• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

[First Drive] All-New Suzuki XL7 ขับดี อุปกรณ์ครบ ภายในกว้าง อย่าเข้าใจผิดว่านี่คือ Ertiga ใส่ชุดแต่ง

What Car? Team by What Car? Team
July 20, 2020
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

         แรกเริ่มเมื่อตอนเปิดตัว ใครๆ ต่างก็สงสัยว่า Suzuki XL7 เป็นการจับเอา Ertiga มาใส่ชุดแต่งใหม่ให้ดูสมบุกสมบันขึ้นใช่หรือไม่ ยอมรับตามตรง WHATCAR? Thailand ก็คิดแบบนั้นเพราะมีหลายเหตุผลที่ค่ายรถจะมามุขนี้เนื่องจากความต้องการของลูกค้าที่อยากได้รถ 7 ที่นั่งราคาไม่แรง มีขนาดใหญ่ใส่สิ่งของและใส่คนได้เยอะสำหรับเดินทางไปทั้งครอบครัว พร้อมกับต้องการความรูปลักษณ์สมบุกสมบันแต่ยังไม่ถึงขั้นรถเอสยูวี ดังนั้นการจับเอารถที่มีขายอยู่เดิมมาตกแต่งเพิ่มก็น่าจะเป็นการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ แต่พอเราได้ขับเจ้า XL7 พร้อมรับฟังข้อมูลเบื้องลึก เราได้รู้ว่าความเข้าใจเดิมที่มีนั้นมันผิดไปหมด

           Suzuki XL7 เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Ertiga ในรายละเอียดทางวิศวกรรมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 200 จุด เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่สลัดภาพรถครอบครัวธรรมดาๆ ถึงไปจนหมดสิ้น แล้วมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวและสมบุกสมบันมากขึ้นตามสไตล์รถเอสยูวียุคใหม่ ดีไซน์หน้ารถยกเปลี่ยนใหม่หมดทั้งไฟหน้า กันชน กระจังหน้า ล้ออัลลอยขยับจาก 15 เพิ่มเป็น 16 นิ้ว ใส่แร็คหลังคาที่รับน้ำหนักได้ 50 กก. เพิ่มคิ้วซุ้มล้อสีดำรอบคัน โดยรวมแล้วรูปลักษณ์ของเจ้า XL7 ดูหล่อกว่า Ertiga มากๆ

            แต่หัวใจสำคัญของ XL7 คือการเปลี่ยนแปลงด้านวิศวกรรมที่อัพเกรดจาก Ertiga หลายจุดโดยเฉพาะช่วงล่างที่มีการเปลี่ยนโช้คอัพและสปริงใหม่ทำให้ได้ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้น 20 มม. (จาก 180 เป็น 200 มม.) เพิ่มขนาดเหล็กกันโคลงหน้าให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 1 มม. ต่อมาคือปรับจูนกล่อง ECU ใหม่ส่งผลให้ได้มลพิษ CO2 น้อยลง อัตราทดเฟืองท้ายปรับใหม่จาก 4.278 เป็น 4.375 เปลี่ยนซีลขอบประตูเพื่อลดเสียงรบกวน เพิ่มแผงกันความร้อนและเสียงที่ผนังห้องเครื่องยนต์ เปลี่ยนซีลยางแกนพวงมาลัยให้โตขึ้นเพื่อลดความสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวนจากคอพวงมาลัย ทั้งหมดทั้งมวลนี้มาพร้อมกับราคาค่าตัวที่เพิ่มขึ้นจาก Ertiga ปี 2020 รุ่นท็อป 54,000 บาท จะคุ้มหรือไม่คุ้มมาดูกัน

ขับสบายตามสไตล์รถครอบครัว

            Suzuki XL7 ใช้เครื่องยนต์ K15B 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 138 นิวตันเมตร เป็นเครื่องตัวเดียวกับ Ertiga จากความรู้สึกที่เคยขับมามันมีบุคลิกแบบรถครอบครัวคือนุ่มนวล เรื่อยๆ ไม่จี๊ดจ๊าด ซึ่งเจ้า XL7 ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน อัตราเร่งของรถไม่ว่องไว เมื่อกดคันเร่งจะมีลักษณะค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปช้าๆ แรงดึงไม่เยอะ พอถึงความเร็วเดินทาง 110 – 120 กม./ชม. ก็จะไหลไปได้เรื่อยๆ

            เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดลูกเดิมทำหน้าที่ได้นุ่มนวลและเข้าขารู้ใจกับเครื่องยนต์ อัตราทดเกียร์ปรับเซ็ตมาเหมาะสมโดยเน้นความต่อเนื่องและไม่ลากรอบมากเกินไป แต่เกียร์มีนิสัยอย่างหนึ่งที่เราไม่ปลื้มคือจังหวะกดคันเร่งคิ๊กดาวน์ที่ค่อนข้างไวเกินไป แค่เพิ่มน้ำหนักเหยียบคันเร่งจากปกตินิดเดียวเกียร์ตัดลง 1 จังหวะพร้อมกับรอบเครื่องที่ดีดสูงขึ้นแล้ว และมันเป็นเหมือนการคิ๊กดาวน์แบบฟรีเปล่าเพราะเรี่ยวแรงที่ออกมามีน้อยมาก เป็นแบบนี้บ่อยมากตลอดการขับขี่ การเร่งแซงที่ความเร็วต่ำๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิน 90 กม./ชม. ขึ้นไปแล้วจะกดคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงรถจะใช้เวลาและระยะทางเยอะพอสมควร

            ใช่ว่าเกียร์ลูกนี้ไม่ดีนะครับ มันนุ่มนวล ลื่นไหล ตามสไตล์รถครอบครัว ขับในเมืองนี่สบายๆ เลย แถมมีปุ่มโอเวอร์ไดรฟ์ที่กดปุ๊บเกียร์จะปรับมาอยู่ตำแหน่งเกียร์ 3 ใช้วิธีนี้แทนการคิ๊กดาวน์ในการเร่งแซงก็ได้ มีเกียร์ 2 และเกียร์ L ที่ทำให้การขับขึ้น-ลงเขาสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าคนชอบรถที่ตอบสนองไวๆ มาขับก็อาจไม่ถูกใจ

                ความสูงที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการขับขี่ การปรับเซ็ตช่วงล่างมีความแข็งกว่า Ertiga เล็กน้อยทำให้การขับความเร็วต่ำจะรู้สึกสะเทือนมากกว่า การดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนนทำได้ดี ขับผ่านหลุม รอยปะ ฝาท่อ ไม่สะเทือนมากนัก ขณะที่ขับทางตรงบนความเร็วสูงรู้สึกมั่นใจมาก รถนิ่ง ไม่โคลงเคลง มีความหนึบเกาะถนนได้น่าพอใจ

            การทรงตัวในขณะเข้าโค้งทำได้ดี สามารถใส่หนักเข้าโค้งได้พอสมควร ถ้าเจอโค้งซ้าย-ขวาต่อเนื่องจะรู้สึกว่ามีอาการท้ายออกแต่ล้อหน้ายังยึดเกาะได้ดีอยู่ อาการโยนของตัวถังมีบ้างตามความสูงตัวรถที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่น่าเกลียด

            พวงมาลัยของ XL7 ปรับเซ็ตน้ำหนักมาดี ความเร็วต่ำไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ให้การควบคุมที่ง่ายและเบาแรง พอความเร็วสูงขึ้นน้ำหนักพวงมาลัยก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่วยในเรื่องความนิ่งและความมั่นใจได้ดี ที่ต้องชมคือระยะฟรีพวงมาลัยที่น้อย ทำให้รถตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้ค่อนข้างไว เฉียบคม และแม่นยำพอตัว ขับเลี้ยวจะรู้สึกว่ารถคุมง่าย ไม่เทอะทะ

            การตอบสนองของแป้นเบรกมาในสไตล์ลึกและนุ่มนวล กดเบรกช่วงแรกๆ รถแทบจะไม่หน่วง ต้องเพิ่มน้ำหนักอีกนิดจึงจะรู้สึกถึงความเร็วที่เริ่มลดลง แรงต้านการเหยียบมีความเป็นธรรมชาติ ดิสก์เบรกล้อหน้า ดรัมเบรกล้อหลัง เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปกับรถ 7 ที่นั่งขนาดตัวเท่านี้

            การป้องกันเสียงรบกวนทำได้ดีตามมาตรฐาน เสียงลมเริ่มเล็ดลอดเข้ามาตามขอบหน้าต่างที่ความเร็ว 90 กม/ชม. เสียงยางไม่ดังหนวกหู เสียงเครื่องยนต์เงียบมากทั้งตอนรอบเดินเบาและตอนขับขี่ปกติ แถมยังไม่สั่นสะเทือนกวนใจ เครื่องยนต์จะเริ่มคำรามดังเมื่อเกิน 3,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป

            ด้านอัตราสิ้นเปลืองเราถือว่าทำได้น่าพอใจ ทริปทดสอบนี้เป็นการขับจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่ และขับกลับกรุงเทพฯ ในวันเดียว ระยะรวมเกือบ 400 กม. เส้นทางมีทั้งถนนในเขตเมือง มอเตอร์เวย์ ถนนมิตรภาพ และถนนคดเคียวบริเวณเขาใหญ่ เราใช้ความเร็วตามสภาพการจราจร มีจังหวะโล่งก็ซัด ไม่ได้ขับแบบประหยัด ตัวเลขบนหน้าปัดแสดงอยู่ที่ราว 14.8 – 14.9 กม./ลิตร

ภายในกว้าง อุปกรณ์ครบ

            พื้นฐานของ XL7 คือ Ertiga ที่โดดเด่นในเรื่องพื้นที่ห้องโดยสาร ดังนั้นเจ้าครอสโอเวอร์รุ่นใหม่จึงได้ประโยชน์ไปเต็มๆ และมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ครบครันมากกว่า เมื่อเข้ามานั่งเบาะคนขับคุณจะรู้สึกถึงความกว้างและโปร่งสบายจากเพดานหลังคาที่สูง ตำแหน่งเบาะนุ่งสูงโย่งตามสไตล์ครอสโอเวอร์ทำให้มองเห็นหน้ารถได้ไกล มุมรอบคันดีหมด เสา A-Pillar ไม่บดบังการมองมุมรถมากนัก ไม่ว่าคุณจะสูง 180 ซม. หรือมากกว่าก็นั่งสบายเหมือนกัน

            เบาะนั่งคู่หน้าปรับมือทั้งหมด ปรับความสูง-ต่ำได้ ตัวเบาะใหญ่ หนานุ่ม นั่งขับนานๆ สบายมาก แต่ไม่ค่อยโอบกระชับเท่าไร จุดที่ขอหักคะแนนคือเข็มขัดนิรภัยซึ่งเป็นแบบที่ปรับความสูงต่ำไม่ได้

            พวงมาลัยปรับได้แค่ขึ้น-ลง หน้าปัดมาตรวัดออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ตกว่า Ertiga มีจอ TFT แสดงข้อมูลการขับขี่ที่บอกละเอียดตั้งแต่นาฬิกา อัตราสิ้นเปลือง Power Meter โชว์แรงม้าและแรงบิด ไปจนถึงมาตรวัดแรง G ซึ่งรถน้อยรุ่นจะให้มาครบแบบนี้

            เบาะแถวสองมาพร้อมกับพื้นที่กว้างขวาง คนสูง 180 ซม. นั่งแล้วยังเหลือพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ช่วงขาอีกมาก การเข้า-ออกรถสะดวกสบายมากเพราะประตูหลังเปิดได้กว้างถึง 925 มม. ตัวเบาะนุ่ม นั่งสบาย ปรับเลือนได้ พนักพิงปรับเอนได้และพับแยกในอัตราส่วน 60/40 แต่ไม่มีที่พักแขนกลางมาให้ และไม่ต้องกลัวร้อนเพราะที่เพดานมีช่องแอร์แบบปรับระดับแรงลมได้แต่ปรับอุณหภูมิไม่ได้

            เบาะแถวสามผู้ใหญ่นั่งได้จริงแต่ก็เฉพาะระยะทางสั้นๆ เท่านั้น เหมาะกับเด็กๆ มากกว่า ทั้งนี้พื้นที่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับการปรับเบาะแถวสอง ถ้าถอยเบาะแถวสองไปสุดก็จะไม่สามารถนั่งได้ พนักพิงปรับพับแยกได้ในอัตราส่วน 50/50 ซูซูกิคิดมาเป็นอย่างดีว่ารถรุ่นนี้ต้องบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก ดังนั้นจึงทำช่องวางขวดน้ำไว้สำหรับทุกที่นั่ง และมีช่อง Power Outlet 12V ที่เบาะแถวสองและแควสามอย่างละ 1 ช่อง

            หากไม่พับเบาะ ห้องเก็บสัมภาระจะมีความจุ 153 ลิตร พื้นห้องราบเสมอขอบกันชน เมื่อรวมกับช่องเก็บของใต้พื้นจะมีความจุ 199 ลิตร ไม่พอสำหรับการออปทริปพร้อมครอบครัว 7 คนแน่นอน แต่ถ้าไป 5 คน เมื่อพับเบาะแถวสามลงจะได้พื้นที่ราบขนาดใหญ่ความจุ 550 ลิตร คราวนี้ใส่สัมภาระได้แบบเหลือๆ เมื่อพับเบาะแถวสองลงอีกก็จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จะใส่เฟอร์นิเจอร์ย้ายบ้านก็ยังได้

            แม้ว่าภายในห้องโดยสารจะคล้ายกับ Ertiga แต่ XL7 มีให้บรรยากาศโดยรวมที่ดูสปอร์ตกว่า แดชบอร์ดเปลี่ยนจากวัสดุตกแต่งจากลายไม้เป็นลายคาร์บอน ไฮไลท์เด่นคือหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รูปร่างสวยทันสมัย ติดตั้งในตำแหน่งที่ดี จอนี้รองรับการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Bluetooth, USB รวมถึง Apple CarPlay และ Android Auto แล้วยังมาพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง รวมถึงแสดงภาพจากกล้องมองเวลาถอยหลัง ซึ่งให้ภาพละเอียดคมและมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน

            การทำงานของระบบสาระบันเทิงค่อนข้างลื่นไหล ฟังก์ชั่นใช้งานเยอะและครบตามสมัยนิยม หน้าตาเมนูต่างๆ ทำออกมาได้ดี สวยงามทันสมัย จุดที่เราชอบคือฟังก์ชั่นปรับเสียงแบบละเอียด ปรับ EQ ปรับ Sound Stage ได้ โดยซูซูกิภูมิใจนำเสนอระบบเครื่องเสียงตัวนี้มาก และคุณภาพเสียงของมันก็ดีในระดับต้นๆ ของรถในกลุ่มเซกเมนต์นี้เช่นกัน มิติเสียง รายละเอียดเนื้อเสียงทำออกมาได้ดี ฟังเพลงสนุกเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

สรุปความน่าใช้

            เห็นได้ชัดว่า Suzuki XL7 ไม่ใช่เป็นการจับเอา Ertiga มาปรับเปลี่ยนใส่ชุดแต่งใหม่เข้าไปแบบดื้อๆ มันมีรายละเอียดหลายอย่างที่แตกต่างกันซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้นแทบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการขับขี่ที่ความสูงของตัวรถไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ กลับกันมันยังให้ความมั่นใจมากขึ้นด้วย ลุยได้มากขึ้น ประกอบกับลักษณะนิสัยของรถที่เป็นแบบรถครอบครัว มันจึงมาพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มสบาย ขับง่าย เหมาะกับเดินทางข้ามจังหวัดหรือพาครอบครัวไปท่องเที่ยววันหยุด

            ราคาค่าตัว 779,000 บาท เพิ่มขึ้นจาก Ertiga 54,000 บาท แลกกับอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาถือว่าคุ้มค่า หน้าตารถดูวัยรุ่นขึ้น ภายในดูทันสมัยขึ้น ถ้าใครต้องการรถครอบครัวที่ดูโฉบเฉี่ยวและสมบุกสมบันในสไตล์เอยูวี Suzuki XL7 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรต้องลองก่อนการตัดสินใจ

ขอขอบคุณ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปก All-New Suzuki XL7 ได้ที่ https://bit.ly/2C6bX3N

Gallery

 

1 of 40
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

Tags: Crossover MPVFirst driveMPVreviewSUZUKISuzuku XL7Test drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.