• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Ford Ranger Raptor เลาะอันดามัน จัดหนักในสไตล์ออฟโรด

What Car? Team by What Car? Team
February 20, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

      Ford Ranger Raptor เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว กระบะสายลุยคันนี้เกิดมาพร้อมกับดีเอ็นเอออฟโรดที่เต็มเปี่ยมจากการปลุกปั้นของสำนัก Ford Performance ด้วยการจับ Ranger ปกติมาขยายร่าง เติมแต่งความดุดันให้กับรูปลักษณ์ภายนอก เสริมเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร พร้อมกับใส่ของแต่งและอัพเกรดอุปกรณ์ให้รองรับกับการขับขี่ออฟโรดได้โดยไม่ต้องปราณี เรียกว่า หล่อ จบ พร้อมลุยตั้งแต่ออกจากโรงงาน นี่จึงเป็นที่มาของราคา 1.699 ล้านบาท

        แม้จะเปิดตัวมาครบปีแล้วแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ WHATCAR? Thailand ได้ขับ Ranger Raptor ซึ่งการทดสอบรอบนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย พาเรามุ่งหน้าลงใต้ไปยังเกาะคอเขา จังหวัดพังงา เราจะได้ขับขี่ในสภาพภูมิประเทศจริงทั้งออนโรดและออฟโรด ทดสอบระบบ Terrain Management System ที่มี 6 โหมดขับขี่กันอย่างเต็มที่ รับรองว่าสนุก มันส์ และเร้าใจอย่างแน่นอน

         Ranger Raptor เป็นกระบะสมรรถนะสูงตั้งแต่เกิด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมแพดเดิลชิฟท์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมแชสซีใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง 

        ระบบกันสะเทือนของ Ranger Raptor ถูกอัพเกรดให้รองรับงานลุยได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมโช้คอัพ Fox Racing Shox ลูกสูบขนาด 46.6 มม. ที่ผลิตมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ เสริมความแข็งแกร่งด้วยปีกนกอะลูมิเนียม รวมถึงระบบวัตต์ลิงก์แบบใหม่ เติมเต็มความหล่อด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว หุ้มด้วยยาง BFGoodrich All-Terrain 33 นิ้ว แข็งแรงกว่ายางทั่วไปถึง 20%

ขับทางเรียบไม่ขี้เหร่

        การทดสอบทริปนี้เริ่มต้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาสก แล้วเดินทางขึ้นจุดชมวิวภูตาจอ เส้นทางในช่วงแรกเป็นถนนลาดยาง สามารถทำความเร็วได้เป็นระยะๆ เครื่องยนต์ 213 แรงม้ากับถนนดำทั่วไปไม่มีอะไรให้ต้องติติง แรงบิดมาเต็มตั้งแต่รอบต่ำ ด้วยขนาดตัวรถที่ใหญ่และน้ำหนักที่มากเอาการอยู่ ความรู้สึกจึงไม่ปรู๊ดปร๊าด อัตราเร่งจะมาแบบนุ่มๆ ไหลๆ มากกว่า

       เกียร์ 10 สปีดทำงานได้อย่างราบรื่นนุ่มนวลไม่มีสะดุดหรือกระตุกให้เห็น เผลอแป๊ปๆ เหยียบถึง 100 กม./ชม. โดยไม่รู้ตัว ข้อดีของการมีเกียร์อัตราทดเยอะๆ คือความต่อเนื่องนุ่มนวลและความประหยัดเพราะเครื่องยนต์ใช้รอบต่ำอยู่ตลอด ถ้าอยากจะควบคุมเกียร์เองให้โยกมาที่ M แล้วใช้แพดเดิลชิฟท์ในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง การคิ๊กดาวน์ทำได้นุ่มนวลพร้อมกับแรงดึงที่เพียงพอสำหรับเร่งแซง

         แม้จะเป็นรถยกสูงแต่ด้วยช่วงล่างระดับเทพทำให้การขับความเร็วสูงไม่รู้สึกโคลงเคลงแต่อย่างใด รถมีความหนึบแน่น เกาะถนนดี การรองรับแรงสะเทือนจากถนนอยู่ในระดับเดียวกับรถกระบะทั่วไป ขณะที่การเข้าโค้งก็ยังควบคุมได้ง่าย อาการโยนมีบ้างตามสไตล์รถกระบะยกสูง พวงมาลัยปรับเซ็ตน้ำหนักมาดีและจะคอยปรับให้เหมาะสมตามความเร็วที่ใช้ ความไวและความแม่นยำถือว่าใช้ได้

        เหมือนวิศวะกรของฟอร์ดจะรู้ดีว่า Ranger Raptor ทั้งใหญ่และหนัก บางที่อาจจะขับไม่สนุกแม้จะมีแรงม้าเกิน 200 ตัวก็ตาม พวกเขาจึงได้ใส่โหมด Sport มาให้ด้วย ในโหมดนี้คันเร่งและพวงมาลัยจะตอบสนองไวขึ้น กระชับขึ้น เกียร์จะลากรอบมากขึ้น ให้ความรู้สึกสปอร์ตได้กลายๆ เมื่อกดคันเร่งหนักตอนนออกตัวเกียร์จะกระโดดข้ามตำแหน่ง 1-3-5-7 เพื่ออัตาเร่งที่รวดเร็วและต่อเนื่อง นับเป็นความฉลาดที่ต้องชื่นชม

        จุดเด่นอีกอย่างของ Ranger Raptor คือความสบายในขณะขับขี่ ด้วยนิสัยของรถที่สุขุมนุ่มนวลทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง เรื่องทัศนวิสัยหรือตำแหน่งท่านั่งไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เบาะและพวงมาลัยปรับได้หลากหลายตำแหน่งจนกว่าผู้ขับจะพอใจ พื้นที่ภายในที่กว้างขวางทำให้รู้สึกโปร่งสบาย เมื่อได้ขับแล้วบางทีก็แอบนึกถึง Everest อยู่บ้างเหมือนกัน ในส่วนของเสียงรบกวนถือว่าจัดการได้ดี ที่ความเร็วเดินทางมีเสียงลมและเสียงยางไม่น่ารำคาญจนเกินไป

Terrain Management System

       ฟอร์ดตั้งใจให้ Ranger Raptor เป็นที่สุดแห่งกระบะออฟโรด การจะพิสูจน์ว่ามันคือตัวจริงต้องจะต้องผ่านบททดสอบสุดระห่ำพวกนี้ไปให้ได้ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักระบบ Terrain Management System กันสักหน่อย ระบบที่ชื่อย่อว่า TMS เป็นระบบที่คอยควบคุมการขับขี่ในสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบซึ่งครอบคลุมพื้นผิวทุกประเภทเท่าที่เราจะนึกออก ประกอบด้วย

       Normal Mode โหมดขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้ความสมดุลในการขับขี่ นุ่มนวล สบาย และประหยัดน้ำมัน โหมดนี้พวงมาลัยจะอยู่ที่ Normal สามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง 2H 4H และ 4L เป็นโหมดเริ่มต้นตั้งแค่ตอนสตาร์ทเครื่อง

       Sport Mode เพิ่มความสนุกขึ้นมาหน่อยดังที่กล่าวไปแล้ว เหมาะสำหรับใช้ความเร็วบนทางเรียบ ให้การตอบสนองและการบังคับควบคุมแบบสปอร์ต โหมดนี้จะขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเท่านั้น

        Snow/Gravel/Grass Mode โหมดหญ้า/กรวด/หิมะ เหมาะสำหรับขับบนพื้นผิวลื่น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะทำงานไวขึ้น เกียร์จะเปลี่ยนอย่างนุ่มนวลที่รอบเครื่องต่ำลง คันเร่งตอบสนองช้าลง พวงมาลัยอยู่ในโหมด Normal ขับเคลื่อนแบบ 4H เท่านั้น

        Mud/Sand Mode โหมดโคลน/ทราย เหมาะสำหรับเส้นทางที่พื้นผิวหน่วงล้อหรือขับข้ามสิ่งกีดขวาง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีมีความไวน้อยลงและถูกปรับให้รักษาโมเมนตัมขณะขับ เกียร์เปลี่ยนที่รอบสูงขึ้นที่เพิ่มแรงบิด พวงมาลัยอยู่ในโหมด Comfort ใช้การขับเคลื่อนได้ทั้งแบบ 4H และ 4L

      Rock Mode โหมดหิน เหมาะกับการปีนป่ายอุปสรรคที่ความเร็วต่ำ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวจะถูกปิด เกียร์จะอยู่ตำแหน่งเกียร์ 1 เท่านั้น พวงมาลัยอยู่ในโหมด Comfort ขับเคลื่อนแบบ 4L เท่านั้น

       Baja Mode ที่สุดแห่งความมันส์อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกลดการทำงานลง เกียร์จะเปลี่ยนที่รอบสูงกว่าปกติ พวงมาลัยอยู่ในโหมด Comfort ขับได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L โหมดนี้จะมอบประสิทธิภาพสูงสุดที่รถทำได้ด้วยการลดการทำงานของระบบช่วยเหลือต่างๆ ให้เราสนุกไปกับการควบคุมอย่างเต็มที่

Raptor = Off-road

       ทริปทดสอบรอบนี้ฟอร์ดจัดเต็มกับเส้นทางออฟโรดสุดโหดแบบไม่ให้เสียชื่อกระบะสายลุย เริ่มต้นที่ภูตาจอ ยอดเขาที่สูงที่สุดของพังงา เส้นทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังที่มีทั้งหินกรวดและดินปนทราย บวกกับมีความลื่น คดเคี้ยว และลาดชัน เมื่อเจอสภาพพื้นผิวแบบนี้เราปรับมาขับ 4H และใช้โหมด Grass/Gravel ซึ่งเจ้า Ranger Raptor ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มันทำให้การขับบนเส้นทางแบบนี้เป็นเรื่องกล้วยๆ ไปเลย ขาลงเขาก็ใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันเข้าช่วย ทำให้การขับขี่เป็นอย่างอย่างสะดวกสบาย

        หลังจากลงเขา เราก็ข้ามเกาะมาต่อกันที่หาดทรายของเกาะคอเขาเลียบชายทะเลอันดามัน แน่นอนว่าเมื่อเป็นทรายก็ต้องจัดโหมด Mud/Sand คราวนี้เราได้ลองใช้ความเร็วดูบ้างจึงเลือกเป็น 4H การขับขี่บนชายหาดที่มีความลื่นพอประมาณเป็นไปอย่างมั่นคง สามารถใช้ความเร็วได้โดยไมต้องกลัวว่ารถจะเสียการควบคุม เมื่อเจอหล่มทรายก็ปรับมาเป็น 4L ให้รถได้ตะกุยผ่านขึ้นไป บางจังหวะล้ออาจฟรีบ้างแต่ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีก็ไม่ได้เข้ามาขัดขวางการทำงานมากนัก โดยรวมเจ้า Raptor สามารถลุยฝ่าอุปสรรคพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย

        วันต่อมาเป็นการทดสอบแบบเข้าฐานต่างๆ เพื่อทดสอบระบบ TMS ทั้ง 6 โหมด เราได้ลอง Rock Mode ในการตะลุยปีนป่ายผ่านอุปสรรคทั้งร่องน้ำและเนินหิน โหมดนี้จะขับเคลื่อนแบบ 4L จึงต้องใช้ความเร็วต่ำในการปีนป่าย กำลังของเครื่องยนต์มีมากเพียงพอสำหรับส่งให้รถปีนข้ามอุปสรรคยากๆ โดยไม่ต้องใช้รอบเครื่องสูง ประกอบกับพวงมาลัยที่นุ่มนวลทำให้การหักเลี้ยวหามุมที่เหมาะสมในการปีนป่ายเป็นเรื่องง่าย โหมดขับขี่ของ Ranger Raptor ช่วยได้มากจริงๆ

        ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การทดสอบโหมด Baja เราเลือก 4H แล้วพุ่งทะยานออกไปอย่างมั่นคง โหมดนี้ขับสนุกมาก พละกำลังของเครื่องยนต์มีมากล้นแบบไม่ต้องกลัวว่าจะหมด เกียร์ลากรอบสูงขึ้นเพิ่มความสนุกเร้าใจ จุดที่น่าประทับใจคือช่วงล่างที่รักษาสมดุลของรถได้ดีพร้อมกับดูดซับแรงกระแทกไม่ให้ส่งผลต่อการขับขี่มากนัก การเคลื่อนผ่านแอ่งหรือร่องตื้นๆ ด้วยความเร็วจึงเหมือกันว่ารถลอยผ่านมันมาดื้อๆ พวงมาลัยที่กระชับและแม่นยำทำให้เราสามารถควบคุมทิศทางรถได้อย่างเชื่องมือ

        ทีเด็ดอยู่ที่เนินกระโดด จุดนี้ผู้ควบคุมการขับหรืออินสตรักเตอร์บอกให้ใช้ความเร็วที่ 100 ชม./ชม. เมื่อล้อหน้าแตะพื้นเนินให้ยกคันเร่งแล้ว Raptor ก็โบยบินอย่างมั่นใจ ช่วงยุบที่รองรับได้มากกว่าปกติทำให้จังหวะลงพื้นเป็นไปอย่างนุ่มนวลและไม่กระเด้งกระดอนจนน่าวาดเสียว นี่คือความยอดเยี่ยมของโช๊คอัพ Fox ที่ควรต้องปรบมือให้ดังๆ  

         โหมด Baja ให้อารมณ์เหมือนกับกำลังขับรถแข่งแรลลี่ เราสามารถใช้ความเร็วบนทางดินได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวช่วงล่างจะพัง สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ รวมถึงขับผ่านหลุมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเบรก มันทั้งสนุกเร้าใจและตื่นเต้นไปพร้อมกัน ความรู้สึกแบบนี้ไม่น่าจะมีกระบะรุ่นไหนในเมืองไทยทำได้อีกแล้ว อย่างไรก็ตามการขับออฟโรดความสูงจำเป็นต้องมีทักษะการควบคุมที่ดีมากๆ เพราะระบบป้องกันล้อหมุนฟรีถูกลดการทำงานลง มันจึงมีโอกาสรถจะท้ายปัดได้ทุกเมื่อ หากจะลองเพื่อความสนุกก็อย่าใช้ความเร็วเกินที่คุมไหว

         วันสุดท้ายเราเดินทางออกจากเกาะคอเขามุ่งหน้าสู่กะปง สถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทย สภาพเส้นทางยังคงเป็นทางลูกรังเต็มไปด้วยกรวดทราย เราจึงเลือกขับโหมด Gravel/Grass รถปรับมาเป็น 4H โดยอัตโนมัติ Ranger Raptor ขับขี่ได้อย่างสุขุมบวกกับการควบคุมที่นุ่มนวลและไว้ใจได้ ระบบกันสะเทือนยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนเดิม

         ปิดท้ายทริปทดสอบด้วยการขับรถมุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต เราได้ลองยืดเส้นยืดสายโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. Ranger Raptor ยังคงเป็นม้างานที่ไว้ใจได้ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 213 แรงม้าตอบสนองต่อการขับขี่ทางไกลได้ดี ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสนามบินภูเก็ต แล้วจึงขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ

สรุปความน่าใช้

        1.699 ล้านกับกระบะ 1 คัน หลายคนบอกว่าแพง แน่นอน มันแพงมากหากคุณไม่ใช่สายออฟโรดและไม่ได้ใช้งานอย่างสมบุกสมบัน อยากเท่อยากหล่อแบบนี้ก็แค่เอา Ranger ธรรมดาไปแต่งก็ได้ ทั้งนี้ เราอยากจะบอกว่า Ranger Raptor เป็นกระบะที่แพงแต่ไม่ได้แพงเปล่า เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อควักเงินดาวน์คือประสิทธิภาพที่เหนือกว่ากระบะทุกรุ่นที่มีขายในไทย ทางเรียบก็ขับดี ทางฝุ่นไม่ต้องพูดถึงเพราะมันคือสายพันธุ์ออฟโรดมาตั้งแต่เกิด เอาแค่ชุดกันสะเทือนก็ราคาหลักแสนแล้ว บวกกับเทคโนโลยีและการออกแบบที่จัดเต็ม รวมถึงระบบ TMS 6 โหมดการขับขี่ที่รองรับกับทุกพื้นผิวเท่าที่จะนึกออก จะหากระบะที่เหนือกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

        เราคิดว่าหากคุณได้เป็นเจ้าของกระบะสายลุยคันนี้ล่ะก็ คุณได้ออกทริปทุกเดือนแน่ๆ เพราะมันสามารถพาคุณไปได้ทุกที่ สามารถฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างได้โดยที่ไม่ต้องมีทักษะความชำนาญด้านออฟโรดมากนัก อีกทั้งความสะดวกสบายก็ยังอยู่ครบเหมือนเดิม สำหรับเราแล้ว 1.699 ล้านบาท กับสิ่งที่ได้สัมผัสตลอด 3 วัน 2 คืน เป็นอะไรที่ “โคตรคุ้ม” ใครที่ยังลังเลแนะนำว่าควรไปลอง ยิ่งได้ลองทางออฟโรดยิ่งดี แล้วคุณจะเปลี่ยนความคิดทันทีว่า 1.699 ล้านบาทกับกระบะสายลุยคันนี้ไม่แพงเลย

ขอขอบคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย สำหรับทริปทดสอบสุดเจ๋งในครั้งนี้

ดูรายละเอียด Ford Ranger Raptor: http://bit.ly/2QbpvNS

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ford.co.th หรือ www.facebook.com/FordThailnd

Gallery

Tags: fordFord PerformanceOFF ROADRanger RaptorreviewTest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1059 shares
    Share 424 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.