• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[First Drive] All-New Toyota Corolla Altis Hybrid แรง ประหยัด นุ่มนวลทุกจังหวะการขับขี่

What Car? Team by What Car? Team
October 18, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

        ช่วงเวลาที่ผ่านมารถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นกระแสใหม่ที่กำลังถูกพูดถึงในวงกว้าง บางคนบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เมืองไทยจะก้าวข้ามยุคสมัยจากเครื่องยนต์สันดาปไปเป็นยุคของมอเตอร์ไฟฟ้า เรามีความยินดีที่จะได้เห็นอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อมองลึกลงไป คุณจะพบกับข้อจำกัดมากมายที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อรถยนต์ไฟฟ้า เมืองไทยยังต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายอย่างกว่าจะพร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบซึ่งมันอาจต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ดังนั้นการก้าวกระโดดจากรถยนต์ใช้เชื้อเพลิงไปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจึงดูจะเป็นการก้าวข้ามสเต็ปเกินไป

          เทคโนโลยีไฮบริดน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมรถยนต์บ้านเราในตอนนี้มากที่สุดซึ่งโตโยต้าก็คิดแบบนี้เช่นกัน พวกเขาจึงมุ่งเน้นพัฒนารถยนต์ไฮบริดให้มีประสิทธิภาพสูงทั้งในแง่สมรรถนะและความประหยัด พร้อมกับพยายามนำเสนอให้ครอบคลุมในหลายๆ โมเดลเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า All-New Toyota Corolla Altis คือโมเดลล่าสุดที่โตโยต้าภูมิใจนำเสนอระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 จุดเด่นของมันคือประสิทธิภาพที่ดีกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า พร้อมกับการตั้งราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ Altis Hybrid สามารถแข่งขับกับคู่แข็งในกลุ่ม C-Segment ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

          All-New Corolla Altis มีให้เลือก 3 ขุมพลังเริ่มจาก เบนซิน 1.6 ลิตร เบนซิน 1.8 ลิตร และ ไฮบริด 1.8 ลิตร โดยรุ่นไฮบริดแตกออกเป็น 3 รุ่นย่อย คือ Entry, Mid และ High ซึ่งโตโยต้ากำหนดกลุ่มเป้าหมายในแต่ละรุ่นไว้ชัดเจน เน้นใช้งาน ทนทาน คุ้มค่า ไปรุ่น 1.6 เน้นอารมณ์สปอร์ต วัยรุ่นขับ ไปรุ่น 1.8 GR Sport แต่ถ้าต้องการเทคโนโลยี ความหรูหราพรีเมี่ยม ก็ต้องเลือกรุ่นไฮบริด คุณจะได้ทุกอย่างที่ใหม่ล่าสุดและอุปกรณ์ที่ครบครันที่สุดในรุ่นนี้

          การทดสอบในครั้งนี้จะมีทั้งขับในสนามทดสอบ Toyota Driving Experience Park บางนา และขับไป-กลับ กทม.-พัทยา รวมระยะทางกว่า 270 กม. รถที่ได้ทดลองขับเป็นรุ่นท็อป Corolla Altis 1.8 Hybrid High ราคา 1.099 ล้านบาท

การขับขี่

            ใต้ฝากระโปรงของ Corolla Altis Hybrid เป็นขุมพลังลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร แบบ Atkinson Cycle พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร รวมกำลังทั้งระบบจะอยู่ที่ 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังเป็นแบบ E-CVT ไม่มีแพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัย แต่มีเกียร์ B มาให้สำหรับหน่วงกำลัง

            การทดสอบอัตราเร่งในสนามทำให้เรารู้ว่า Corolla Altis Hybrid โดดเด่นในเรื่องความสมูธนุ่มนวลมากๆ กดคันเร่งจนสุดแรงดึงที่เกิดขึ้นนั้นไม่หนักหน่วงแต่ความเร็วไหลขึ้นไปอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ลองกดโหมด POWER รู้สึกว่ารถจะดูกระฉับกระเฉงขึ้นเล็กน้อย ในการเร่งจากจุดหยุดนิ่งนี้เครื่องยนต์และมอเตอร์จะช่วยกันสร้างกำลังขับเคลื่อนลงสู่ล้อหน้า เรารู้สึกว่าเสียงเครื่องยนต์ในจังหวะเร่งแบบนี้ดูจะดังเกินไปนิด ขัดกับภาพลักษณ์และหน้าตาที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่ก็แทบไม่มีการสั่นสะเทือนเลย

            เกียร์ E-CVT ทำงานได้อย่างน่าชื่นชม มันนุ่มนวลในทุกจังหวะ การคิ๊กดาวน์ต้องกดคันเร่งลึกมากก่อนที่สมองกลจะรับรู้และปรับการทำงานของเกียร์และเครื่องยนต์เพื่อรีดพลังออกมามากขึ้นสำหรับเร่งแซง ซึ่งแรงดึงที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มากจนรู้สึกตื่นเต้น มันมาแบบนุ่มๆ มากกว่า

            ที่ความเร็วเดินทางการตอบสองของรถเป็นไปแบบนุ่มๆ ไหลๆ แต่ก็ยังแอบซ่อนความสนุกเล็กๆ ไว้ มันเป็นรถที่น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบรถขับง่าย นุ่มนวล และเป็นมิตร โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ต้องขับรถเองหากคุณได้มาลองขับจะรู้เลยว่ามันเข้ามือและขับดีจนต้องเอ่ยปากชม สำหรับความเร็วสูงสุดของ Corolla Altis Hybrid ทางวิศวกรแจ้งว่าอยู่ที่ 170 กม./ชม.

            ช่วงล่างของ Corolla Altis Hybrid คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากรุ่นก่อนหน้า มันมีความแน่นเฟิร์มมากขึ้นแบบรู้สึกได้ ที่ความเร็วต่ำช่วงล่างอิสระ 4 ล้อสามารถจัดการกับแรงสะเทือนจากพื้นผิวได้เป็นอย่างดี เมื่อขับผ่านรอยปะถนนรถสั่นสะเทือนน้อยลง ร่องและคลื่นบนผิวถนนไม่ทำให้รถโยกเยกจนน่ารำคาญเกินไป การดูดซับแรงกระแทกหลังจากขึ้นลูกระนาดรู้สึกว่าแน่นหนึบ ยุบครั้งเดียวแล้วจบ ความแน่นเฟิร์มนี้เห็นได้ชัดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงซึ่งรถทั้งนิ่งและเกาะถนนดีมาก สามารถเทเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ รวมถึงสมดุลการทรงตัวต่างๆ ก็ดีขึ้นด้วย

            ระบบบังคับเลี้ยวปรับเซ็ตใหม่ให้ความรู้สึกว่าไวและเบาขึ้น ที่ความเร็วต่ำขับง่ายและคล่องตัวมาก ประกอบกับระยะฟรีที่ค่อนข้างน้อย ทำให้การลัดเลาะเปลี่ยนเลนทำได้อย่างว่องไวและกระฉับกระเฉง ขณะเดียวกันเมื่อขับความเร็วสูง ความไวและเบานี่แหละที่จะทำให้ความมั่นใจหดหายไปเพราะมันอาจทำให้วอกแวกได้ง่าย ทางตรงไม่เท่าไรแต่ทางโค้งต้องคอยประคองมากกว่าปกติ เราอยากให้พวงมาลัยหนืดกว่านี้หน่อย แล้วการเข้าโค้งความเร็วสูงจะรู้สึกว่าสบายขึ้น

            สิ่งที่ต่างจากคาแร็กเตอร์โดยรวมของรถคือแป้นเบรกที่ค่อนข้างตื้น ตอนขับแรกๆ ยังไม่รู้น้ำหนักการเหยียบ กดเบรกลงไปนิดเดียวหน้าทิ่มเลย มันไม่ใช่ไม่ดีนะแต่แค่รู้สึกแปลกใจเฉยๆ ว่าทำไมเบรกมันตื้นจัง พอจับจังหวะได้ก็ค่อยๆ ปรับน้ำหนักการเหยียบให้สมูธขึ้น เบรกตื้นถือว่าดีแต่คนที่ชอบความนุ่มนวลอาจรู้สึกขัดใจนิดๆ จังหวะเบรกหนักใช้ระยะไม่เยอะ รถนิ่งไม่เสียอาการแต่อย่างใด

            จุดที่เป็นหัวใจสำคัญของรถไฮบริดคืออัตราสิ้นเปลืองซึ่ง Corolla Altis Hybrid สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก ตลอดการขับทดสอบเราใช้ความเร็วสูงเกือบตลอด กดหนักในจังหวะเร่งแซงเป็นระยะ เปิดแอร์ 23 องศา ขับกลางวันอากาศร้อนอบอ้าว ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าปัดต่ำสุดอยู่ที่ 19 กม./ลิตร บนถนนการจราจรหนาแน่น และสูงสุดอยู่ที่ 21 กม./ลิตรบนมอเตอร์เวย์ มันเป็นตัวเลขที่เห็นแล้วต้องอุทานว่า “โคตรประหยัด”

            ด้านการป้องกันเสียงรบกวน Corolla Altis Hybrid ทำได้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ที่ความเร็วสูงรู้สึกได้ว่าเงียบขึ้น เสียงลมเริ่มเล็ดลอดเข้าตามขอบหน้าต่างที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ยางติดรถเป็น Michelin Primacy 4 ที่เด่นในด้านนุ่มเงียบ ดังนั้นเสียงยางที่ความเร็วเดียวกันนี้จึงยังไม่รู้สึกหนวกหูเกินไป

            Corolla Altis Hybrid ของเรายังมาพร้อมกับระบบช่วยขับอย่าง Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed ที่ควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมให้รถอยู่กลางเลน ทั้ง 2 ระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากโขเมื่อต้องขับรถท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด คุณแค่กดเปิดการทำงานที่พวงมาลัย เมื่อตรวจเจอรถคันหน้า รถจะขับตามให้เองพร้อมรักษาระยะห่างและคุมให้อยู่กลางเลนโดยอัตโนมัติ ระบบสามารถเบรกและเร่งตามรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล เราลองกดใช้ระบบนี้ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. พบว่ามันใช้งานได้ดีพอๆ กับระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติของพวกรถหรู ตราบใดที่มีเส้นจราจรชัดเจนรถสามารถเลี้ยวโค้งได้เองโดยเราเพียงแค่ประคองพวงมาลัยไว้เท่านั้น แถมยังรักษาระยะห่างและเบรกได้อย่างนุ่มนวลตามรถคันข้างหน้า ถือว่าสะดวกมากเมื่อใช้งานบนมอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Lane Departure Alert พร้อม Steering Assist คอยเตือนเมื่อวิ่งออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวและหน่วงรั้งพวงมาลัยไว้ให้โดยอัตโนมัติ ระบบทั้งหมดสามารถปิดได้ถ้าไม่ต้องการใช้งาน

ภายในห้องโดยสาร

                เรามองว่า Corolla Altis Hybrid มีขนาดโดยรวมไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก นั่นทำให้ขนาดของห้องโดยสารไม่ได้ต่างกันจนรู้สึกได้ แต่ที่ต่างไปคือบรรยากาศภายในที่ดูโอ่โถงกว่า ในแง่ของดีไซน์ยังคงความเรียบง่ายไม่หวือหวาตามสไตล์โตโยต้า วัสดุที่ใช้อยู่ในเกณฑ์ดีมีคุณภาพ มีการใช้วัสดุซอฟต์ทัชมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกได้ถึงความพรีเมี่ยม งานประกอบต่างๆ แน่นหนาได้มาตรฐาน

            การเข้า-ออกรถค่อนง่ายจากประตูที่ใหญ่และตัวรถที่ไม่ได้ต่ำมาก เมื่อเข้ามานั่งจะรู้สึกได้ว่าเบาะตำแหน่งนั่งขับนั้นกำลังดีไม่ต่ำจนเกินไป แดชบอร์ดสูงแต่ไม่โอบกระชับเหมือน Civic ทำให้พื้นที่ด้านหน้าค่อนข้างโปร่งและนั่งสบาย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า มีตัวดันหลังมาเพิ่มความสบายเมื่อต้องนั่งนานๆ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล เบาะมีความใหญ่ นุ่ม โอบกระชับลำตัวดี สิ่งที่เราชอบคือเสาหน้าที่ค่อนข้างเล็กทำให้การมองบริเวณมุมรถไม่ถูกบดบัง ประกอบกับทัศนวิสัยรอบคันของรถก็ดีมากด้วย

 

            พื้นที่เบาะหลังใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า คนตัวสูง 180 ซม. สามารถนั่งได้โดยไม่อึดอัด เหลือพื้นที่เหนือศีรษะเล็กน้อย เข่าไม่ชนเบาะหน้า ฐานเบาะใหญ่ นุ่ม นั่งสบาย พนักพิงเอนกำลังดี เบาะตัวกลางดึงลงมาเป็นที่วางแขนได้ อุโมงค์กลางไม่ใหญ่มากคนนั่งเบาะตัวกลางจะไม่รู้สึกรำคาญ การเข้า-ออกสะดวก สิ่งเดียวที่น่าจะเป็นปัญหาคือเวลานั่งพิงเบาะหลังแล้วหันมองออกหน้าต่างจะถูกเสาหลังบังค่อนข้างเยอะ

            แผงหน้าปัดของ Corolla Altis Hybrid เป็นแบบไฮบริดเหมือนกันคือผสมผสานทั้งเข็มอนาล็อกแบบเรืองแสงกับจอ MID ขนาด 7 นิ้วตรงกลาง เราชอบความอนาล็อกตรงที่มันอ่านค่าง่ายและไม่ซับซ้อน หน้าจอ MID บอกข้อมูลครบ ละเอียดจริง แต่ตัวหนังสือในบางเมนูทั้งเล็กทั้งบาง มองไม่ชัดเลย การควบคุมหน้าจอ MID ทำได้ผ่านการกดปุ่มควบคุมที่ก้านพวงมาลัยฝั่งซ้าย นอกจากนี้ยังมี Head-up display มาด้วยทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน

            หน้าจอสัมผัสกลางแดชบอร์ดขนาด 8 นิ้วแบบลอยตัวดูทันสมัย มีปุ่มทางลัดแบบกดได้จริงและปุ่มวอลลุ่มแบบหมุนที่ใช้งานง่ายขณะขับรถ ฟังก์ชั่นการใช้งานมีครบ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ หน้าตาเมนูทำออกมาได้น่าพอใจ คุณภาพหน้าจออยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้คมชัดระดับ Full HD แต่ก็เพียงต่อการใช้งาน ด้านระบบเสียงนั้นถือว่ากลางๆ พอฟังได้ แต่อย่าไปเทียบกับ Bose ของ Mazda 3

            สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารนั้นมีมาให้ครบตามสมัยนิยม อาทิ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติที่มีระบบกรองอากาศ nanoe มีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย เบรกมือไฟฟ้า ระบบ Auto Brake Hold ช่องแอร์ตอนหลัง รวมถึงม่านบังแดดหลัง

สรุปความน่าใช้

            All-New Toyota Corolla Altis Hybrid คือการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า สิ่งที่เราสัมผัสได้และน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนที่กำลังมองหารถไฮบริดต้องการก็คือ “ความประหยัด” รถรุ่นนี้ประหยัดจริงครับพี่น้อง ในบรรดาเก๋ง C-Segment ราคาล้านต้น ถ้าจะหารถที่ประหยัดที่สุด ไม่ต้องไปมองใครอื่น Altis Hybrid ยืนหนึ่งอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เราลองมาแล้ว

             ความนุ่มนวลของระบบขับเคลื่อนคือสิ่งที่รถคันนี้มอบให้ ประกอบกับช่วงล่างที่แน่นเฟิร์มขึ้น จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ทำให้การขับขี่ความเร็วสูงและการเข้าโค้งมั่นใจขึ้น คุณภาพการขับขี่โดยรวมดีขึ้น คุณสามารถขับทางไกลได้อย่างสบายใจจากความกว้างขวางและสะดวกสบายของห้องโดยสาร อีกทั้งระบบช่วยขับที่สามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี โดยรวมมันจึงเป็นรถที่ดีขึ้นทุกด้านจากรุ่นก่อนหน้า

            สำหรับราคาค่าตัว 1.099 ล้านบาทกับสิ่งที่ได้รับ เรามองว่าคุ้มค่า ถ้าคุณอยากช่วยโลก ชอบเทคโนโลยีระบบไฮบริด และอยากเข้าใกล้ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าแบบที่หลายคนเฝ้าฝัน Corolla Altis Hybrid เท่านั้นที่กำลังรอคุณอยู่

ขอขอบคุณ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปกของ All-New Toyota Corolla Altis ได้ที่ http://bit.ly/2ZK412t

Gallery

 

1 of 34
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

Tags: AltisAltis HybridCorollaCorolla AltisFirst driveHybridreviewTest driveTNGATOYOTAToyota Motor ThailandToyota Safety Sense

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.