• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[First Drive] Honda Accord Hybrid Tech ที่สุดของซีดานเรือธง พรีเมี่ยมทั้งการขับขี่ เทคโนโลยี และความปลอดภัย

What Car? Team by What Car? Team
August 3, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

         หลังจากเปิดตัวในช่วงต้นปี Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 10 มีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่จองรุ่น 1.5 Turbo EL ต่างก็ได้รับรถกันแล้วตามลำดับ ส่วนรุ่นไฮบริดเพิ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบเมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง ฮอนด้ากำลังเร่งการผลิตให้ทันกับออร์เดอร์ที่ไหลเข้ามา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่กิจกรรมทดสอบ Accord ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีแต่รุ่น 1.5 Turbo EL ให้เราได้ลองเพียงรุ่นเดียว

            น่าชื่นใจแทนฮอนด้าจริงๆ เพรา Accord Hybrid นั้นมียอดจองมากกว่า 50% จากยอดจอง Accord ทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีสื่อเจ้าไหนได้ลองขับ รวมถึงรีวิวและข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ก็ยังไม่มีเผยแพร่ออกมา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าฮอนด้าเสียความเชื่อมั่นในยานยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ลงไปเลย ข่าวดี! เราโชคดีมากที่ได้มีโอกาศลองขับ Accord Hybrid Tech ก่อนใคร นับเป็นประสบการณ์ใหม่ครั้งแรกที่เราตื่นเต้นสุดๆ ต้องขอบคุณพาร์ทเนอร์ที่น่ารักที่เอารถทดสอบของลูกค้ามาให้เราลองขับเป็นที่แรก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยดีกว่า Accord Hybrid Tech นั้นดีงามอย่างไร

หัวใจดวงใหม่

            ก่อนจะไปขับ เราขอย้ำถึงหัวใจสำคัญของ Accord Hybrid อีกสักครั้งก่อนละกัน ซีดานเรืองธงรุ่นนี้มาพร้อมกับขุมพลังไฮบริดที่มีชื่อเรียกเท่ๆ ว่า Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) พัฒนาใหม่หมดโดยประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 315 นิวตันเมตร เมื่อรวมกำลังทั้งสองระบบแล้ว Acoord Hybrid จะมีแรงม้าสูงถึง 215 แรงม้าเลยทีเดียว แถมเครื่องยนต์บล็อกนี้ยังรองรับน้ำมัน E20 ด้วย

            ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ลูกนี้เป็นแบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อมอบความนุ่มนวลอย่างสูงสุด คาแร็กเตอร์ของมันจะเป็นยังไงเดี๋ยวมาว่ากันที่หัวข้อถัดไป ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนความจุจุ๋มจิ๋มเพียง 1.3 kWh ไม่ต้องคาดหวังว่ามันจะขับด้วยพลังไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกล

            ระบบขับเคลื่อน i-MMD ของ Accord Hybrid มีความฉลาดพอที่จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย 3 โหมด คือ EV Drive ขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า, Hybrid Drive ขับขี่ด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์รวมกัน และ Engine Drive ขับขี่ด้วยเครื่องยนต์อย่างเดียว เท่าที่เราสังเกตคือ ถ้าขับคลานความเร็วต่ำแล้วแบตเตอรี่ยังพอมีไฟอยู่ เครื่องยนต์จะยังไม่ทำงาน เป็นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เพียงอย่างเดียว พอกดคันเร่งเพิ่มความเร็วปุ๊ป เครื่องยนต์กับมอเตอร์จะทำงานพร้อมกันเพื่อส่งกำลังไปที่ล้อ พอถึงความเร็วสูงเครื่องยนต์จะทำงานเพียงอย่างเดียวพร้อมกับปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ไปในตัว และทุกครั้งที่ยกคันเร่งหรือเบรกระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าไปที่แบตเตอรี่ ทั้งนี้ กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในขณะนั้น

            นอกจากนี้ Accord Hybrid ยังมีโหมด EV ซึ่งเป็นการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว เราไม่แน่ใจว่าถ้าไฟเต็มแบตเตอรี่จะขับได้ไกลแค่ไหน แต่ข้อดีคือเงียบสนิทและใช้ความเร็วได้สูงด้วย แต่ขับได้ไม่นานเครื่องยนต์ก็กลับมาทำงานในแบบไฮบริดเหมือนเดิมเพราะความจุแบตเตอรี่มันน้อยนิดซะเหลือเกิน อีกโหมดที่มีมาให้ก็คือโหมด Sport โหมดนี้จากที่ลองพบว่าการอัตราเร่งดีขึ้นเล็กน้อย ดึงดีชึ้น รอบเครื่องไวขึ้น แต่ถ้าถามว่ามันให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้นมั้ย ตอบเลยว่ายัง

การขับขี่

            จากที่เคยลอง Accord 1.5 Turbo มาแล้ว พอมาลอง Accord Hybrid สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนเลยคืออัตราเร่ง แน่นอนว่าแรงม้าแรงบิดเยอะกว่าก็ต้องเร็วกว่า แต่ถ้าเทียบกันจะๆ คงไม่ฉีกกันมาก อัตราเร่งของ Accord Hybrid มาแบบนุ่มๆ ดูเป็นรถหรูผู้ดีมีชาติตระกูล กดคันเร่งแป๊ปเดียวก็ถึงความเร็วเดินทางแบบงงๆ ทำไมมันไวจัง พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่สุภาพนุ่มนวล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และความเร็วสูงสุดเราไม่ได้ลองเนื่องจากขับบนถนนสาธารณะ

            เกียร์ E-CVT ส่งกำลังต่อเนื่องในอัตราทดเดียว คือเหยียบขึ้นไปค้างที่ราว 3,500 รอบต่อนาที ความเร็วก็เพิ่มขึ้นตาม พอถึงช่วงความเร็วสูงและเริ่มคงที่ รอบเครื่องจะค่อยๆ ลดลง มันให้อารมณ์เหมือนบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกยังไงยังงั้นเลย ถ้าเหยียบหนักรอบเครื่องก็จะดีดขึ้นไปสูงกว่านี้ อัตราเร่งก็จะขึ้นเร็วกว่านี้ แล้วรอบเครื่องก็ค่อยๆ ลดลงเหมือนกัน แต่เราก็ไม่อยากจะเค้นมากสงสารรถ ลองคิ๊กดาวน์ดูพบว่ารอบเครื่องดีดขึ้นสูงแต่แทบไม่รู้สึกถึงแรงดึงที่เพิ่มขึ้นมาสักเท่าไร ดีที่ว่าเราขับบนทางด่วน ถ้าเป็นถนนเลนสวนคงต้องเผื่อระยะไว้เยอะหน่อย

            Accord Hybrid มีแพดเดิลชิฟท์อยู่หลังพวงมาลัยสำหรับควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ แต่การใช้งานชวนงงมากๆ สามารถกดได้เลยทันทีแต่ที่หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID มันขึ้นเป็นขีดๆ ไม่มีตัวเลขว่าบอกตอนนี้อยู่เกียร์อะไร ขีดที่ว่านี้จะกระพริบถ้าเร่งเครื่องถึงที่มันกำหนดเพื่อบอกให้เราเปลี่ยนไปเกียร์สูงขึ้น จากนั้นซักพักขีดจะหายไปแล้วกลายเป็นเกียร์อัตโนมัติตามเดิมไม่ได้ค้างอยู่ที่เกียร์ล่าสุดที่เลือก เราพยายามทำความเข้าใจแต่รู้สึกว่ามันลึกล้ำยิ่งนัก เหมือนกับว่าแพดเดิลชิฟท์อันนี้ไม่ใช่โหมดเกียร์แมนวล แต่มีไว้เพื่อใช้ชิฟท์เกียร์ขึ้น-ลงชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนระบบจะปรับไปใช้เกียร์อัตโนมัติตามปกติ ประกอบกับที่คันเกียร์ไม่มีตำแหน่ง S หรือ M หรือ +/- ทีนี้การใช้งานจึงงงไปกันใหญ่ เราลองใช้แพดเดิลชิฟท์ในโหมด Sport แล้วแต่ผลที่ได้ก็ไม่ต่างกัน

            จุดที่น่าชื่นชมของเกียร์ E-CVT คือความนุ่มนวลและลื่นไหลต่อเนื่องไม่มีอาการตะกุกตะกักเลยแม้แต่นิดเดียว นี่น่าจะเป็นจุดประสงค์หลักของการออกแบบที่ฮอนด้าต้องการให้ Acoord Hybrid เป็นรถที่นุ่มนวล หรูหรา และมีนิสัยสุภาพที่สุด

            คุณภาพการขับขี่ของ Accord Hybrid Tech ไม่ต่างจาก Accord 1.5 Turbo เท่าไรนัก ด้วยความที่เป็นรถไฮบริดแบกแบตเตอรี่มาด้วย น้ำหนักตัวรถจึงมากกว่าเล็กน้อยแต่มันแทบไม่มีผลต่อไดนามิกการขับขี่เลย Accord Hybrid ยังคงปราดเปรียวและคล่องตัวอยู่บนพื้นฐานของความนุ่มนวล ช่วงล่างออกแนวแน่นเฟิร์ม หนึบกระชับ เกาะถนน ที่ความเร็วสูงรถนิ่งมาก ไม่มีอาการโคลงให้เห็น ขณะเดียวกันก็ยังดูดซับแรงสะเทือนจากผิวถนนได้ดี เมื่อเจอโค้งก็เอาอยู่ รถมีการทรงตัวที่ดี ช่วงล่างไม่ยวบไม่ส่าย อาการโยนมีไม่มากนัก ใส่หนักในโค้งได้อย่างมั่นใจ

            พวงมาลัยมีระยะฟรีน้อย มีความแม่นยำ ทำให้กะระยะได้ง่าย น้ำหนักพวงมาลัยแปรผันกับความเร็วที่ใช้ ขับช้าเบาหวิว ขับเร็วหนักแน่นมั่นคง การตอบสนองของหน้ารถเมื่อหมุนพวงมาลัยไวใช้ได้ โดยรวมแล้วเป็นรถที่มีการควบคุมดีมากๆ คันหนึ่งเลย

            แป้นเบรกปรับเซ็ตมาให้คุ้นชินได้ง่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ ช่วงเหยียบแรกๆ จะเบาแต่ไม่ใช่เป็นระยะฟรี เพราะเหยียบแล้วยังพอมีแรงหน่วงเกิดขึ้นบ้าง ถ้าเหยียบลึกลงไปก็จะเริ่มหน่วงมากขึ้นตามลำดับ ทำให้กะน้ำหนักการเบรกได้ง่าย ทั้งยังตอบสนองกับแรงเหยียบได้อย่างแม่นยำ เบรกหนึบมั่นใจได้ เอาอยู่ทุกช่วงความเร็ว

            จากที่เคยขับ Accord 1.5 Turbo ที่ จ.เชียงใหม่ ตอนนั้นเราขับในเส้นทางที่ต้องขึ้นเขาด้วย อัตราสิ้นเปลืองตอนนั้นทำได้เฉลี่ยราวๆ 10 กม./ลิตร คราวนี้เราควบ Accord Hybrid บนทางด่วนเป็นส่วนใหญ่มุ่งหน้าสู่ จ.ชลบุรี ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้อยู่ที่ราว 14 กม./ลิตร ย้ำว่าเป็นการขับเพื่อดูสมรรถนะไม่ได้เน้นความประหยัด ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องยนต์ก็ทำงานตลอดโดยมีมอเตอร์ช่วยบ้างประปราย เราจึงถือว่าตัวเลขนี้น่าพอใจ

            Accord Hybrid ของเราป้องกันเสียงรบกวนภายนอกได้น่าประทับใจเพราะมีระบบ Active Sound Control ที่ปล่อยคลื่นเสียงออกมาจากลำโพงเพื่อกลบเสียงรบกวนบางอย่างออกไป ฟังดูแล้วล้ำมากๆ และมันก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเสียด้วย เสียงรบกวนในแต่ละย่านความเร็วลดลงทั้งตอนหน้าและเบาะหลัง เสียงช่วงล่างและเสียงยางเบาลง เสียงลมแทรกขอบกระจกหน้าต่างมีให้ได้ยินเบาๆ ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป

อัพเกรดสู่ความพรีเมี่ยม

            Accord Hybrid Tech อัพเกรดอุปกรณ์หลายอย่างจากรุ่น 1.5 Turbo EL ที่ถูกกังขาว่ากั๊กออปชั่น ดังนั้นในเมื่อเป็นรุ่นท็อปเรือธงจึงต้องจัดเต็ม เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์หรูภายนอกทั้งหลายอย่างซันรูฟแบบวันทัช, ไฟส่องมือจับประตูด้านนอก, สปอยเลอร์หลัง, ไฟตัดหมอก LED ตลอดจนล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 234/45 R18

            อุปกรณ์ภายในอัพเกรดหลายอย่างเช่นกัน อาทิ เบาะผู้โดยสารตัวหน้าปรับไฟฟ้า, ม่านบังแดดด้านหลัง, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ระบบนำทางเนวิเกเตอร์, ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect, Head-up display รวมถึงเครื่องเสียงลำโพง 10 ตัว นอกจากนี้ พวงมาลัยยังมีการเพิ่มปุ่มเปิด-ปิดการทำงานของระบบความปลอดภัยบางตัว รวมถึงหน้าจอปัด LCD ด้านซ้ายที่จะแสดงข้อมูลการขับขี่ การใช้พลังงาน และระบบขับเคลื่อนไฮบริด

            และไฮไลท์ที่มีเฉพาะรุ่น Hybrid Tech เท่านั้นก็คือเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda Sensing ที่ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS), ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

             นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM), ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS), ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) และเซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลังอย่างละ 4 จุด

            จากที่ได้ลองเล่นระบบคร่าวๆ หน้าจอเครื่องเสียงขนาด 8 นิ้วนั้นใช้งานได้ดี หน้าตาเมนูสวยงาม ใช้งานง่ายไม่งง ระบบตอบสนองไว มีฟังก์ชั่นครบ ระบบนำทางใช้งานได้จริงและมีสถานที่ที่ค่อนข้างอัพเดต ส่วนพวกระบบช่วยขับอย่างอะแด็ปทีพครูสคอนโทรลก็ทำงานได้ดี ช่วยได้มากถ้าต้องขับทางไกลยาวๆ ขณะที่ระบบระบบช่วยให้รถอยู่ในเลนนั้นจะส่งเสียงเตือนพร้อมสั่นที่พวงมาลัยและรั้งพวงมาลัยไว้นิดๆ ด้วยเมื่อขับออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว

            Accord Hybrid Tech ของเรามาพร้อมภายในสีน้ำตาลให้ความหรูหราพรีเมี่ยมกว่าสีดำล้วนเป็นไหนๆ พื้นที่กว้างขวางนั่งสบายทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง ทัศนวิสัยรอบคันดี ตำแหน่งนั่งขับให้อารมณ์สปอร์ต เบาะปรับได้หลายทิศทาง นุ่มสบายและซัพพอร์ตดี ห้องเก็บสัมภาระขนาดไม่ต่างจากรุ่น 1.5 Turbo EL

สรุปความน่าใช้

            ราคา 1,799,000 บาทของ Honda Accord Hybrid Tech แลกมาด้วยออปชั่นที่จัดเต็มแบบหมดข้อกังขา คุณจะได้รับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริดใหม่ล่าสุดที่มีความอัจฉริยะและใช้งานได้ดี อย่างที่บอกไปว่าซีดานเรือธงคันนี้เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความสะดวกสบายในการขับขี่ ทุกอย่างจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของความนุ่มนวลไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์และเกียร์ ซึ่งเป็นเรื่องดีและเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มเซกเมนต์นี้ เราอยากจะบอกว่าบนความนุ่มนวลที่ได้สัมผัสรถคันนี้ก็ยังสร้างความสนุกในการขับขี่ได้อยู่จากช่วงล่างที่หนึบแน่นและการบังคับควบคุมที่ไว้ใจได้ 215 แรงม้าน่าจะพอทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยได้บ้างเมื่อเจอเส้นทางเหมาะๆ ติดตรงที่เดียวก็คือแพดเดิลชิฟท์ที่จะงงๆ หน่อย

            Accord Hybrid Tech คือรถที่จะมอบความสุขให้กับคุณได้ไม่ว่าจะนั่งขับอยู่หลังพวงมาลัยหรือเป็นผู้โดยสาร ฮอนด้าได้บรรจงใส่ความพรีเมี่ยมเข้ากับความสปอร์ตไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แล้ว คำครหาที่เจอในรุ่น 1.5 Turbo EL ไม่มีอีกแล้ว เราขอแสดงความดีใจกับลูกค้าที่จองรถรุ่นนี้ไว้ด้วยเพราะคุณกำลังจะได้รถยนต์ D-Segment ที่เราคิดว่าดีที่สุดในตอนนี้ไปครอง

Gallery

 

1 of 24
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

Tags: Accrod HybridFirst driveHONDAHonda SensingreviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.