• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Mitsubishi Xpander เจ็ดที่นั่งนิยามใหม่ กว้างขวาง ขับดีทั้งทางเรียบและทางลุย

What Car? Team by What Car? Team
July 25, 2018
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

หลายท่านน่าจะรู้จักเอสยูวี (SUV) และเอ็มพีวี (MPV) เป็นอย่างดี รถยนต์ทั้งสองประเภทนี้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย SUV หรือ Sport Utility Vehicle คือรถยนต์อเนกประสงค์แบบสปอร์ต ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ใช้งานแบบสมบุกสมบัน สามารถลุยไปได้ทุกที่ทั้งทางเรียบและป่าเขา บวกกับมีความสปอร์ต รูปลักษณ์สวยงาม เครื่องยนต์มีกำลังสูง และสามารถขนสัมภาระได้มากมาย ส่วน MPV หรือ Multi Purpose Vehicle คือรถยนต์อเนกประสงค์เหมือนกันแต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลุยทางฝุ่น เน้นการใช้งานเป็นรถครอบครัว รองรับผู้โดยสารได้เยอะ และมาพร้อมกับความหรูหราสะดวกสบายกว่า แล้วถ้าหากเอารถทั้งสองประเภทนี้มารวมกันล่ะ?

แน่นอนว่าตลาดรถยนต์บ้านเรามีการเติบโตและแข่งขันกันสูงมาก รถ SUV ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมกับบรรดาค่ายรถต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากันอย่างคึกคัก แต่เมื่อมาดูที่รถ MPV กลับมีตัวเลือกไม่หลากหลายเท่า มิตซูบิชิเป็นค่ายรถที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ในเซกเมนต์นี้ และพวกเขากล้าที่จะแตกต่างด้วย Mitsubishi Xpander รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่มิตซูบิชินิยามว่าเป็นครอสโอเวอร์ที่ผสมผสานความเป็น MPV กับ SUV เข้าด้วยกัน เป็นการบุกเบิกเซกเมนต์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีค่ายไหนทำมาก่อนในตลาด

Mitsubishi Xpander เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเกือบๆ 1 ปีที่แล้ว พร้อมกับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่นั่นโดยมียอดจำหน่ายสะสมจนถึงปัจจุบันมากกว่า 50,000 คัน ทำให้หลายคนเริ่มจับตามองรถรุ่นนี้และรอคอยว่าเมื่อไรจะมาไทย ในที่สุดการรอคอยของคนไทยก็สมหวังเพราะมิตซูบิชิประกาศทำตลาดรถอเนกประสงค์หน้าตาล้ำอนาคตคันนี้ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2018

เป็นเรื่องน่ายินดีที่มิตซูบิชิเชิญชวนให้เราไปทดลองขับ Xpander ก่อนเปิดตัวสู่สาธารณะชน การทดสอบครั้งนี้มีระยะทางรวมกว่า 3,000 กม. ตั้งแต่ภาคเหนือที่เชียงราย มุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง แล้วลัดเลาะลงไปยังภาคใต้ ทีมงาน WHATCAR? อยู่ในกลุ่มที่ 4 ได้ขับขี่บนเส้นทาง กรุงเทพ – นครสวรรค์ รถที่ขับเป็นรุ่นท็อป GT เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปดูกันเลยว่ารถอเนกประสงค์ที่ผสมผสานความเป็น SUV และ MPV เข้าด้วยกันจะดีงามอย่างไร

ดีไซน์ภายนอก

                Mitsubishi Xpander มาพร้อมดีไซน์ที่ล้ำสมัย โดดเด่น ดึงดูดทุกสายตา ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบ ‘Form Follows Function’ หรือรูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน มีความลงตัวด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวผสานเข้ากับความแข็งแกร่ง เป็น Design Language แบบเดียวกับ Pajero Sport

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบทึบดีไซน์โฉบเฉี่ยว ผสานกับกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตดุดัน คุณสมบัติการใช้งานและความปลอดภัยที่ได้รับจากดีไซน์แบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ ปรากฏให้เห็นชัดเจนที่ด้านหน้าและตำแหน่งของไฟหน้า ขณะที่ไฟหรี่แบบ Crystal LED ถูกติดตั้งอยู่ด้านบนของฝากระโปรงและเยื้องมาด้านหน้าซุ้มล้อจึงช่วยให้ผู้ใช้ทางเท้าและยานพาหนะอื่นๆ สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น น่าเสียดายที่ไฟหรี่นี้ไม่ได้ติดตลอดเวลาแบบไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์

ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ติดตั้งในกันชนหน้าเพื่อเลี่ยงไม่ให้แสงจากไฟหน้ารบกวนสายตาผู้ใช้ทางเท้ารวมถึงผู้ขับขี่ยานพาหนะที่สวนมา ถัดลงมาเป็นไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกหน้าทรงกลม

มือเปิดประตูและคิ้วขอบกระจกประตูเป็นโครเมียม มีแผ่นกันกระแทกสีเงินที่ใต้กันชนหน้าและหลัง รวมถึงคิ้วขอบประตูด้านล่างข้างตัวรถ เสริมภาพลักษณ์สมบุกสมบันแบบเอสยูวีได้เป็นอย่างดี

ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED L-Illumination Tube ดีไซน์หรูพร้อมไฟเบรกแบบแยกส่วน ด้านบนมีสปอยเลอร์ติดตั้งมาให้พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บริเวณกันชนท้ายติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงมาให้ด้วย

มิติตัวรถยาว 4,475 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,700 มม. ระยะฐานล้อ 2,775 มม.  น้ำหนัก 1,240 กก. รถที่เราทดสอบติดตั้งล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/55 R16

Xpander แสดงออกถึงการผสมผสานระหว่าง SUV และ MPV อย่างชัดเจนด้วยความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่มากกว่ารถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกันที่ 205 มม. (สำหรับล้ออัลลอย 16 นิ้ว) เพิ่มศักยภาพการบุกตะลุยได้บนหลากหลายสภาพเส้นทาง พร้อมข้ามผ่านได้ทุกอุปสรรค และช่วยให้ฝ่าสภาพน้ำท่วมขังได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีมิติตัวถังที่ใหญ่โต และมาพร้อมกับตำแหน่งที่นั่งขับขี่ที่สูงกว่า

ภายในครบครัน

ภายในห้องโดยสารของ Xpander เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายและมีความกว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกัน มิติในห้องโดยสารที่กว้างและสูง สามารถปรับเบาะที่นั่งที่ได้อย่างอเนกประสงค์ รองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คนด้วยพื้นที่ช่วงขาและช่วงไหล่พร้อมให้ความกว้างขวางสะดวกสบาย

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ ได้รับการพัฒนาจากแนวคิด “โอโมเตะนาชิ” (Omotenashi) หรือการดูแลและใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น เบาะหุ้มหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ทั้ง 3 แถว วัสดุภายในห้องโดยสารเป็นพลาสติกแข็งเกือบทั้งหมดทั้งแดชบอร์ดและแผงประตูแต่มีการขึ้นลายให้มีลักษณะคล้ายกับวัสดุหนัง พร้อมตกแต่งด้วยสีเงินตัดกับห้องโดยสารโทนสีดำเพื่อความหรูหรา พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยหนัง

การออกแบบภายในห้องโดยสารเป็นไปตามอัตลักษณ์ดีไซน์แบบแนวราบ (Horizontal Axis) ในการจัดเรียงแผงควบคุมทั้งหมดช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์การขับเคลื่อนของตัวรถ พร้อมกับช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้าและมอบความปลอดโปร่งยิ่งขึ้นแก่ห้องโดยสาร รองรับการใช้งานได้อย่างครบครันด้วยช่องจัดเก็บของมากมายและช่องชาร์จกระแสไฟฟ้า 12V 3 ตำแหน่งสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับระดับสูง-ต่ำและปรับเข้า-ออก สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และ Cruise Control ชุดหน้าปัดเป็นแบบเข็มบอกวัดรอบเครื่องยนต์และวัดความเร็ว พื้นหลังเป็นลวดลายเคฟลาร์ มาพร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับแบบสามมิติ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว

ระบบความบันเทิงเป็นเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อตั้งแต่ CD และ DVD ไปจนถึง Bluetooth, USB และ AUX มาพร้อมลำโพงทั้งหมด 6 จุด คุณภาพเสียงถือว่าพอใช้ได้ และยังสามารถปรับ EQ ได้เองด้วย

เบาะแถว 2 แยกพับ 60:40 มีที่เท้าแขนตรงกลาง ปรับเลื่อน-ปรับเอนได้ สามารถพับพนักพิงราบลงกับเบาะนั่ง แล้วกระดกไปแนบกับด้านหลังของพนักพิงเบาะหน้าเพื่อเปิดทางให้ผู้โดยสารเบาะแถว 3 เข้า-ออก เบาะแถว 3 แยกพับแบบ 50:50 พื้นที่วางขาสำหรับเบาะแถว 3 ค่อนข้างจำกัด เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ถ้าผู้ใหญ่นั่งต้องปรับเลื่อนเบาะแถว 2 ไปข้างหน้าเล็กน้อย

สะดวกสบายด้วยแอร์ตอนหลังแยกอิสระ 4 ช่อง ปรับระดับแรงลมได้อย่างทั่วถึง พร้อมช่องจ่ายไฟ 12V และช่องเก็บของมากมาย เนื่องด้วยเบาะแถว 2 และแถว 3 สามารถพับราบเสมอกันได้ทั้งหมด ห้องเก็บสัมภาระของ Xpander จึงมีขนาดใหญ่มาก แถมยังมีช่องเก็บของใต้พื้นสำหรับใส่ของจุกจิก

ขุมพลังใต้ฝากระโปรง

                Mitsubishi Xpander ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อลูมินัมอัลลอยเบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมปุ่ม Overdrive สำหรับเรียกกำลังเพื่อเร่งแซง รองรับน้ำมัน E20

ช่วงล่างแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้าและทอร์ชันบีมที่ด้านหลัง มอบสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยมให้กับ Xpander ติดตั้งพวงมาลัยไฟฟ้า EPS พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์ ด้านหลังแบบดรัม

การขับขี่

เริ่มต้นจากกรุงเทพในเช้าตรู่อันสดใส หลักจากรับฟังบรรยายเส้นทางพร้อมแนะนำสเปกและฟังก์ชันต่างๆ ของรถ เราเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อยว่ารถขนาดใหญ่น้ำหนักตัวเกือบ 1.5 ตันแบบนี้ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แรงม้าน้อยนิดเพียง 104 ตัว และเกียร์ 4 สปีดจะเอาอยู่ไหม แต่ของแบบนี้มันต้องพิสูจน์ด้วยการขับจริงเท่านั้น

การจราจรในเมืองตอนเช้าๆ ค่อนข้างคล่องตัว Xpander ขับขี่ได้อย่างสุขุมนุ่มนวล เครื่องยนต์และเกียร์รองรับการขับไหลๆ ตามการจราจรได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าอัตราเร่งตอนต้นจะค่อนข้างอืดแต่เมื่อลอยตัวแล้วก็ตอบสนองได้ดี

ด้วยความที่เป็นเกียร์ 4 สปีด อัตราทดระหว่างเกียร์จึงค่อนข้างกว้าง จังหวะเปลี่ยนเกียร์จึงมีการเสียจังหวะอยู่นิดๆ เพราะรอบเครื่องยนต์ที่ตัดลงมาเยอะ แต่ก็ยังนุ่มนวลไม่น่ารำคาญจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบ INC (Idle Neutral Control) ที่จะตัดต่อกำลังในเกียร์ D บนเส้นทางราบ เวลาเหยียบเบรกระบบจะตัดกำลังไปสู่เกียร์ N เมื่อปล่อยเบรกระบบจะตัดต่อกำลังไปสู่เกียร์ D อีกครั้ง เพื่อช่วยเรื่องอัตราสิ้นเปลือง

เมื่อออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ก็ถึงเวลายืดเส้นยืดสายเจ้าอเนกประสงค์หน้าตาล้ำอนาคตคันนี้แล้ว ที่ความเร็วเดินทาง 100-120 กม./ชม. เครื่องยนต์และเกียร์ยังไหวอยู่ การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงต้องเผื่อระยะสักหน่อยเพราะไม่ได้ดึงแบบฉับพลัน เครื่องยนต์ทำงานที่รอบค่อนข้างสูงราว 2,500-3,000 รอบต่อนาที เพราะฉะนั้นการขับทางไกลอาจจะไม่ประหยัดเท่าไรนัก

และเพื่อให้สมกับการเป็นครอสโอเวอร์เอ็มพีวี ทางมิตซูบิชิจึงจัดให้มีเส้นทางออฟโรดให้ได้ทดสอบกันพอหอมปากหอมคอ Xpander ที่มีความสูงใต้ท้องรถ 205 มม. สามารถลุยผ่ายหล่มโคลนและหลุมพ่อได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่ารถคันนี้ครบจบทุกเส้นทางจริงๆ

พวงมาลัยของ Xpander มีน้ำหนักกำลังดี ที่ความเร็วต่ำจะเบา หมุนควงง่าย พอขับความเร็วสูงก็จะหนืดขึ้นและให้ความมั่นคง ระยะฟรีพวงมาลัยมีพอเหมาะพอดีทำให้ควบคุมง่ายทั้งยังมีความคมและแม่นยำพอตัว

ช่วงล่างของ Xpander ทำงานได้คุ้มค่าจ้างมาก แม้ตัวรถจะค่อนข้างสูงแต่ยังหนึบและมั่นคงดีมาก ไม่ค่อยโคลงเคลงและโยนตัวเมื่อเข้าโค้งความเร็วสูง ขณะที่ระบบกันสะเทือนก็ยังมีความนุ่มนวลเทียบเท่ารถราคาแพงกว่า ป้องกันแรงสะเทือนจากถนนไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสารได้ดี วิ่งผ่านรอยปะถนนหรือคอสะพานได้อย่างสบายใจ

เบรกค่อนข้างลึก เหยียบแรกๆ มีความรู้สึกเหมือนเบรกไม่ค่อยอยู่ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจให้ชิน หลังจากนั้นจะใช้งานได้ปกติ มีความหนึบและนุ่มนวล

อีกจุดที่น่าชื่นชมคือการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก Xpander มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงรอบห้องโดยสาร การขับขี่ความเร็ว 120 กม./ชม. ยังคงสบายหูอยู่ เสียงลมและเสียงถนนไม่เข้ามารบกวนจนน่ารำคาญเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังป้องกันแรงสะเทือนจากเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

จากการขับขี่มาทั้งหมด ใช่ความเร็วเดินทางที่ 100-120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองจากหน้าปัดแสดงตัวเลขอยู่ที่ราว 12 กม./ลิตร ถ้าดูจากสเปกที่มิตซูบิชิยืนยัน 14.5 กม./ลิตร ถือว่าใกล้เคียง เอ็มพีวี 7 ที่นั่งที่สามารถทำต้องเลขได้ระดับนี้ถือว่าน่าพอใจเลยทีเดียว

สาเหตุที่ Xpander ยังใช้เกียร์ 4 สปีดรุ่นโบราณอยู่เป็นเพราะรถรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเน้นทำตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งที่นั่งจะเน้นการใช้งาน เน้นความทนทาน ดูแลรักษาง่ายไม่จุกจิก นอกจากนี้เกียร์ 4 สปีดกับรถเอ็มพีวีตัวใหญ่ที่เน้นความคุ้มค่าแบบนี้ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน เพราะคงไม่มีใครเอารถครอบครัวแบบนี้ไปซิ่งแหกด่านอยู่แล้ว

ความปลอดภัย

                Mitsubishi Xpander อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยทั้งในเชิงป้องกันและปกป้องครบครัน ได้แก่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL-Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS-Anti Lock Braking System) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD-Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรก (BA-Brake Assist) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS-Emergency Stop Signal System) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด 5 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง ตลอดจนกล้องมองภาพด้านหลัง

สรุปความน่าใช้

Mitsubishi Xpander ผสมผสานความเป็นเอสยูวีและเอ็มพีวีเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม สมรรถนะของรถเหมาะสมกับการเป็นรถครอบครัวที่อัตราเร่งไม่ต้องจัดแต่เน้นขับสบายและนุ่มนวล เกียร์ 4 สปีดที่น่ากังขาเมื่อลองแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ที่น่าชื่นชมคือช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ทำมาดีมาก และสิ่งที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันคือความสามารถในการลุยด้วยความสูงใต้ท้องรถที่มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป เจอทางลูกรัง หลุมบ่อ หรือน้ำท่วมขังก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

ความอเนกประสงค์ของ Xpander คือจุดแข็งอีกประการหนึ่งของรถรุ่นนี้ ภายในกว้างขวางมาก พร้อมห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่เมื่อพับเบาะ ทำให้ทุกการเดินทางสามารถขนไปได้หมดทั้งคนทั้งของ จุดด้อยของ Xpander น่าจะอยู่ที่การตกแต่งห้องโดยสารเพราะยังดูราคาถูกไปนิด ใช้วัสดุพลาสติกแข็งมากเกินไปทำให้ดูแข็งทื่อและอาจเป็นรอยขูดขีดได้ง่าย

Xpander ผลิตและนำเข้าจากอินโดนีเซียทั้งคัน แต่มีการควบคุมการผลิตอย่างเข้มข้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของมิตซูบิชิประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเรื่องคุณภาพการผลิตน่าจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง เหลือเพียงอย่างเดียวคือราคาค่าตัวที่จะมาชี้วัดว่า Xpander จะเกิดหรือจะดับ

Mitsubishi Xpander จะเปิดตัวและเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่งาน BIG Motor Sale 2018 ณ ไบเทค บางนา รอติดตามรายละเอียดกันได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

Gallery

 

1 of 53
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

Tags: CrossoverMITSUBISHIMPVSUVXPANDER

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.