• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Ford Ranger Wildtrak 4×4 2.0L Bi-Turbo แกร่งรอบด้าน…สมคำล่ำลือ

What Car? Team by What Car? Team
August 15, 2018
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

            เทรนด์การ Downsize เครื่องยนต์กำลังได้รับความนิยมในหมู่ค่ายรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน นับเป็นความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดที่พลังและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ไม่ได้กำหนดอยู่ที่ปริมาตรกระบอกสูบเพียงอย่างเดียว เมื่อก่อนหากพูดว่าเครื่องเล็กซีซีน้อยแรงกว่าเครื่องใหญ่ซีซีมากได้คงน่าขำ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปแล้ว

            ฟอร์ดเป็นค่ายหนึ่งที่เห็นความสำคัญของการ Downsize เครื่องยนต์และนำมาปรับใช้กับรถยนต์ของตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่เพียงแต่พละกำลังที่เพิ่มขึ้น ความประหยัดและปล่อยมลพิษน้อยลงคืออานิสงส์ของการปรับลดปริมาตรเครื่องยนต์เป็นเงาตามตัว ดังเห็นได้จากเครื่องยนต์ Ecoboost ทั้งใน Focus หรือ Mustang ที่แม้ว่าจะมีปริมาตรความจุน้อยแต่ก็ยังให้พละกำลังได้อย่างไม่เป็นรองเครื่องยนต์บล็อกใหญ่

            เมื่อพูดถึงกระบะ Ranger เมื่อก่อนถ้ามองในมุมความแรงและพลังอันมหาศาล เครื่อง 3.2 Duratorq ดูจะเป็นที่สุดแห่งวงการโดยไม่มีใครค้าน แต่มันก็ดูจะเกินจำเป็นสำหรับผู้ใช้รถทั่วไป ฟอร์ดรู้ถึงข้อจำกัดนี้และได้ทำการแก้เกมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการแก้เกมที่น่าสนใจซะด้วยโดยการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ 2.0 ลิตร Bi-Turbo พ่วงด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดลูกใหม่ ติดตั้งลงไปใน Ranger สาวกที่เห็นน่าจะตาลุกวาวเพราะเครื่องและเกียร์ชุดนี้ยกมาจาก Ranger Raptor ทั้งดุ้น ความแกร่งและความแรงมันพิสูจน์มาหมดแล้ว และน่าจะโดนใจกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่น้อย

            หลังจากการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ฟอร์ดไม่รอช้ารีบจัดทริปทดสอบ Ranger ใหม่โดยทันทีที่ จ. เชียงราย เส้นทางมีให้ขับทุกรสชาติทั้งทางเรียบและออฟโรด รถที่ทดสอบเป็น Ranger Wildtrak 4×4 เครื่อง 2.0L Bi-Turbo 213 แรงม้า และ Ranger Limited รุ่นย่อยใหม่ที่มาพร้อมเครื่อง 2.0 Turbo 180 แรงม้า ทริปนี้เราอยู่กับเจ้าสุดหล่อ Wildtrak เต็มๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา สตาร์ทเครื่อง รัดเข็มขัด เข้าเกียร์ D แล้วเหยียบคันเร่งไปพร้อมกัน…

การขับขี่

            ขุมพลังใหม่ที่มาประจำการใน Ranger Wildtrak 4×4 ตามสเปกให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เครื่องยนต์นี้เป็นการทำงานผสานกันของเทอร์โบ 2 ตัว ทำงานในรอบเครื่องยนต์ที่ต่างกันควบคุมด้วยวาล์วบายพาส ตัวแรกจะทำงานในรอบต่ำตั้งแต่สตาร์ทเครื่องจนถึง 1,500 รอบ จากนั้นจะหยุดทำงานและปล่อยเทอร์โบลูกที่ 2 ทำงานไปจนถึงราว ๆ 2,500 รอบ ถ้าลากรอบไปมากกว่านั้น เทอร์โบทั้ง 2 ลูกก็จะทำงานร่วมกันเพื่อเรียกพละกำลังของรถออกมาให้มากที่สุดอย่างต่อเนื่อง ข้อดีของการใช้เครื่องยนต์ระบบนี้ก็คือความต่อเนื่องของกำลังในทุกๆ ช่วงรอบเครื่องยนต์ และเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบลงจากการที่ไม่ต้องลากเค้นเครื่องยนต์ตลอดเวลา

            จากการขับขี่ Ranger Wildtrak ของเราให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ออกตัว ความรู้สึกคือรถจะค่อยๆ พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ไม่กระขากแบบหลังติดเบาะแต่ก็ไม่ได้เฉื่อยช้าจนเกินไป สามารถเร่งถึงความเร็ว 100 – 110 กม./ชม. ได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว เราสัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงที่มีมาให้เห็นตั้งแต่ต่ำกว่า 2,000 รอบ และความต่อเนื่องของพละกำลังเครื่องยนต์ที่ได้จากการทำงานสอดประสานกันอย่างไร้ที่ติของเทอร์โบทั้ง 2 ตัว

            จำนวนเกียร์ที่มากถึง 10 สปีดทำให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์แทบไม่รู้สึกเพราะอัตราทดชิดกันมาก จุดนี้มอบความนุ่มนวลใกล้เคียงรถเกียร์ CVT ได้เลย เกียร์สามารถที่จะเปลี่ยนแบบข้ามเกียร์ 1-3-5-7-9 ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักการเหยียบคันเร่ง การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงทำได้รวดเร็ว เพียงกดคันเร่งลึกขึ้นเกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงมา 2-3 ตำแหน่งพร้อมกับกำลังฉุดที่มาในเกือบจะทันที ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง กำลังมีเหลือๆ ไม่ต้องลุ้นต้องเผื่อระยะให้มากความ

            ข้อดีของเกียร์ 10 สปีดก็คือความประหยัดที่มีมากกว่ารุ่น 3.2 อย่างเห็นได้ชัดเพราะเครื่องยนต์ไม่ต้องลากรอบมากจนเกินไปกว่าจะเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์ ผลจากการไม่ลากรอบนี้ก็ทำให้เสียงเครื่องยนต์ที่เข้าสู่ห้องโดยสารมีน้อยลงด้วย

            การขับขี่บนทางเรียบไม่มีปัญหาสำหรับ Ranger Wildtrak ขับง่าย ขับสบาย วิ่งทางไกลระหว่างจังหวัดไม่เหนื่อย ขณะเดียวกันเมื่อเจอทางลาดชันก็ไม่ต่างกันเพราะพละกำลังของเครื่องยนต์มีเหลือๆ ทำให้สามารถขับขึ้นเขาได้อย่างไม่มีปัญหา ปุ่ม +/- ที่เกียร์ช่วยให้เราเลือกเกียร์ได้ด้วยตัวเองเมื่อต้องการกำลังแรงบิดสำหรับการขับขึ้นเขาหรือใช้เป็นเกียร์ต่ำขณะลงเขาเพื่อลดภาระของเบรก นอกจากนี้ผู้ขับสามารถกำหนดจำนวนเกียร์ที่ต้องการใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อขับขี่ในช่วงขึ้นเขาลงเขา เราต้องการที่จะใช้กำลังจากเครื่องยนต์จากเกียร์ต่ำ เราสามารถที่จะกำหนดจำนวนเกียร์ไว้เพียงเกียร์ 1-4 เพื่อเป็นการบังคับไม่ให้ระบบเกียร์เปลี่ยนขึ้นไปสูงเกินกว่านี้ได้ การกดยกเลิกการจำกัดจำนวนเกียร์ก็เพียงกดปุ่ม + ที่หัวเกียร์ค้างไว้ประมาณ 2 วินาที

            ช่วงล่างของ Ranger Wildtrak มีการปรับเซ็ตใหม่เน้นเพิ่มความนุ่มนวลลดความกระด้างแบบกระบะ โดยรวมนั่งแล้วรู้สึกมีความสุข การดูดซับแรงสะเทือนจากรอยปะถนน คอสะพาน รอยต่อ ผิวทางที่ไม่เรียบต่างๆ ทำได้ดีมาก ขณะเดียวกันยังให้อารมณ์หนึบแน่น เกาะถนน มั่งคง และนิ่งในทุกช่วงความเร็ว

            ทางโค้งลัดเลาไปตามเขาไม่สามารถทำอะไร Ranger Wildtrak ได้ โดยพื้นฐานรถมีความหนึบแน่นดีอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าโค้งจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ อาการโยนมีบ้างประปรายตามธรรมเนียมรถยกสูงแต่ไม่มากจนน่ากลัว การทรงตัวขณะเข้าโค้งอยู่ในเกณฑ์ดี ควบคุมง่าย

            พวงมาลัยที่มีความแม่นยำและรวดเร็วทำให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างสนุก ควบคุมง่าย ที่ความเร็วต่ำหนืดพอประมาณ ปรับเปลี่ยนเลนได้อย่างกระฉับกระเฉง พอขึ้นความเร็วสูงก็หนืดขึ้นอย่างเหมาะสม ให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้ดี

            ระบบเบรกยังคงให้อารมณ์นุ่มนวล ต้องกดค่อนข้างลึกหน่อยจึงจะเริ่มหน่วง แรกๆ อาจรู้สึกเบรกไม่ค่อยหนึบ แต่เมื่อขับไปสักพักจะเริ่มรู้จักและคุ้นชินกับมัน จากนั้นก็จะกะระยะเบรกได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ 

            ตลอดการขับทดสอบทั้งขับเองและเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหลัง เรามีความรู้สึกว่า Ranger Wildtrak ใหม่มีการป้องกันเสียงรบกวนดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าในระดับนึงเลย ทั้งนี้เป็นเพราะฟอร์ดได้ปรับปรุงวัสดุป้องกันเสียงรบกวนใหม่ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เราขับขี่ทางราบที่ความเร็ว 100-110 กม./ชม. เสียงภายนอกไม่เล็ดลอดเข้ามากวนใจมากนัก

            แน่นอนว่าความจุเครื่องยนต์ที่น้อยลงย่อมส่งผลต่อตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่อง 3.2 ตัวเก่า จากการขับขี่เน้นการใช้งานจริง ขับทางราบผสมทางภูเขา และไม่เน้นประหยัด ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าปัดทำได้ราว 12 กม./ลิตร ถือว่าเหมาะสมกับขนาดตัวรถและพลังเครื่องยนต์

ไม่เกี่ยงงานออฟโรด

                Ranger Wildtrak ที่เราขับทดสอบมากพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย เส้นทางทดสอบในครั้งนี้ฟอร์ดจัดให้มีทางออฟโรดได้ลุยกันพอหอมปากหอมคอ การเปิดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทำได้อย่างง่ายดายด้วยการบิดปุ่มไปที่ตำแหน่งที่ต้องการ 2H 4H และ 4L การใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางที่ต้องฟันฝ่า ในการทดสอบครั้งนี้เป็นทางออฟโรดที่ไม่โหดมาก เป็นเพียงทางดินที่เป็นลักษณะทางราบ ไม่ต้องใช้กำลังปีนป่ายอะไรมากมาย มีหลุมโคลนบ้างเล็กน้อย เราจึงใช้ 4H ในการลุย ก็สามารถขับผ่านได้อย่างสะดวกสบาย

            ช่วงล่างรับหน้าที่รองรับการกระแทกอย่างขยันขันแข็ง มอบความนุ่มนวลในห้องโดยสารได้ดี ประกอบกับระยะความสูงใต้ท้องรถ 230 มม. ทำให้ลุยได้หลากหลายพื้นผิว นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันติดตั้งมาให้ ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายขณะคลานลงเขาได้เป็นอย่างดี

ยกระดับความสะดวกสบาย

                ภายในของ Ranger Wildtrak ใหม่ เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนไม่มาก ห้องโดยสารมาในโทนสีดำ มีไฟสร้างบรรยากาศเพื่อความสวยงาม โดดเด่นด้วยการเดินตะเข็บสีส้มทั่วทั้งห้องโดยสารตั้งแต่เบาะหนังสีดำ พวงมาลัย แผงประตู แคชบอร์ดหน้า หัวเกียร์มีการปรับดีไซน์ใหม่เพื่อรองรับ Manaul Mode ของเกียร์ 10 สปีด

            สิ่งที่อัพเกรดเข้ามาใหม่คือระบบ SYNC 3 ที่รองรับการสั่งการภาษาไทยได้แล้ว รวมถึงการแสดงผลบนหน้าจอก็เป็นเมนูภาษาไทย นอกจากนี้ระบบยังสามารถโทรไปที่ 1669 ได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติเพื่อความสะดวก

            ระบบ SYNC 3 หน้าจอสัมผัส 8 นิ้วนี้รองรับการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมบลูทูธ มีระบบแผนที่นำทาง Navigation System จากการใช้งานพบว่าระบบมีความยืดหยุ่น ลื่นไหล หน้าจอคมชัดสีสันสวยงาม หน้าตาเมนูสวย ดูง่าย ตอบสนองรวดเร็ว ระบบนำทางมีความแม่นยำและยังหาพิกัดค่อนข้างไว แถมยังนำทางเป็นเสียงภาษาไทยด้วย

            ด้วยความที่เป็นรถยกสูงทัศนวิสัยการขับขี่จึงดีเยี่ยม มองข้างหน้าได้ไกลและชัดเจน กระจกมองข้างขนาดใหญ่ทำให้มุมมองด้านข้างชัดเจนขึ้น พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทั้งตอนหน้าและเบาะหลัง มีที่ว่างเหนือศีรษะและที่ว่างช่วงขามากพอสำหรับคนตัวสูง การขึ้นลงรถสะดวกง่ายดาย เบาะหลังตรงกลางดึงลงมาเป็นที่พักแขนและวางแก้วน้ำได้ และอำนวยความสะดวกสูงสุดด้วยระบบฝาท้ายผ่อนแรง เปิด-ปิดเบาแรงลงไปได้เยอะ

อัพเกรดความปลอดภัย

                ไฮไลท์สำคัญของ Ranger Wildtrak ใหม่ นอกจากการขับขี่ที่ดีเยี่ยมแล้วคือระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามาใหม่ได้แก่ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ระบบนี้ออกแบบมาให้ช่วยหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชนที่อาจจะเกิดขึ้นด้านหน้าตัวรถ สามารถตรวจจับได้ทั้งรถและคนเดินถนน ช่วยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยที่เรดาร์จะทำการตรวจจับรถยนต์ หรือ คนเดินถนน ได้ตั้งแต่ความเร็ว 3.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่การตรวจจับคนจะจำกัดความเร็วในการตรวจจับได้ไม่เกิน 62 กม./ชม. ส่วนรถยนต์จะไม่มีการจำกัดความเร็วในการตรวจจับ โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนบนหน้าปัดรถยนต์เมื่อรถยนต์ใกล้กับรถคันหน้า หรือ คนเดินถนนมากเกินไป แล้วผู้ขับขี่ยังไม่เบรก รถก็จะเบรกให้อัตโนมัติ

            อีกหนึ่งระบบคือระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบจะทำการค้นหาช่องจอดและควบคุมพวงมาลัยให้โดยอัตโนมัติ การทำงานของระบบนี้เซ็นเซอร์จะตรวจหาช่องว่างในระยะ 1.5 – 2 เมตร โดยจะค้นหาแบบเทียบข้างเท่านั้น ความเร็วในการค้นหาช่องจอดต้องไม่เกิน 30 กม./ชม. ในขณะที่เข้าจอดต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม. ในขณะที่ระบบกำลังทำงานนั้นผู้ขับมีหน้าที่ควบคุมคันเร่ง เบรก และเกียร์เอง ระบบจะค้นหาช่องจอด, หมุนพวงมาลัยให้เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกการทำงานเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัย

             การทดสอบครั้งนี้ฟอร์ดจัดให้ทดลองระบบทั้งสองด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่ามันเป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ที่บางครั้งอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นแล้วอาจเบรกไม่ทัน รวมถึงอำนวยความสะดวกในการจอดรถได้จริง

            นอกจากนี้ Ranger Wildtrak ยังเพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยชั้นนำอาทิ ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนดานหน้า ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ตลอดจนถุงลมนิรภัย 6 จุด เรียกได้ว่าครบจริงๆ

หน้าตาปรับไม่มาก

            ภายนอกของ Ranger Wildtrak ใหม่มีการปรับเปลี่ยนไม่มาก เดิมทีหน้าตามันก็ดูหล่อเข้มดีอยู่แล้ว การไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้จึงปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ได้แก่ ปรับกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ เบ้าไฟตัดหมอกใหม่ เพิ่มไฟเดย์ไทม์ รันนิ่งไลท์ แบบ LED เปลี่ยนไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED ด้านข้างและด้านท้ายรถไม่มีการเปลี่ยนแปลง และสุดท้ายมาพร้อมกับสีตัวถังใหม่คือสีส้มเซเบอร์ที่ปรับโทนสีให้อ่อนลงจากรุ่นก่อนหน้า

            Ranger Wildtrak ใหม่ ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 265/60 R18 พร้อมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งเสริมหล่อภายนอกรอบคัน อาทิ บันไดข้าง แร็คหลังคา สปอร์ตบาร์ และพื้นปูกระบะ เรียกได้ว่าไม่ต้องไปเติมแต่อะไรก็หล่อครบจบในคันเดียว

สรุปความน่าใช้

            การไมเนอร์เชนจ์ของฟอร์ดในครั้งนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับ Ranger และวงการกระบะบ้านเรา จากการที่ได้ลองขับบอกเลยว่า Ranger Wildtrak 4×4 แกร่งทุกด้านสมคำล่ำลือไม่ว่าจะเป็นพลังเครื่องยนต์ การขับขี่ การควบคุม ช่วงล่าง ความสามารถในการลุยทางออฟโรด ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ออปชันต่างๆ ที่ให้มา รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย เรามองว่า Ranger Wildtrak 4×4 คือตัวท็อปของตลาดแล้วตอนนี้ ราคาค่าตัว 1.265 ล้านบาทกับสิ่งที่ได้มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

            ความได้เปรียบของ Ranger ใหม่อีกประการคือมีให้เลือกหลายรุ่นย่อยแล้วแต่ความต้องการ ซึ่งรุ่น Limited ถือเป็นอีกรุ่นที่มีความน่าสนใจ ได้ออปชันลดลงมาหน่อยกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 180 แรงม้า แต่ก็ยังคุ้มค่ากับราคา 1.029 ล้านบาท หรือถ้าต้องการความเป็นที่สุดก็ยังมี Ranger Raptor ราคา 1.699 ล้านบาท ให้เลือก

            หลายปีก่อนกระบะฟอร์ดยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ในตลาด พอเปิดตัว Ranger เจนเนอเรชันปัจจุบันยอดขายก็เริ่มขยับขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เป็นที่ 3 ในตลาด มันพอบอกอะไรได้หลายอย่างว่า Ranger นั้นมีดีจึงเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ใช้รถชาวไทย และตอนนี้ Ranger ใหม่ที่ได้รับการปรุงแต่งมาอย่างพิถีพิถัน ก็พร้อมแล้วที่จะสานต่อความสำเร็จตามนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ ให้แกร่งขึ้นไปอีกขั้น

Gallery

 

1 of 32
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

 

 

Tags: First drivefordRangerRanger WildtrakreviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.