• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[First Drive] New Mazda2 ขับดีเหมือนเดิม เติมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย GVC Plus

What Car? Team by What Car? Team
December 24, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

          ชั่วโมงนี้หากพูดถึงรถยนต์นั่งขนาดเล็กคงไม่มีใครร้อนแรงไปกว่า Mazda2 ที่ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในด้านยอดขายมาต่อเนื่องยาวนาน ช่วงที่ผ่านมาค่ายคู่แข่งต่างก็งัดทีเด็ดมาต่อสู้แต่มาสด้าเองก็ไม่ยอมอยู่เฉยคลอดรุ่นปรับโฉมปี 2020 ลงมาสู้ศึก ทำให้ตลาดรถเล็กในบ้านเรามีความดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร มาสด้าปิดจ๊อบงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมาเกือบ 4 พันคันโดยรถที่ขายได้มากที่สุดก็คือเจ้า Mazda2 ใหม่นี่แหละ แม้กระแสของ City โฉมใหม่กำลังร้อนแรงแต่กระแสของ Mazda2 ก็ไม่ได้มอดลงไปเลย

            หลังจบมอเตอร์เอ็กซ์โปมาสด้าร่อนจดหมายเชิญ WHATCAR? Thailand ไปทดสอบ Mazda2 ใหม่ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ไม่ได้จัดให้ขับแบบธรรมดาเหมือนเคย แต่พาไปหวดในสนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ เพื่อสัมผัสระบบ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) กันอย่างเต็มที่ เราเชื่อว่า Mazda2 เป็นรถเล็กที่เด่นในเรื่องสมรรถนะและการควบคุมเป็นอันดับต้นๆ ของคลาส การเพิ่มระบบ GVC Plus เข้ามาน่าจะช่วยให้ขับสนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจะหาคำตอบว่ามันเป็นไปตามที่เราคิดไว้หรือไม่

            Mazda2 ใหม่ยังมี 2 เครื่องยนต์เหมือนเดิมคือ เบนซิน 1.3 ลิตร 93 แรงม้า และดีเซล 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ซึ่งในวันนี้เราจะได้ลองทั้ง 2 เครื่องยนต์ ส่วนการทดสอบจะแบ่งออกเป็น 3 สถานี ได้แก่ Performance ทดสอบสมรรถนะ, Handling / Brake / GVC Plus ทดสอบการบังคับควบคุม และขับเต็มรอบสนาม Full Lap รถที่ใช้ทดสอบมี 3 รุ่น ประกอบด้วย XDL ตัวท็อปดีเซล, 1.3 SP ตัวท็อปเบนซิน และ 1.3 S Sport ตัวรองท็อปเบนซิน มีทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ก

พระเอกใหม่ GVC Plus

            แม้ว่า Mazda2 ใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ จุด แต่สิ่งหนึ่งที่เรียกว่าเป็นพระเอกเลยก็คือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ G-Vectoring Control Plus หรือเรียกย่อว่า GVC Plus ระบบนี้ถูกแนะนำเป็นครั้งแรกพร้อมติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน All-New Mazda 3 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากระบบ GVC เดิมด้วยการใช้เบรกเข้ามาจำกัดและควบคุมรถเพิ่มเติมจากเวอร์ชั่นแรกที่ใช้การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์เท่านั้น

            การทำงานของระบบ GVC Plus เริ่มจากขณะรถเริ่มเข้าโค้งเครื่องยนต์จะลดแรงบิดเล็กน้อยให้เหมาะสมกับลักษณะของโค้ง ทำให้น้ำหนักของตัวรถถ่ายมายังล้อหน้าซึ่งเป็นล้อที่ใช้ในการควบคุมรถ ส่งผลให้ล้อหน้ายึดเกาะถนนมากขึ้น เข้าโค้งได้สมดุลและแม่นยำขึ้น ขณะอยู่ในโค้งระบบจะคืนแรงบิดให้กลับสู่ปกติเพื่อควบคุมการถ่ายน้ำหนักให้สมดุลทั้งหน้าและหลัง ส่งผลให้การแก้พวงมาลัยในโค้งเกิดขึ้นน้อยที่สุด และขณะออกจากโค้งระบบจะตรวจการหมุนพวงมาลัยเพื่อคำนวณการเบรกเพียงเล็กน้อยที่ล้อฝั่งนอกโค้งซึ่งจะช่วยให้รถเข้าทางตรงง่ายมากขึ้น

            การอัพเกรดเป็น GVC Plus เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แน่นอนว่าการขับขี่บนถนนปกตินั้นไม่สามารถทดสอบระบบนี้ได้เลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มาสด้าพาเรามาเยือนสนามช้างฯ ในวันนี้เพื่อทำความเข้าใจระบบอย่างลึกซึ้งพร้อมกับลองขับจริง ซึ่งมันไม่เพียงแต่เหมาะสมกับในสนามเท่านั้น การขับขี่ในชีวิตประจำวันระบบ GVC Plus ยังช่วยในเรื่องความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย

อัตราเร่งดี เข้าโค้งเยี่ยม

            เริ่มต้นทดสอบด้วยสถานี Performance กับ Mazda2 XDL Sport เครื่องยนต์ดีเซล สถานีนี้เป็นการทดสอบระบบ GVC Plus พร้อมกับทดสอบอัตราเร่ง เริ่มด้วยการกดคันเร่งไปให้ถึง 80 กม./ชม. แล้วหักเข้ากรวยซ้าย-ขวาแบบ Lane Change โดยไม่เหยียบคันเร่ง ต่อด้วยโค้งตัว U แล้วก็ Lane Change อีกรอบโดยเหยียบคันเร่งประคองไว้ แล้วดูความแตกต่าง

            ทันทีที่กดคันเร่ง Mazda2 XDL Sport พุ่งออกตัวอย่างนิ่มนวลพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่สุภาพเรียบร้อยและไม่สั่นสะท้าน เกียร์ถูดเซ็ตอัตราทดอย่างเหมาะสมและส่งต่อกำลังได้นุ่มนวล ในเกียร์ 1 รอบเครื่องดีดขึ้นสูงไปถึงราว 3,000 รอบ ก่อนจะตัดลงเกียร์ 2 โดยไร้ซึ่งอาการกระตุก ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. จังหวะหักเข้ากรวยซ้าย-ขวาแบบ Lane Change เห็นได้ชัดว่ารถมีอากาศท้ายออกเล็กน้อย

            เมื่อผ่านโค้งตัว U เราลองอีกรอบ กดคันเร่งไปที่ 80 กม./ชม. หักเข้ากรวย Lane Change รอบนี้เหยียบคันเร่งประคองไปด้วย สิ่งที่แตกต่างไปคืออาการท้ายออกลดลง ตัวรถเหวี่ยงน้อยลง คุมพวงมาลัยได้ไวขึ้น หน้ารถตอบสนองต่อการหักเลี้ยวไวขึ้น นี่คือผลลัพธ์จากการทำงานของระบบ GVC Plus สรุปง่ายๆ คือระบบ GVC Plus จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเมื่อเหยียบคันเร่งประคองไปด้วยขณะเข้าโค้งหรือหักพวงมาลัยนั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าเข้าโค้งปกติแบบปล่อยคันเร่งแล้วจะแย่นะ คือเดิมๆ Mazda2 ก็เป็นรถที่มีการควบคุมดีมากๆ อยู่แล้ว ถ้าเป็นรถรุ่นอื่นขับทดสอบแบบเดียวกันท้ายอาจจะปัดออกไปมากกว่านี้ก็ได้ การทดสอบสถานีนี้แค่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างว่า GVC Plus ช่วยเสริมให้การควบคุมดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

            สถานีที่ 2 เป็นการทดสอบแฮนด์ลิ่งของรถในโค้งต่างๆ ตาม Racing Line ที่วางกรวยไว้ เป็นการขับเข้าโค้งต่อเนื่องในโค้งที่ 7-11 ของสนามช้างฯ รอบนี้เราเปลี่ยนมาขับรุ่นเบนซิน 1.3 SP Sport สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคืออัตราเร่งที่ด้อยกว่ารุ่นดีเซลจากกำลังและแรงบิดที่น้อยกว่า รวมถึงน้ำหนักของตัวรถที่เบากว่าแบบรู้สึกได้ เราได้ขับ 2 รอบ เปรียบเทียบความต่างระหว่างการเหยียบคันเร่งประคองขณะเข้าโค้งและไม่เหยียบ

            รอบแรกใช้ความเร็ว 70 กม./ชม. เข้าโค้งโดยไม่เหยียบคันเร่งประคอง สิ่งที่ขึ้นคือแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ของตัวรถจะเยอะ มีอาการหน้าดื้อและท้ายออกนิดๆ ถ้าขืนไปต่อโดยไม่ลดความเร็วจะยิ่งคุมยาก รอบที่สองขับไลน์เดิมความเร็วเท่าเดิมโดยเยียบคันเร่งช่วยประคอง ระบบ GVC Plus เข้ามาทำหน้าที่ช่วยเบรกที่ล้อด้านนอกโค้ง ผลที่ได้คือสามารถควบคุมพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น แรงเหวี่ยงลดลง อาการหน้าดื้อลดลง อาการท้ายออกก็ลดลงตามไปด้วย มาสด้าอธิบายว่า GVC Plus จะเข้ามาช่วยเบรกในระหว่างที่เราเข้าโค้งเพื่อให้เกิดการถ่ายน้ำหนักจากด้านหลังมาด้านหน้า เพิ่มแรงกดในล้อบังคับทิศทางมากที่สุด ทำให้ผู้ขับสามารถเข้าโค้งได้ง่ายและออกโค้งได้เร็วขึ้น

            ต่อเนื่องด้วยสถานีที่ 3 เป็นการขับรอบสนามช้างฯ เต็มรอบ สถานีนี้เป็นการทดสอบอัตราเร่งและระบบ GVC Plus กันแบบเต็มๆ ในความเร็วระดับการแข่งขัน โดยจะได้ขับรุ่นดีเซล 2 รอบ และเบนซิน 2 รอบ เริ่มต้นด้วยรุ่นดีเซล XDL Sport ตัวถังแฮทช์แบ็ก ซึ่งให้อัตราเร่งที่สนุกสนาน ดึงดีตั้งช่วงรอบต่ำ แต่ยังยืนพื้นบนความนุ่มนวล ช่วงทางตรงยาวสามารถกดได้ถึง 160 กม./ชม. ก่อนที่จะลดความเร็วมาอยู่ที่ราว 80 กม./ชม. แล้วทำการเข้าโค้งโดยเหยียบคันเร่งประคองให้ระบบ GVC Plus ทำงานไปด้วย รถเข้าโค้งได้อย่างเนียน ควบคุมให้อยู่ในไลน์ได้ไม่ยาก และออกโค้งได้ว่องไว

            จบ 2 รอบก็สลับมาเป็นรุ่นเบนซิน 1.3 SP Sport ตัวถังแฮทช์แบ็ก อัตราเร่งต่างกันลิบลับ แรงดึงน้อยกว่า แต่ยังคงนุ่มนวลเหมือนกัน เราใช้เทคนิคเดียวกันในการเข้าโค้งผลที่ได้คือเบนซินดูคุมง่ายกว่านิดๆ แรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งมีน้อยกว่า อาการหน้าดือและท้ายออกก็มีน้อยกว่ารุ่นดีเซลเช่นกัน ทั้งนี้น่าจะมากจากน้ำหนักตัวรถที่เบากว่า ความยอดเยี่ยมของระบบ GVC Plus ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างสนุก มั่นใจ และทำเวลาได้ดี

            จบ 3 สถานีพร้อมกับความสุข Mazda2 เป็นรถเล็กที่เราคิดว่าขับดีที่สุดในคลาสแล้วโดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในเรื่องการเข้าโค้งที่มาสด้านำแนวคิดจากการแข่งขันมาวิจัยและพัฒนาออกมาเป็นระบบ GVC Plus แล้วติดตั้งในรถบ้าน ผลที่ได้คือความสนุกบนพื้นฐานความปลอดภัย เพิ่มอารมณ์การขับขี่ พร้อมตอบสนองนักขับทุกเพศทุกวัย ขับอย่างมั่นใจและไร้กังวลมากขึ้น

สรุปความน่าใช้

            Mazda2 ใหม่ปรับหน้าตาภายนอกและภายในหลายส่วน แน่นอนว่ามันน่าใช้ขึ้น และมีสีตัวถังใหม่อย่าง Polymetal Gray Metallic เอาใจคนชอบความโดดเด่น (เฉพาะตัวถังแฮทช์แบ็ก) แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ที่ชื่อว่า G-Vectoring Control Plus เจ้าตัวนี้แหละที่ยกระดับการขับขี่ของ Mazda2 ให้นำหน้าคู่แข่งขึ้นไปอีกขั้น แม้จะเครื่องยนต์เดิม ช่วงล่างเดิม แต่มันขับสนุกขึ้น มั่นใจขึ้น ปลอดภัยขึ้น ถ้าคุณขอบการขับรถ ชอบรถขนาดเล็กที่มีแฮนด์ลิ่งดีๆ หรือรู้สึกสนุกเมื่อกำลังโลดแล่นในโค้ง Mazda2 ใหม่นี่แหละคือเพื่อนเดินทางที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับคุณได้ทุกครั้งที่หมุนพวงมาลัย

ขอขอบคุณ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปก New Mazda2 ได้ที่ http://bit.ly/37NY6uv

ราคาจำหน่าย New Mazda 2 เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร Skyactiv-G

  • รุ่น 1.3 E ราคา 546,000 บาท
  • รุ่น 1.3 C ราคา 602,000 บาท
  • รุ่น 1.3 S ราคา 627,000 บาท
  • รุ่น 1.3 S LEATHER ราคา 648,000 บาท
  • รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท

ราคาจำหน่าย New Mazda 2 เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร Skyactiv-D

  • รุ่น XD ราคา 782,000 บาท
  • รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท

Gallery

 

1 of 45
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45. default

Tags: First driveGVC PlusMAZDAMazda 2reviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.