• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[First Drive] Peugoet 3008 & 5008 ครอสโอเวอร์พี่น้องจากเมืองน้ำหอม ส่งตรงประสบการณ์แตกต่างแบบฉบับยูโรเปี้ยน

What Car? Team by What Car? Team
November 19, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

          ยุคหนึ่งหากยังจำกันได้ รถยนต์ Peugoet โด่งดังอย่างมากในเมืองไทย ด้วยความเป็นรถยุโรปที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีคุณภาพมาตรฐานระดับสูง และมีให้เลือกหลายโมเดลในตอนนั้น ทำให้รถยนต์ตราสิงโตนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก กาลเวลาล่วงเลยผ่านประกอบกับการทำตลาดที่ไม่แน่นอนทำให้ Peugoet ค่อยๆ เฟดตัวเองออกไปจากวงการรถยนต์เมืองไทยช้าๆ จนหายไปในที่สุด แต่แล้ววันนี้แบรนด์สิงห์ฝรั่งเศสกลับมาทำตลาดในเมืองไทยอีกครั้งภายใต้การบริหารงานของ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดประเดิมด้วยยนตรกรรมเอสยูวี 2 รุ่นได้แก่น้องเล็ก 3008 แบบ 5 ที่นั่ง และพี่ใหญ่ 5008 แบบ 7 ที่นั่ง โดยคนพี่นั่นได้รับรางวัล Large SUV of the Year 2019 จาก What Car? UK ด้วย การันตีถึงคุณภาพและความคุ้มค่าที่รถคันนี้มอบให้ได้เป็นอย่างดี

            เอสยูวีทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันคือเบนซิน ไดเร็คอินเจ็คชั่น PURE TECH 4 สูบ เทอร์โบ Twin Scroll ความจุ 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 167 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า มีโหมด M พร้อม Paddle Shift สำหรับเข้าเกียร์ด้วยตัวเอง การทดสอบในทริปนี้ เปอร์โยต์ ประเทศไทย พาเราไปสัมผัสยนตรกรรมเอสยูวีสายเลือดฝรั่งเศสบนเส้นทาง กรุงเทพ – เขาใหญ่ ระยะทางรวมประมาณ 200 กิโลเมตร โดยเราจะได้ขับทั้ง 2 รุ่น เป็นการวัดกันไปเลยว่ารถขนาดต่างกันแต่เครื่องยนต์เดียวกันความรู้สึกจะเป็นอย่างไร จะทำได้ดีแค่ไหน พร้อมกับทดลองใช้โหมดขับเคลื่อนต่างๆ กันแบบครบถ้วน

เอกลักษณ์การออกแบบ

            ดีไซน์แบบยุโรปถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายตัวถังอันพลิ้วไหวลากยาวจากด้านหน้าจรดด้านหลัง ไฟหน้า LED ปรับอัตโนมัติมีลักษณะคล้ายเขี้ยวสิงห์ ลงตัวกับไฟท้ายแบบกรงเล็บสิงโต Lion claws สร้างความโดดเด่นยามโลดแล่นบนท้องถนน เมื่อมองรูปลักษณ์โดยรวมของ 3008 และ 5008 จะพบว่ามันมีความเหมือนกันอย่างมากโดยเฉพาะด้านหน้ารถ การจำแนกรุ่นของเปอร์โยต์ใช้หลักการง่ายๆ เช่น 3008 ตัวเลขแรกคือซีรีย์ ตัวเลข 00 ตรงกลางคือการระบุว่าเป็นประเภทรถเอสยูวี ส่วนตัวเลขสุดท้ายคือรุ่นรถ ฉะนั้นชัดเจนว่าสองรุ่นนี้ต่างกันเรื่องของขนาดเท่านั้น โดยน้ำหนักของ 3008 อยู่ที่ประมาณ 1,290 กิโลกรัม ส่วน 5008 หนักกว่าประมาณ 60 กิโลกรัม

            ภาพลักษณ์แบบเอสยูวีสะท้อนออกมาบนเรือนร่างที่ได้รับการตกแต่งด้วยแร็คหลังคาสเตนเลส กาบกันกระแทกด้านข้าง และขอบโป่งล้อสีดำ 3008 จะดูสปอร์ตกว่าจากแนวหลังคาที่ลาดเอียงลงท้ายรถ ขณะที่พี่ใหญ่ 5008 ดูเป็นรถครอบครัวเต็มตัวจากแนวหลังคาที่ตัดตรง

            การออกแบบภายในของ 3008 และ 5008 สร้างความรู้สึกหรูหราพรีเมี่ยมตามแบบฉบับรถหรูจากทวีปยุโรป วัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูง ส่วนใหญ่เป็นซอฟต์ทัช มีพลาสติกแข็งผสมบ้างในส่วนที่ไม่สำคัญ งานประกอบเนี๊ยบและแน่นหนา การออกแบบแดชบอร์ดหน้านั้นมีความโมเดิร์นมากๆ หน้าจอสัมผัสกลางแบบลอยตัว ชุดสวิตช์แบบก้านเปียโนสีเงินอะลูมิเนียม จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ อาทิระบบปรับอากาศหรือระบบสาระบันเทิงกลายเป็นเรื่องง่าย จุดที่เท่สุดๆ ก็คือพวงมาลัยแบบตัดบนและล่างขนาดกะทัดรัด มันช่วยให้คล่องตัวยิ่งขึ้นขณะขับขี่

            ห้องโดยสารของ 3008 และ 5008 ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วยชุดหน้าปัดดิจิทัล i-Cockpit ขนาด 12.3 นิ้วที่สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น วัดรอบ วัดความเร็ว ระบบนำทาง รวมถึงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญต่างๆ สามารถเลือกได้ว่าจะให้ข้อมูลใดแสดงผลตรงตำแหน่งไหนก็ได้ตามต้องการ จอนี้ควบคุมด้วยปุ่มหมุนฝั่งซ้ายบนพวงมาลัย ตำแหน่งของมันนั้นต่างจากรถทั่วไปเพราะอยู่เหนือพวงมาลัยทำให้ไม่ต้องมองผ่านช่อง หมดปัญหาพวงมาลัยบังหน้าจอ แถมกราฟิกและเมนูต่างๆ ยังดูง่าย ชัดเจน และสวยงามทันสมัย

            หน้าจอสัมผัสกลางมาพร้อมกับระบบความบันเทิงที่ลื่นไหล ใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นครบ กราฟิกสวย จอมีความคมชัดสูง ตั้งอยู่ในระดับสายตาและเยื้องทำมุมเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ทำให้เข้าถึงการใช้งานได้ง่ายขณะกำลังขับรถ ถัดลงมาเป็นหัวเกียร์ขนาดกระชับมือที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายในระหว่างขับ โหมด M เป็นปุ่มกด ไม่มีตำแหน่ง +/- ให้โยก ใช้การควบคุมเกียร์ผ่านแป้นแพดเดิลชิฟท์แทน ถัดมาเป็นเบรกมือไฟฟ้าและปุ่มโหมด SPORT ทั้ง 3008 และ 5008 ยังมาพร้อมระบบ Advanced Grip Control เป็นโหมดการขับสำหรับสภาพพื้นผิวต่างๆ ใช้งานสะดวกด้วยปุ่มหมุนข้างคันเกียร์ ประกอบด้วย Normal, Snow, Mud, Sand และ ESP Off

 

ความสะดวกสบายและพื้นที่ภายใน

            เบาะคู่หน้าของ 3008 และ 5008 ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ฝั่งผู้ขับมีตัวดันหลังไฟฟ้า พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง-เข้า-ออก ตัวเบาะมีความนุ่ม นั่งขับนานๆ แล้วรู้สึกสบาย ทั้งยังโอบกระชับล็อกลำตัวได้ดี การเข้า-ออกรถทำได้อย่างสะดวกจากประตูที่ใหญ่และความสูงของรถที่เหมาะสม ไม่ต้องเขย่งหรือก้มตัวมุดเข้า พื้นที่ด้านหน้ามีความโปร่งสบาย หากยังโปร่งไม่พอใจก็เปิดหลังคาซันรูฟได้

            เบาะแถวสองออกแบบให้เลื่อนเข้า-ออกได้ พนักพิงปรับเอนได้ พื้นที่มีเพียงพอกับคนตัวสูง 180 ซม. เข่าไม่ชน ศีรษะไม่ติดเพดาน 3008 อาจจะรู้สึกกะทัดรัดกว่า แต่ 5008 คือที่สุดของความสบาย ตัวเบาะนั่งใหญ่ หนานุ่ม นั่งทางไกลสบายหายห่วง การเข้า-ออกรถง่าย เบาะตัวกลางดึงลงมาเป็นที่วางแก้วที่เท้าแขนไม่ได้ แต่เราชอบที่มันไม่มีอุโมงค็กลางมาเกะกะขา

            การเข้า-ออกเบาะแถวสามของ 5008 ทำได้อย่างสะดวกจากการที่เบาะสามารถพับเลือนมาข้างหน้าได้มาก พื้นที่เบาะแถวสามเหมาะกับเด็กๆ มากกว่า แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถนั่งได้ในระยะทางสั้นๆ ทั้ง 2 รุ่นมีประตูท้ายแบบไฟฟ้าควบคุมได้ทั้งจากรีโมทคอนโทรล สวิตช์ที่คอนโซลฝั่งผู้ขับ และการสอดเท้าไปใต้กันชนหลังโดยต้องพกกุญแจไว้กับตัว บานประตูมีระบบป้องกันการหนีบ

            ห้องเก็บสัมภาระของ 5008 ใหญ่สะใจ พื้นห้องราบเสมอขอบกันชน เมื่อพับเบาะแถวสองและสามลงก็จะได้พื้นที่ราบเสมอกันทั้งหมด กลายเป็นพื้นที่บรรทุกขนาดใหญ่ที่ใส่จักรยานทั้งคันยังได้ เบาะแถวสองพับแยกได้แบบ 50/50 เบาะแถวสามพับแยกได้แบบ 60/40

การขับขี่

          ทริปนี้เราเริ่มต้นด้วย 5008 ออกสตาร์ทจากศูนย์บริการ ไลอ้อน ออโตโมบิล ย่านเกษตร-นวมินททร์ ออกจากโชว์รูมปุ๊ปก็เจอกับรถติดปั๊ปแต่ 5008 กลับมอบความสุขสบายได้เป็นอย่างดี ที่ความเร็วคลานต่ำเครื่องยนต์และเกียร์มีความนุ่มนวล จังหวะเปลี่ยนเกียร์แทบไม่รู้สึก พวงมาลัยเบา หมุนควงเปลี่ยนเลนได้อย่างสบายมือ แม้จะเป็นรถ 7 ที่นั่งแต่ขนาดตัวก็ไม่ได้ใหญ่เหมือนพวกรถ PPV ดังนั้นการซอกแซกในเมืองยังคงทำได้อย่างสะดวก ตำแหน่งนั่งขับที่สูงช่วยให้มองเห็นหน้ารถได้ไกล เสา A-pillar ไม่หนามากนักจึงไม่บังมุมรถ มุมมองผ่านไหล่ไปกระจกหลังค่อนข้างโล่งดีเลย

         หลุดจากเกษตร-นวมินทร์ก็ตัดเข้าสู่มอเตอร์เวย์ เราได้ลองกดแบบเต็มๆ ซึ่งเจ้า 5008 ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะอืดอาดแต่อย่างใด เครื่อง 1.6 ลิตร เทอร์โบ ตอบสนองได้ค่อนข้างน่าประทับใจ อัตราเร่งไม่ได้จัดจ้านแบบกดคันเร่งแล้วดึงให้หลังติดเบาะแต่จะมาแบบนุ่มๆ ไหลๆ เกียร์ออโต้ 6 สปีดปรับเซ็ตอัตราทดเกียร์ต่ำ 1-2-3 มาค่อนข้างชิดกัน พอเกียร์ 4-5-6 อัตราทดจะกว้างขึ้น เกียร์นุ่มนวล ทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์แทบไม่มีการสะดุด ลองคิ๊กดาวน์ดูพบว่ามีการดีเลย์เล็กน้อยก่อนที่เกียร์จะลดลง 1 จังหวะพร้อมกับเรี่ยวแรงที่ไม่มีมากนักแต่ยังพอที่จะเร่งแซงแบบไม่ต้องลุ้นจนเหนื่อย การตอบสนองของโหมด M จากการใช้แป้นแพดเดิลชิฟท์ฉับไวดี

          พอถึงนอกเมืองเราได้ลองเร่งออกตัวจากแยกไฟแดงซึ่ง 5008 ก็ทำได้กระฉับกระเฉงดี เร่งถึงความเร็ว 110 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่นานนัก หลังจากนั้นลองกดโหมด Sport ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นมานิดนึงเพื่อบ่งบอกว่าข้าพร้อมทะยานแล้ว สิ่งที่ได้รับคืออัตราเร่งติดที่เท้ามากขึ้น คันเร่งไวขึ้น เกียร์จะลากรอบยาวขึ้น ถ้าต้องการอรรถรสความสนุกลองกดปุ่ม M แล้วใช้ Paddle Shift ในการเปลี่ยนเกียร์จะช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงได้อีกพอสมควร และในโหมดนี้ยังกดคันเร่งคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำได้ เผื่อขับในโหมด M เพลินๆ แล้วต้องเร่งฉุกเฉิน

         พวงมาลัยรูปทรงอวกาศขนาดเล็กกะทัดรัด การใช้งานไม่ต่างจากพวงมาลัยปกติ วงพวงมาลัยที่เล็กทำให้คล่องมือขึ้นด้วยซ้ำ ประหยัดแรงหมุนดีออก พวงมาลัยแปรผันความหนืดตามความเร็วได้ดี จากที่เบาในตอนความเร็วต่ำพอขับความเร็วสูงก็หนักขึ้น ช่วยให้มั่นคงไม่วูบวาบได้เป็นอย่างดี ระยะฟรีของพวงมาลัยมีเหมาะสมเพื่อความนุ่มนวลและก็มีความแม่นยำเมื่อต้องเข้าโค้ง

        ที่ผิดคาดไปนิดคือระบบกันสะเทือน ทีแรกเรากะว่ามั่นต้องนุ่มมากๆ แน่ แต่เอาเข้าจริงมันออกแนวแน่นเฟิร์มแต่ไม่แข็งกระด้าง ประกอบกับยางที่ให้มาเป็นแบบกึ่งลุยจึงเพิ่มความแข็งขึ้นมาอีกนิด การดูดซับแรงสะเทือนต่างๆ อย่างการรูดผ่านฝาท่อ หลุม เส้นจราจร รอยปะถนน ยังคงซับแรงได้ดี โดดคอสะพานก็ยุบทีเดียวแล้วนิ่ง ข้อดีคือมันให้ความมั่นใจได้ดีมากเมื่อหวดความเร็วสูง รถจะนิ่ง เกาะถนนหนึบ ไม่โคลง ไม่ส่าย ทั้งทางตรงและในโค้ง ยิ่งพอผ่านช่วงถนนธนะรัชต์ก็รู้เลยว่าขับสนุก อาการโยนมีไม่มาก และผู้โดยสารก็ไม่รู้สึกเวียนหัว

         ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ จับตัวเร็วไปนิดเมื่อเหยียบแป้นเบรก ขับแรกๆ พอเบรกแล้วผู้โดยสารหัวทิ่มหัวตำ ต้องปรับตัวสักพักจึงเบรกได้นุ่มนวล เบรกหนึบเอาอยู่ทุกช่องความเร็ว ในส่วนของการป้องกันเสียงรบกวนของ 5008 นั้นอยู่ในระดับเดียวกับรถหรูจากค่ายเยอรมัน ถ้าขับไม่เกิน 100 กม./ชม. จะไม่มีทางได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามา เสียงยางที่ความเร็วเดียวกันนี้เริ่มดังแทรกเข้ามาบ้าง ผู้โดยสารเบาะหลังจะได้ยินชัดกว่าผู้ขับ เสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบ จะดังให้ได้ยินแบบชัดๆ ก็ต่อเมื่อกดคันเร่ง

        เมื่อมาถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ได้เวลาสลับมาขับน้องเล็ก 3008 ความรู้สึกโดยรวมเมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งไม่ค่อยต่างจาก 5008 มากนัก ตำแหน่งนั่งขับอาจเตี้ยกว่าหน่อยแต่พวกมุมมองต่างๆ ยังคงชัดเจนรอบทิศทาง เส้นทางช่วงนี้เป็นการขึ้นทางชันสลับกับโค้งมากมาย ความเร็วที่ใช้ก็ตามที่อุทยานกำหนด เราจึงได้ทดสอบการบังคับควบคุมของเจ้า 3008 กันแบบเต็มๆ

         เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ให้พละกำลังเหลือๆ กับการขับขึ้นเขาใหญ่ เรี่ยวแรงมีให้เรียกใช้ได้ตามสั่ง ประกอบกับตัวรถที่มีขนาดเล็กกว่าด้วยจึงรู้สึกว่ากระฉับกระเฉงกว่า 5008 อยู่เล็กน้อย การขับขึ้นทางลาดชันถ้ารถมีโหมดเกียร์ M ก็ควรใช้ให้เกิดประโยชน์เพราะมันจะช่วยให้ขับง่ายขึ้น การตอบสนองจากการใช้แพดเดิลชิฟท์ทำได้อย่างรวดเร็ว ช่วงนี้เราจึงเล่นเกียร์กันอย่างสนุกสนาน ช่วงลงเนินก็คาเกียร์ต่ำไว้ช่วยหน่วงความเร็วเป็นการลดภาระเบรกอีกแรง

        การขับทางคดเคี้ยวด้วย 3008 เป็นเรื่องสนุกกว่าที่คิด รถมีความคล่องแคล่ว ขับง่าย ช่วงล่างไม่โยนมากเมื่อสาดเข้าโค้ง แถมยังรู้สึกหนักแน่นและปลอดภัย พวงมาลัยที่มีอัตราทดเหมาะสมทำให้กะจังหวะเข้าโค้งได้ง่ายแถมยังแม่นยำ ทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกยังจับตัวไวเหมือนรุ่นพี่ 5008 ต้องปรับตัวสักพักจึงจะเบรกได้อย่างนุ่มนวล

         ระหว่างเส้นทางทดสอบบนเข้าใหญ่มีการแวะลองระบบ Advanced Grip Control บนทางลาดชันที่เป็นหินลอย เป็นเส้นทางที่ทางเปอโยต์จัดไว้ให้ ระบบจะปิดและเปิดการทำงานของ ESP โดยอัตโนมัติเพื่อให้รถสามารถตะกุยไต่หินขึ้นไปได้ พร้อมกันนี้ยังได้ลองระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อลงทางลาดชัน Hill Descent Control ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก

         สำหรับการขับทางราบปกตินั้น 3008 ยังมีคาแร็กเตอร์แบบ 5008 คือนุ่มนวล ช่วงล่างแน่นเฟิร์มแต่ไม่กระด้าง สิ่งที่ต่างคือความล่องตัวที่เพิ่มขึ้น อัตราเร่งที่ไวขึ้น การป้องกันเสียงรบกวนยังดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน

สิงโตกลับมาแล้ว

            3008 และ 5008 เป็นการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีแบรนด์รถยุโรปที่เคยโด่งดังในอดีต ทั้ง 2 รุ่นเป็นคู่ซี้พี่น้องที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ภายนอก ความโมเดิร์นของห้องโดยสาร รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยหลายๆ อย่าง ในด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบของรถทั้ง 2 รุ่นให้การตอบสนองที่ดี นุ่มนวล ขับทางไกลขึ้นเขาลงห้วยได้ไม่มีปัญหา ช่วงล่างแน่นเฟิร์ม การบังคับควบคุมดี 5008 นั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทาง ขณะที่ 3008 นั้นก็ได้ทั้งใช้งานในเมืองและขับขี่ท่องเที่ยวต่างจังหวัด โดยรวมแล้วนี่คือตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

            การเลือกเปิดตัวด้วยรถเอสยูวีของเปอร์โยต์ ประเทศไทย คือการวางหมากธุรกิจที่ถูกต้องเพราะตอนนี้กระแสเอสยูวีกำลังมาแรง ราคาเริ่มต้น 1.549 ล้านบาท ของ 3008 และ 1.749 ล้านบาท ของ 5008 ขี้ชัดว่าเปอร์โยต์ไม่ได้ต้องการจะไปเล่นในกลุ่มตลาดบนที่มีแบรนด์เยอรมันรอต้อนรับอยู่ แต่เลือกตีตลาดรถญี่ปุ่นในกลุ่ม C-SUV ด้วยการนำเสนอจุดเด่นที่เป็นรถยุโรประดับพรีเมี่ยมในราคาต่ำกว่า 2 ล้าน แถมมี 7 ที่นั่งด้วย นับว่าเป็นราคาที่คนทั่วไปสามารถจับต้องได้ ถ้าคุณกำลังมองหารถยุโรปดีๆ ในราคาไม่โอเวอร์ Peugeot 3008 และ 5008 นี่แหละใช่ที่สุด

ขอขอบคุณ เปอร์โยต์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูข้อมูลรถยนต์ Peugeot 3008 และ 5008 ได้ที่ www.peugeot.co.th หรือ www.facebook.com/PeugeotThailand/ 

Gallery

 

1 of 21
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

Tags: First drivePEUGEOTPeugeot 3008Peugeot 5008Peugeot ThailandreviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1059 shares
    Share 424 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.