• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Mazda CX-3 2018 Collection ดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม คู่เคียงกับการขับขี่อันไร้ที่ติ

What Car? Team by What Car? Team
August 22, 2018
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

           ตลาดครอสโอเวอร์เอสยูวีในบ้านเราถึงจุดที่ผลิบานเต็มที่ นับย้อนกลับไปประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว รถยนต์ประเภทนี้ยังเป็นชนกลุ่มน้อยท่ามกลางรถกระบะและรถเก๋งซีดานที่แทบจะครองพื้นที่ทั้งหมดของท้องถนน ปัจจุบันรถครอสโอเวอร์แสดงจุดเด่นของตัวเองสู่สายตาผู้ใช้รถด้วยความโดดเด่นด้านดีไซน์และความอเนกประสงค์ที่มีมากกว่ารถซีดานทั่วไป ด้วยความที่ตัวรถถูกยกสูงเพิ่มขึ้นทำให้พวกมันสามารถลุยได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าใต้ท้องจะขูดพื้นหรือจอดดับกลางแอ่งน้ำขัง

            ด้วยความนิยมชมชอบที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ค่ายรถหลายเจ้าต่างเข็นผลิตภัณฑ์เด่นของตัวเองลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันในกลุ่มนี้มีความเข้มข้นดุเดือดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่ตอนนี้มีตัวเลือกให้ผู้บริโภคมากมาย อาทิ Toyota C-HR, Honda HR-V, MG ZS  และ Mazda CX-3 แน่นอนว่าตอนนี้ค่ายรถจากเมืองฮิโรชิม่าเป็นเจ้าแห่งเก๋งเล็กด้วยยอดขายของ Mazda2 ที่พุ่งกระชูดในทุกๆ เดือน แต่เชื่อหรือไม่ว่าในกลุ่มคอมแพ็คครอสโอเวอร์ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม

            ล่าสุดมาสด้าแก้เกมด้วยการส่ง CX-3 2018 Collection เข้ามาต่อกรกับคู่แข่ง อัพเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เป็นจุดขายเดิมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมแสดงจุดยืนด้านความเป็นที่หนึ่งด้านงานดีไซน์ด้วยการปรับปรุงรายละเอียดภายนอกและภายในห้องโดยสารให้ดูสวยงามพรีเมียมเข้าใกล้ความเป็นรถยุโรปมากขึ้น

            ตามธรรมเนียมเมื่อเปิดตัวรถใหม่ บริษัทผู้ผลิตก็จะร่อนจดหมายเชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์มาทดสอบสมรรถนะของรถยนต์รุ่นนั้น ในครั้งนี้มาสด้าพาเราไปขับทดสอบเจ้า CX-3 ใหม่ เส้นทาง กทม. – สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  รวมระยะทางไปกลับกว่า 400 กม. เราได้ลองทั้งเครื่องดีเซลและเบนซิน เส้นทางมีครบทุกรสชาติทั้งในเมือง นอกเมือง และทางขึ้น-ลงเขา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปดูกันเลยว่า การแก้เกมของมาสด้าในครั้งจะดีงามอย่างไร

มนต์เสน่ห์แห่งการขับขี่

            รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นขึ้นชื่อในเรื่องประสบการณ์การขับขี่ที่มาพร้อมกับความสนุกและสมรรถนะของรถที่ยอดเยี่ยม ซึ่ง CX-3 ใหม่ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ขาไปเราออกเดินทางจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ จ. ราชบุรี ด้วย CX-3 รุ่นท็อป 1.5 XDL 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 270 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,500 รอบ/นาที แน่นอนว่าไม่มีวันไหนที่ กทม. จะขับรถได้แบบโล่งๆ สบายๆ แต่ CX-3 ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยมากในการขับขี่บนสภาพการจราจรที่หนาแน่น รถมีความนุ่มนวล ขับสบาย ทัศนวิสัยด้านหน้าที่สูงกว่ารถเก๋งทั่วไปเล็กน้อย ทำให้การลัดเลาะเปลี่ยนเลนเป็นไปอย่างคล่องตัว

            หลุดพ้นจากถนนที่แออัดด้านล่าง เปลี่ยนเข้าสู่ทางด่วน(ที่ไม่ค่อยด่วน) รถมีปริมาณมากแต่เรายังพอทำความเร็วได้ การตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ทำให้เราตระหนักได้ทันทีเลยวานี่คือรถมาสด้า อัตราเร่งดี พุ่ง เหยียบติดเท้า ประกอบกับพวงมาลัยที่เซ็ตมาได้น้ำหนักกำลังดี การเปลี่ยนเลนจึงทำได้อย่างฉับไว ควบคุมง่ายและมั่นคง

            เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดของ CX-3 ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ เปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงได้อย่างนุ่มนวลทุกจังหวะ มีโหมด M สำหรับควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง จะเปลี่ยนที่คันเกียร์หรือตบแป้นแพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัยก็ได้ การคิ๊กดาวน์เพียงแค่เพิ่มน้ำหนักเหยียบคันเร่งนิดเดียวรอบเครื่องก็จะดีดสูงขึ้นพร้อมตำแหน่งเกียร์จะลดต่ำลงเพื่อสร้างแรงดึงอย่างฉับพลัน ทั้งกระบวนการทำได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอจังหวะให้น่าหงุดหงิด ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง

            หลังจากหลุดพ้นกรุงเทพมหานคร เราก็ได้มีโอกาสใช้ความเร็วที่สูงขึ้น การเร่งจากความเร็วต่ำสู่ความเร็วสูงทำได้นุ่มนวลและรวดเร็ว เหยียบนิ่มๆ เพียงแป๊บเดียวเข็มความเร็วก็ขึ้นมาที่ 120 กม./ชม. แล้ว ที่น่าสนใจคือรอบเครื่องยังอยู่ต่ำเฉียดๆ 2,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น

            การขับขี่ความเร็วสูงรู้สึกว่ามั่นคงและนิ่งขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งนี้เป็นเพราะมาสด้ามีการปรับปรุงโช้คอัพและสปริงใหม่เพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้น ช่วงล่างให้ความรู้สึกหนึบแน่น กระชับ ทั้งยังให้ความนุ่มนวลในระดับที่น่าประทับใจ รถสามารถป้องกันแรงสะเทือนจากรอยปะและรอยต่อถนนได้ดี จัมพ์คอสะพานไม่กระเด้งกระดอนจนเกินงาม การขับผ่านลูกระนาดหรือฝาท่อก็ยังคงเก็บอาการได้อยู่หมัด

สนุกสนานผ่านโค้ง

            ในการทดสอบครั้งนี้มีเส้นทางที่เป็นทางโค้งสลับเนินสูง-ต่ำ และเป็นทาง 2 เลนสวนกัน ทางแบบนี้บางคนอาจบอกว่าขับยากและค่อนข้างอันตราย ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์พอสมควร ซึ่งเราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่การที่รถของเรามีช่วงล่างและการควบคุมที่ดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจขึ้นได้อีกเยอะเลย

            CX-3 ได้ติดตั้งระบบ G-Vectoring Control มาเป็นมาตรฐาน โดยระบบประมวลผลการบังคับพวงมาลัย ความเร็ว และน้ำหนักของรถ แล้วจะคอยควบคุมแรงบิดให้ถ่ายกำลังลงสู่ล้อแต่ละข้างอย่างเหมาะสม การขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงจึงเป็นไปอย่างมั่นคง รถเกาะโค้งดีมาก หนึบ อาการโยนมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผสานกับเทคโนโลยี SKYACTIV Chassis ที่เป็นการปรับเซ็ตช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวให้มีอารมณ์แบบสปอร์ต จึงมอบความสนุกและความหนึบแน่นในการสาดโค้งได้เป็นอย่างดี เราพบว่ารถมีอาการโคลงตัวบ้างเล็กน้อยเมื่อเจอกับกับผิวถนนที่ไม่ค่อยเรียบสม่ำเสมอ

            พวงมาลัยของ CX-3 มีน้ำหนักกำลังดี ความเร็วต่ำก็จะเบาหมุนควงง่ายไม่ต้องใช้แรงมาก พอความความเร็วสูงก็จะหนืดขึ้น ระยะฟรีที่น้อยทำให้ควบคุมได้รวดเร็วฉับไว กะระยะได้ง่าย และรถเปลี่ยนไปตามทิศทางที่กำหนดได้ค่อนข้างไว

            ขณะเดียวกันเมื่อเจอเนินกำลังของรถก็แทบไม่ตกเลย สามารถขับผ่านไปได้อย่างสบายๆ การเร่งแซงบนถนนเลนสวนทำได้รวดเร็วและกระฉับกระเฉง ไม่ต้องมาลุ้นมาจะแซงพ้นหรือไม่

เบนซินก็มีดี

                ในขากลับของการทดสอบทริปนี้เราได้สลับมาควบเจ้า CX-3 2.0 SP รุ่นท็อปเครื่องเบนซิน มาพร้อมกับฝูงม้า 156 ตัว ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 204 นิวตันเมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที มีโหมดสปอร์ตให้เล่น ฟีลลิ่งการขับขี่และการควบคุมไม่ต่างกันมาก อัตราเร่งตอนต้นเป็นรองดีเซลอยู่เล็กน้อย แต่พอเริ่มลอยตัวแล้วราว 80 กม./ชม. การไต่สู่ความเร็วสูงทำได้เร็วกว่าดีเซล การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงก็ตอบสนองได้ไวกว่า รอบเครื่องจะกระชากขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามอย่างหนักแน่น

            รุ่นเบนซินยิ่งความเร็วสูงยิ่งขับสนุก การลากรอบสูงทำได้ไหลลื่น โหมด Sport รอบเครื่องจะคาสูงกว่าโหมดปกติเล็กน้อยเพื่อพร้อมสำหรับการกระชากวิญญาณ เครื่องดีเซลว่าขับสนุกแล้วแต่เครื่องเบนซินให้ความสนุกจี๊ดจ๊าดมากกว่าที่ความเร็วสูง

            จุดเด่นของ CX-3 เครื่องดีเซลก็คือความประหยัด เราขับขี่ด้วยความเร็ว 110-120 กม./ชม. บนถนนเพชรเกษม  และลดลงมาที่ 80-100 เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอสวนผึ้งและถนนเป็น 2 เลนสวน ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ราวๆ 16-17 กม./ลิตร เทียบกับค่าจากโรงงานที่ 22.2 กม./ลิตร แล้วถือว่าทำได้ดีพอสมควร แถมยังมีระบบ i-STOP มาช่วยเพิ่มความประหยัดอีกแรง ส่วนรุ่นเบนซินนั้นกินจุกว่าด้วยความเป็นเครื่องใหญ่ไร้เทอร์โบผลจึงเฉลี่ยจึงออกมาที่ราว 12 กม./ลิตร

            CX-3 ใหม่มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนเพื่อให้ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังพูดคุยกันสะดวกขึ้นด้วยการเพิ่มความหนาของกระจกประตูคู่หลังจาก 3.5 เป็น 4 มม. เพิ่มความหนาของยางขอบประตู รวมทั้งเพิ่มความหนาของวัสดุซับเสียงที่บานประตูและหลังคา ตลอดการทดสอบขับขี่หากขับไม่เกิน 100 กม./ชม. ถือว่าเงียบขึ้นมาพอสมควรเลย เมื่อเกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไปเสียงลมและยางบดถนนจะเริ่มดังขึ้นตามความเร็วที่ใช้ ข้อดีของเครื่องดีเซลเมื่อเทียบกับเบนซินคือที่ความเร็วเท่ากันเช่น 120 กม./ชม. ดีเซลจะใช้รอบเครื่องต่ำกว่าเบนซิน ทำให้ได้เปรียบทั้งความประหยัดที่มากกว่าและเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบกว่า

ภายในยังคงเป็นที่หนึ่ง

            เราไม่ปฏิเสธเลยว่ามาสด้าออกแบบภายในของรถทุกรุ่นได้สวยงามสุดๆ ด้วยการดีไซน์ที่ละเอียดลออและประณีตสวยงาม แถมยังแฝงด้วยความสปอร์ตที่เร้าใจนักขับ คุณภาพและการประกอบก็ดีเยี่ยม CX-3 ใหม่มีการปรับปรุงดีไซน์ภายในหลายจุด เมื่อได้นั่งขับแล้วจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์แบบรถหรูสไตล์ยุโรปทันที

             แดชบอร์ดหน้ามีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยวัสดุผ้าคล้ายหนังกลับสีเทา Grand Luxe Suede พร้อมช่องแอร์ทรงกลมเติมสีสันด้วยขอบสีแดง คอนโซลกลางมีการปรับปรุงใหม่โดยเปลี่ยนจากเบรกมือแบบคันโยกเป็นปุ่มกดแบบไฟฟ้า เพิ่มความสวยงามและทำให้มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับที่วางแขนพร้อมกล่องเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ

            เบาะคนขับเป็นแบบปรับด้วยมือ รูปทรงของโอบกระชับกำลังดี สามารถหาตำแหน่งนั่งขับได้ง่าย พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง ทัศนวิสัยการมองด้านหน้า-ด้านข้างดี แต่มุมมองกระจกหลังผ่านไหล่ไม่กว้างมากนักเพราะด้วยตัวกระจกที่ลาดเอียงและไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก มาพร้อม Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่และการนำทางในระดับสายตา

            ข้อจำจัดของ CX-3 ใหญ่ๆ เลยก็คือพื้นที่ภายในที่ค่อนจำกัดโดยเฉพาะเบาะตอนหลังเนื่องด้วยรูปทรงของรถที่ทำออกมาเน้นความสปอร์ตประกอบกับประตูบานหลังและเสาท้ายที่ออกแบบในสไตล์คูเป้ ทำให้พื้นที่ด้านหลังไม่ว่าจะเป็นเบาะหลังหรือห้องเก็บสัมภาระมีจำกัด แต่ข้อด้อยนี้ก็ได้รับการแก้ไขโดยการเพิ่มหลังคาซันรูฟไฟฟ้าเข้ามาเพื่อความโปร่งสบายของห้องโดยสาร

            เบาะหลังนั่งสูงสุดได้ 3 คน ถ้าเอาสบายๆ แค่ 2 ก็พอ สำหรับคนที่แขนขายาวหัวเข่าติดอาจเบาะหน้าแต่พื้นที่เหนือศีรษะยังมีเหลือ เบาะหลังตัวกลางดึงลงมาเป็นที่วางแก้วได้ พนักพิงเบาะหลังพับราบเสมอกับพื้นห้องเก็บสัมภาระได้แบบ 60:40 ใส่ของใหญ่ได้ไม่มีปัญหา

            ระบบ MZD Connect หน้าจอ 7 ลองใช้งานดูแล้วพบว่ามีความลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว กราฟิกสีสันสวยงาม หน้าตาระบบดูง่าย ระบบแผนที่นำทางแม่นยำ อีกทั้งคุณภาพเครื่องเสียงก็อยู่ในระดับดี ทั้งยังรอบรับการเชื่อมต่อและแอพพลิเคชันได้หลากหลาย ถูกใจสายโซเชียลแน่นอน

 

อัพเกรดเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

                รูปลักษณ์ภายนอกของ CX-3 มีความสวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เส้นสายที่พริ้วไหวมอบความสปอร์ตปราดเปรียวในทุกมุมมองตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย สิ่งที่อัพเกรดเข้ามาใหม่ในรุ่น 2018 Collection ก็คือ กระจังหน้า ไฟตัดหมอก แถบโครเมียมตกแต่งชายล่าง เสาประตูตกแต่งสีดำเงา ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง Toyo Tires ขนาด 215/50 R18 ไฟท้ายแบบวงแหวนเหมือนกับ CX-5 ตัวใหม่ และสีตัวถังใหม่ 2 สี คือ สีแดง โซล เรด คริสตัล และสีเทา แมชชีน เกรย์ แม้จะเป็นการปรับนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ทำให้ CX-3  ใหม่ โดดเด่นสะดุดตาทุกครั้งไม่ว่าจะขับไปที่ไหน

            ระบบความปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้อัพเกรดเพิ่มเติมเข้ามา จากเดิมที่มีรายการอุปกรณ์ยาวเป็นหางว่าว ทั้งเทคโนโนลียี i-ACTIVSENSE ชุดระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก 9 ระบบ ตลอดจนอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครัน CX-3 2018 Collection เสริมความครบครันขึ้นไปอีกด้วยระบบแสดงภาพ 360 องศาพร้อมกล้องมุมมอง Top View แสดงผลผ่านหน้าจอกลางบนแดชบอร์ด จาการใช้งานจริงพบว่ามันช่วยอำนวยความสะดวกในภารถอยจอดได้เป็นอย่างดีทั้งแบบซองลึกและซองข้าง เป็นปกติที่จะงุนงงกับมุมมองของภาพในช่วงแรกๆ แต่ใช้งานไปสักพักก็จะเริ่มเข้าใจและจับจังหวะได้เอง

สรุปความน่าใช้

            CX-3 2018 Collection คือการก้าวเข้าสู่สิ่งที่ดีกว่า การปรับปรุงในครั้งนี้เป็นการเพิ่มคุณค่าโดยที่ยังไม่เสียเอกลักษณ์ของตัวเองไปนั่นคือการขับขี่และการควบคุมแบบสปอร์ต ความสนุกสนาน ตอบสนองดีเยี่ยม การบังคับควบคุมที่เฉียบคมและแม่นยำ รวมถึงความนุ่มนวลที่สัมผัสได้ มันคือความกลมกล่อมที่น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน

            เราไม่มีข้อกังขาในด้านสมรรถนะแต่รถคันนี้ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถปกปิดได้คือพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ยังเป็นรองคู่แข่ง เอาล่ะ ถ้าคุณไม่สนใจประเด็นนี้ คุณซื้อ CX-3 เป็นรถคันแรก คุณมีแฟน และคุณรักการขับขี่ รถคันนี้คือความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง แต่ถ้าคุณมีครอบครัวและต้องเดินทางไกลบ่อย รถคันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร คุณอาจต้องมองไปที่ CX-5 ซึ่งความกลมกล่อมข้างต้นที่เรากล่าวจะถูกบรรจุอยู่รถบอดี้ใหญ่ขึ้น

            CX-3 2018 Collection รุ่นเบนซิน 2.0 SP ราคาเท่าเดิมคือ 1,083,000 บาท ส่วนรุ่นดีเซล 1.5 XDL ปรับราคาลงมา 4,000 บาท เหลือ 1,189,000 บาท ทั้งสองรุ่นยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ ออปชันเหมือนกันเกือบทุกอย่าง ดีเซลเน้นประหยัด เบนซินเน้นสมรรถนะ อยู่ที่ว่าคุณชอบและต้องการเปิดเผยตัวตนด้านไหน

ดูสเปก Mazda CX-3 2018 Collection ที่นี่

Gallery

 

1 of 35
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

 

Tags: CX-3 2018 CollectionFirst driveMAZDAreviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1059 shares
    Share 424 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.