• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Mitsubishi Triton ลุยทางออฟโรดกับกระพันธุ์แกร่งรุ่นใหม่ล่าสุด

What Car? Team by What Car? Team
November 15, 2018
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

            หลังจากเปิดตัวได้เพียง 24 ชม. มิตซูบิชิ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Triton / L200 Global Launch Ceremony ทดสอบความแกร่งของ Triton ใหม่ทันทีเพื่อไม่ให้ขาดความต่อเนื่อง กับการขับขี่ในแบบออฟโรดบุกตะลุยไปตามฐานต่างๆ ที่จัดมาเพื่อท้าทายประสิทธิภาพของรถโดยเฉพาะ

            การทดสอบครั้งนี้ทางมิตซูบิขิเนรมิตพื้นที่ใกล้กับทะเลสาบเมืองทองธานีเป็นสนามทดสอบสไตล์ออฟโรดเต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้ง Flat Dirt Course เส้นทางทดสอบในเรื่องอัตราเร่ง การบังคับควบคุม รวมถึงระบบช่วงล่างบนถนนราบที่เต็มไปด้วยฝุ่น กรวด หิน ดิน ทราย และแบบ Off-Road Obstacle Course ขับตามฐานออฟโรดวนไปทั้งหมด 4 ฐาน งานนี้ได้รู้กันถึงความสามารถในการตะลุยปีนป่ายของ Triton ใหม่กันอย่างเต็มที่

            แน่นอนว่ารถที่เราได้ทดสอบต้องเป็นรุ่นท็อป Triton Double Cab GT-Premium 4WD แต่ก่อนจะไปทดสอบ มาดูกันว่า Triton ตัวท็อปรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เสริมภาพลักษณ์ออฟโรด

            เริ่มด้วยจุดขายหลักของรถที่เราต้องทดสอบมันในวันนี้นั่นก็คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ที่มีการเสริมประสิทธิภาพเข้ามาใหม่ด้วยโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ระบบขับเคลื่อนนี้เป็นการผสมผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์และฟูลไทม์เข้าไว้ด้วยกัน ควบคุมการปรับโหมดด้วยระบบไฟฟ้า โดยเลือกปรับได้ระหว่าง 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ, 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control เหมาะสำหรับพื้นเปียกลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้ดีขึ้น, 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง เหมาะสำหรับขับทางราบที่พื้นผิวไม่เรียบ ทางลูกรัง และ 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับปีนป่ายอุปสรรค เนินชัน หรือก้อนหิน

            ในส่วนของโหมดออฟโรด 4 รูปแบบที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ประกอบด้วย Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock (เฉพาะ 4LLc เท่านั้น) คุณสามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ให้ตรงกับพื้นผิวที่ต้องขับได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ Triton ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันเข้ามาด้วย

            มาต่อกันที่ดีไซน์ภายนอก ชัดเจนว่า Triton ใหม่ ทำศัลยกรรมปรับหน้าตาใหม่ทั้งหมด โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้ารถแบบโล่ที่มีชื่อเท่ๆ ว่า Advance Dynamic Shield ให้ความเท่ บึกบึน สื่อถึงความแข็งแกร่งได้ตรงตามคอนเซ็ปต์ แม้จะเหมือนการเอา Pajero Sport และ Expander มาฟิวชั่นกัน แต่เรามองว่ามันดูดีขึ้นจากรุ่นก่อนมาก และทำให้รถยนต์มิตซูบิชิมีรูปลักษณ์ไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมดด้วย

            ด้านข้างและท้ายรถปรับดีไซน์ใหม่หมดเช่นกัน จุดที่เราชอบมากคือล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว ลวดลายบ่งบอกถึงความเท่แบบฉบับรถออฟโรดตัวจริง พร้อมสวมยางไซส์ 265/60/R18

            ขณะที่ภายในไม่ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์อะไรมาก มีเพียงการเพิ่มคุณภาพของวัสดุตัดเย็บให้ดูดีขึ้น และเพิ่มช่องแอร์เพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพื่อความเย็นสบายอย่างทั่วถึง

            ห้องโดยสารมีความกว้างขวาง ตัวถังดีไซน์ใหม่ไม่ได้มีผลต่อทัศนวิสัยรอบคันแต่อย่างใด เมื่อขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัยจะรู้สึกได้ถึงมุมมองด้านหน้าที่กว้างไกล ความสูงของรถทำให้ขับง่าย กะระยะต่างๆ ไม่ยากจนเกินไป

ปรับปรุงสมรรถนะ

            Triton ใหม่ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม MIVEC Clean Diesel 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ (เดิม 5 สปีด) มี Sport Mode ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง จุดที่อัพเกรดใหม่คือระบบเบรก มีการเพิ่มขนาดจานหน้าให้ใหญ่ขึ้นและใส่คาลิเปอร์ 2 Pot (เดิม 1 Pot) และปรับโช็คอัพหลังให้มีขนาดแกนที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับแรงกระแทกจากการขับออฟโรด

            นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่หลายรายการ อาทิ ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว, ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา, ระบบช่วยเตือนขณะเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด, กล้องมองภาพรอบคัน และเซ็นเซอร์ช่วยในการถอยจอด เป็นต้น

ผู้พิชิตทุกอุปสรรค

            มาถึงการทดสอบกันดีกว่า เราจะได้ขับทั้งหมด 2 คอร์ส ในคอร์สแรกเป็นการขับตามฐานทั้งหมด 4 ฐาน เริ่มฐานแรกด้วยด้วย Up Down Hill ทดสอบขึ้นทางชันสูงและทดสอบระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เราหมุนแป้นเลือกโหมด 4LLc แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปตามทางชันอย่างนุ่มนวล เมื่อถึงจุดสูงสุดเรากดปุ่มระบบ HDC สัญลักษณ์จะติดขึ้นที่หน้าปัด ก่อนจะค่อยๆ ขับลงอย่างช้าๆ ระบบ HDC จะเข้ามาช่วยไม่ให้รถไหลลงทางชันเร็วเกินไป คุณสารมารถปล่อยเท้าออกจากเบรกได้เลยขณะรถกำลังไหลลงทางลาดชัน หากรู้สึกว่าความเร็วมันสูงเกินไป ก็แตะเบรกเพิ่มเข้าไป ให้ถึงความเร็วที่ต้องการและปล่อยเท้าออกจากเบรก รถก็จะควบคุมความเร็วให้ตามที่เราต้องการ กระบวนการทั้งหมด Triton ของเราทำงานได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวล

            มาต่อกันที่สถานี Bank Slope เนินข้างเดียวที่มีความชันประมาณ 30 องศา ทดสอบการทรงตัวของรถ เราเลือก 4LLc เหมือนเดิมแล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอย่างช้า ความรู้สึกอาจจะเสียวๆ หน่อย แต่ถือว่า Triton ยังจัดการกับการถ่ายเทน้ำหนักขณะตะแคงได้ดี การทรงตัวดี แล้วเราก็ผ่านฉลุยกับด่านนี้

            สถานีที่ 3 เป็น Twist Track ที่มีจะคล้ายกับ Bank Slope เมื่อฐานก่อน แต่จะเป็นเนินสลับซ้าย-ขวา คราวนี้เพิ่มความท้าทายให้กับรถและคนขับเพิ่มขึ้นไปอีก เราค่อยเคลื่อนรถช้าๆ ผ่านเนินทางซ้ายก่อนจะต่อด้วยเนินทางขวา มีจังหวะหนึ่งที่ล้อไม่ติดพื้น แต่กำลังของ Triton ไม่มีตก สามารถเคลื่อนผ่านไปได้โดยไม่ยากเย็น สังเกตได้ว่าช่วงล่างจะคอยซัพพอร์ทไม่ให้ห้องโดยสารโยกเยกไปมาจนมากเกินงาม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการควบคุมสูงสุดนั่นเอง

 

            สถานีสุดท้าย Suspension Stroke เป็นเนินกระดกสลับซ้าย-ขวาสำหรับทดสอบการทำงานของระบบ TCS เราขับอย่างช้าๆ เช่นเคย เมื่อมีล้อใดล้อหนึ่งลอยไม่ติดพื้น ระบบจะเข้ามาตัดการส่งกำลังที่ล้อนั้น แล้วถ่ายกำลังไปให้ล้ออีกฝั่งที่ยึดเกาะพื้นอยู่ เพื่อให้รถสามารถตะกุยให้ไปต่อได้

            สถานีทั้ง 4 นี้เป็นมาตรฐานในการทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของรถยนต์ทั่วไป ซึ่ง Triton ใหม่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถพิชิตอุปสรรคเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่สมรรถนะที่แท้จริงกำลังรออยู่ที่คอร์สต่อไปต่างหาก

จิตวิญญาณแรลลี่

                หลังจากจบ Off-Road Obstacle Course ความตื่นเต้นก่อตัวเพิ่มขึ้นทันทีเพราะเราต้องมาเจอกับ Flat Dirt Course เป็นการขับบนทางฝุ่น 1 รอบสนาม ระยะทาง 800 ม. ใน 1 รอบจะประกอบไปด้วยทางตรง, โค้ง และเนินกระโดดขนาดเล็ก แม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่มันก็ชวนให้นึกถึงการแข่งแรลลี่ได้เล็กๆ เหมือนกัน

            ก่อนทดสอบในคอร์สนี้ เราได้รับเกียรติจาก Mr.Hiroshi Masuoka นักแข่ง Dakar Rally ทีมบิตซูบิชิมาสาธิตการขับฉบับโปรให้ดูก่อนเป็นขวัญตา บางจังหวะลีลาทำให้เรานึกถึงรถแข่ง Pajero ใน Dakar Rally ขึ้นมาจับใจ และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่ากระบะญี่ปุ่นราคาไม่ถึง 1.1 ล้านบาทก็บินได้เช่นเดียวกระบะอเมริกันราคาเกือบ 1.7 ล้านเหมือนกัน

            ถึงตาเราแล้ว เราก้าวขึ้นนั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัยพร้อมกับ Instructor ที่จะมาคอยให้คำแนะนำในการขับ ก่อนจะปรับเป็น 4HLc จับคู่กับโหมดขับขี่ Gravel

            เรื่องสมรรถนะอัตราเร่งต่างๆ อาจจะไม่ได้ทดสอบชัดเจนนักเพราะสนามค่อนข้างสั้น แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นช่วงล่างที่ให้ความหนึบแน่นและซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าเดิมเล็กน้อย การทรงตัวขณะเข้าโค้งต่างๆ ทำได้ดี จังหวะลงจากเนินกระโดดรถไม่โดดเด้งมากนัก มีการยุบตัวเพียง 1-2 ครั้งก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม

            เท่าที่สัมผัสได้ เกียร์ 6 สปีดใหม่มีความต่อเนื่องนุ่มนวลกว่าเกียร์ 5 สปีดเดิมเล็กน้อย อัตราทดเกียร์ 1-3 จะกระชับกว่า พวงมาลัยมีน้ำหนักเหมาะสม ควบคุมง่าย มีความว่องไวพอสมควร ทำให้กะจังหวะเข้าโค้งได้ง่าย ส่วนระบบเบรกจากที่มีการอัพเกรดใหม่ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักการหน่วงความเร็วที่ดีขึ้น เบรกไม่ลึกทำให้ควบคุมระยะได้ง่าย ให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดีแม้จะวิ่งบนทางฝุ่นตลบ

            เมื่อลองขับจริง 1 รอบสนามระยะทาง 800 เมตร ทำไมมันถึงสั้นและจบเร็วจัง Triton ใหม่พาเราแหวกว่ายบนทางฝุ่นได้อย่างน่าประทับใจ การอัพเกรดประสิทธิภาพใหม่ทั้งระบบเบรก เกียร์อัตโมติ 6 สปีด และโช๊คอัพหลัง เห็นผลได้ทันทีเลยว่ามันขับดีขึ้นจริงๆ

กระบะที่ชาวออฟโรดไม่ควรมองข้าม

            การทดสอบวันนี้ทำให้เราได้รู้จักตัวตนอีกด้านของ Triton เรื่องรูปลักษณ์เราก็เห็นๆ กันอยู่ว่าดูดีขึ้นขนาดไหน แต่ความโดดเด่นที่แท้จริงก็คือความสามารถด้านการขับขี่แบบออฟโรดนี่แหละ รถคันนี้สามารถพาผู้เป็นเจ้าของบุกป่าฝ่าดงไปได้ทุกที่โดยไม่สร้างความกังวลให้เลยแม้แต่น้อย ภาพจำของมิตซูบิชิกับรถแข่งแรลลี่ในอดีตสะท้อนออกมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบะ Triton รุ่นใหม่นี้

            ตอนนี้มิตซูบิชิกำลังนำเสนอความแกร่งและความสามารถด้านการขับขี่ออฟโรดให้เป็นจุดขายของหลัก Triton รุ่นใหม่ พวกเขากำลังมาถูกทางเพราะคู่แข่งอื่นๆ ก็ไม่ได้เน้นด้านนี้มากนัก จากที่เราได้สัมผัส บอกได้เลยว่านี่คือกระบะออฟโรดสัญชาติญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในตลาดแล้วตอนนี้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการออฟโรดฟังก์ชั่นครบๆ ราคาสมเหตุสมผล หน้าตาหล่อเหลา ปัญหารบกวนไม่ค่อยมี ชื่อของ Mitsubishi Triton เป็นชื่อหนึ่งที่คุณต้องพิสูจน์ และไม่ควรมองข้ามโดดเด็ดขาด

Gallery

 

1 of 42
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

Tags: MITSUBISHIOFF ROADTriton

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.