาร์และล้ออัลลอย 18 นิ้ว เสริมความโดดเด่นให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี

          ภายในห้องโดยสารของ Ranger ใหม่ ตกแต่งในโทนสีดำ เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งรายละเอียดด้วยโครเมียมและการเดินด้ายสีเงิน โดดเด่นด้วยระบบ SYNC 3 จอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว รองรับ Apple Carplay และ Andriod Auto พร้อมบลูทูธ และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถเมื่อออกนอกพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ นอกจากนี้ ระบบ SYNC 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียงและระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยเพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น

         ระบบ SYNC 3 สามารถโทรฉุกเฉินไปยังหมายเลข 1669 เพื่อติดต่อในกรณีเกิดอุบัติเหตุจนถุงลมนิรภัยทำงานหรือระบบตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ และติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถทุกคันที่มีระบบ SYNC 3 

          นอกจากนี้ Ranger Wildtrak 4×4 ยังเพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) เพิ่มความเงียบยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถยนต์อัตโนมัติ

ขุมพลังที่เหนือกว่า

         Ranger ใหม่ มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง 3 แบบ ประกอบด้วย เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ และเครื่องยนต์ดูราทอร์ค ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ ตัดเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรเดิมออกไป

          เครื่องยนต์ Bi-Turbo 2.0 ลิตร ใช้ระบบ Sequentail Turbocharging ที่ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้ง 2 ตัว โดยเทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวแรกเป็นแบบเทอร์โบแปรผัน (Vartiable Turbocharger) จะช่วยเร่งการตอบสนองของคันเร่ง และลดช่วงการรอรอบตอนใช้ความเร็วต่ำ ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวที่สองซึ่งเป็นระบบเทอร์โบ Fixed-geometry จะรับหน้าที่ต่อเพื่อเพิ่มกำลังและความเรียบลื่นให้กับเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วสูง

          เครื่องยนต์ Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด โดยเครื่องบล็อกนี้จะวางใน Ranger Wildtrak รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งยังรองรับการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม

          เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที ติดตั้งในรุ่น Wildtrak 4×2 และรุ่น Limited มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สำหรับรุ่น Limited ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือกอีกด้วย

          เครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์ค 2.2 ลิตร เทอร์โบมอบกำลัง 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที และแรงบิด 385 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ติดตั้งในรุ่น XLT XLS และ XL 

เทคโนโลยีชั้นเยี่ยม

           Ranger ใหม่ มาพร้อมระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) เป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะด้านหน้า และจะทำการช่วยเบรกจนหยุดนิ่งเมื่อระบบพบว่าคนขับไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

           ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Active Park Assist – APA) ถูกติดตั้งใน Ranger ใหม่เป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน ระบบจะบังคับทิศทางของรถให้เข้าสู่ช่องจอด ผู้ขับขี่เพียงควบคุมคันเร่งหรือเบรกเท่านั้น          

           Ranger รุ่น Wildtrak และ Limited ยังมาพร้อมระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (Easy Lift Tailgate) ครั้งแรกในตลาดรถกระบะ ด้วยกลไกซึ่งช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลง 70% ช่วยให้เปิดปิดฝากระบะท้ายง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

           ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (Lane Departure Warning) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ยังมีอยู่เช่นเดิม นอกจากนี้ฟอร์ดยังเพิ่มระบบพวงมาลัยไฟฟ้าในรุ่น XL และ XLS เป็นครั้งแรก

 

อุปกรณ์มาตรฐาน

Ranger XL

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 160 แรงม้า, แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร

ภายนอก              

  • กระจังหน้า มือจับประตู และกระจกมองข้าง สีดำ
  • กันชนหน้าโฉมใหม่และสีเดียวกับตัวรถ (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
  • บันไดข้าง (เฉพาะรุ่น XL+)
  • กระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
  • ล้อกะทะเหล็ก 16” พร้อมยางขนาด 215/70 R16
  • ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 255/70 R16 (เฉพาะรุ่น XL+)

ภายใน  

  • พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
  • หน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียวด้านคนขับ (เฉพาะรุ่นโอเพ่นแค็บ)
  • ระบบปรับอากาศ
  • ระบบเซ็นทรัลล็อก
  • ช่องต่อไฟ 12V
  • วิทยุพร้อมช่องต่อ AUX และ USB, ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth

ความปลอดภัย    

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ระบบป้องกันลล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

Ranger XLS (เพิ่มเติมจากรุ่น XL และ XL+)

ภายนอก                             

  • กระจังหน้า และกระจกมองข้าง สีเทา
  • บันไดข้าง (เฉพาะรุ่น Hi-Rider)
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • ไฟส่องสว่างกระบะท้าย
  • กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
  • ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 215/70 R16
  • ล้ออัลลอย 16” พร้อมยางขนาด 255/70 R16 (สำหรับรุ่น Hi-Rider)

ภายใน                 

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • กุญแจรีโมทแบบพับเก็บได้
  • หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 2 นิ้ว
  • วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 แบบแผ่นเดียว, ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC

ความปลอดภัย                   

  • จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX (เฉพาะดับเบิ้ลแค็บ)

Ranger XLT (เพิ่มเติมจากรุ่น XLS)

ภายนอก

  • ไฟหน้าโปรเจกเตอร์
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • กระจกมองข้างพับด้วยไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอย 17” พร้อมยางขนาด 265/65 R17

ภายใน

  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง

ความปลอดภัย    

  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง

Ranger Limited (เพิ่มเติมจากรุ่น XLT)

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ขนาด 0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

ภายนอก

  • ล้ออัลลอย 18” พร้อมยางขนาด 265/60 R18
  • ไฟหน้า HID โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED
  • ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

ภายใน

  • กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • เบาะหนัง
  • คอนโซลทำความเย็น Cool Box
  • ระบบกุญแจ My Key
  • หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 2 นิ้ว 2 จอ
  • เครื่องเสียงจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™3 ภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

ความปลอดภัย    

  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) ระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง (TSC) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (ROM)
  • สัญญาณกันขโมย
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC (เฉพาะ 4×4)
  • เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (เฉพาะ 4×4)

Ranger Wildtrak (เพิ่มเติมจากรุ่น Limited)

เครื่องยนต์          

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 0 ลิตรพร้อมเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (เฉพาะรุ่น 4×4)

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟตัดหมอกหน้า LED
  • ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ
  • สปอร์ตบาร์และราวหลังคา
  • พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12 โวลต์

อุปกรณ์ภายใน    

  • ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient light
  • ช่องต่อไฟ 230V
  • ปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ชุดตกแต่งภายในแบบไวล์ดแทรค
  • ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 4×4)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 4×4)
  • ระบบนำทาง Navigation

ความปลอดภัย    

  • ถุงลมนิรภัยเพิ่มเป็น 6 จุด: คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลมนิรภัย
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า
  • เฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential
  • เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced- Driving Assist technology) (เฉพาะ 4×4)      
  • ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
  • ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

ราคารถยนต์

Ford Ranger ใหม่ วางจำหน่ายทั้งหมด 20 รุ่น ราคาดังนี้

Ranger รุ่นมาตรฐาน

  • SWB 2.0L Turbo 4×2 6MT ราคา 589,000 บาท
  • SWB 2.0L Bi-Turbo 4×4 10AT ราคา 799,000 บาท
  • Standard Cab 2.0L XL 6MT ราคา 559,000 บาท

Ranger XL

  • Open Cab 2.0L XL 6MT ราคา 599,000 บาท
  • Open Cab 2.0L XL+ Hi-Rider 6MT ราคา 649,000 บาท

Ranger XLS

  • Open Cab 2.0L XLS Hi-Rider 6MT ราคา 659,000 บาท
  • Open Cab 2.0L XLS Hi-Rider 6MT ราคา 699,000 บาท
  • Open Cab 2.0L XLS Hi-Rider 6AT ราคา 739,000 บาท
  • Double Cab 2.0L XLS Hi-Rider 6MT ราคา 789,000 บาท

Ranger XLT

  • Open Cab 2.0L XLT Hi-Rider 6MT ราคา 749,000 บาท
  • Open Cab 2.0L XLT Hi-Rider 6AT ราคา 789,000 บาท
  • Double Cab 2.0L XLT Hi-Rider 6MT ราคา 829,000 บาท
  • Double Cab 2.0L XLT Hi-Rider 6AT ราคา 869,000 บาท

Ranger Limited

  • Double Cab 2.0L Turbo Limited Hi-Rider 6MT ราคา 899,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Limited Hi-Rider 10AT ราคา 949,000 บาท
  • Open Cab 2.0L Turbo Limited 4×4 6MT ราคา 889,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Limited 4×4 10AT ราคา 1,029,000 บาท

Ranger Wildtrak

  • Double Cab 2.0L Turbo Wildtrak Hi-Rider 10AT ราคา 1,029,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT ราคา 1,265,000 บาท

Ranger Raptor

  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Raptor 4×4 10AT ราคา 1,699,000 บาท

            Ranger ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่สีใหม่ 2 สีคือ สีส้ม Seber (เฉพาะรุ่น Wildtrak) และสีฟ้า Lightning Blue สีมาตรฐานอีก 5 สีได้แก่ สีเงิน Aluminuim Metallic, สีดำ Absolute Black Metallic, สีเทา Meteor Grey Metallic, สีขาว Frozen White และสีแดง True Red

          ลูกค้า Ford Rnger ใหม่ จะได้รับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายด้วยบริการฟรีค่าแรงในการตรวจเช็คตามระยะสูงสุดถึง 5 ปี หรือภายในระยะ 75,000 กิโลเมตร เพียงเข้าตรวจเช็คระยะทุก 15,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี

          Ford Ranger ใหม่ ผลิตที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) และโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) จังหวัดระยอง สำหรับการจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.ford.co.th หรือ www.facebook.com/fordthailand

Gallery

 

1 of 5
- +

1.

2.

3.

4.

5.

 

 

Tags: fordRangerRanger Raptor

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.