• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

First Drive – Suzuki Ertiga กว้างขวาง ขับดี ราคาโดน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

What Car? Team by What Car? Team
March 4, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

      ขึ้นชื่อว่ารถเอ็มพีวี แม้ว่าจะเป็นขนาดคอมแพ็คแต่มันก็สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน แถมยังมีราคาน่าคบหา นับเป็นข้อดีสำหรับครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านการเงินหรือไม่ต้องการความเว่อร์วังแบบรถเอสยูวี ทำให้ ณ เวลานี้ กระแสรถเอ็มพีวีขนาดคอมแพ็คกำลังได้รับความนิยมในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งตัวเลือกที่ทำตลาดมานานหลายปีก็คือ Suzuki Ertiga แม้ว่าก่อนหน้านี้จะดูเงียบๆ ไม่หวือหวา แต่เมื่อเจนเนอเรชั่นที่ 2 มาถึง ความน่าสนใจก็เกิดขึ้นในทันที

       All-New Suzuki Ertiga เพิ่งเปิดตัวได้ราว 1 เดือน ความสดใหม่จึงเต็มเปี่ยม นี่เป็นคอมแพ็คเอ็มพีวีที่ทางซูซูกิมุ่งเน้นในความคุ้มค่า อุปกรณ์ที่ให้มาเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวจัดว่าเหมาะสมเท่าที่จำเป็นซึ่งดูแล้วไม่ขี้เหร่เลย เครื่องยนต์และเกียร์ที่ใช้เพียงพอกับการขับขี่ใช้งานทั่วไปที่ความประหยัดคือหัวใจของลูกค้ากลุ่มนี้ จุดที่ได้เปรียบก็คือความอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้จริงและความกว้างขวางของห้องโดยสาร โดย Ertiga ใหม่นำเสนอ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ GL ราคา 655,000 และ GX ราคา 695,000 บาท (ราคาพิเศษถึง 30 เมษายน 2562)

       เพื่อไม่ให้กระแสจางหาย พอเปิดตัวปุ๊ป ซูซูกิรีบจัดทริปทดสอบทันนี้ โดยพาสื่อมวลชนลัดฟ้าไปยัง จ.เชียงราย เพื่อทดสอบเอ็มพีวี 7 ที่นั่งคันนี้ในเส้นทาง เชียงราย-ไร่ชาฉุยฟง-สามเหลี่ยมทองคำ-เชียงราย รวมระยะทางกว่า 160 กม. แม้จะดูไม่เยอะแต่ก็ครบทุกรสชาติของการขับขี่เพราะมีทั้งทางราบ ทางชันที่มีความคดเคี้ยว และการจราจรในเมือง โดยรถที่ทดสอบเป็นรุ่นท็อป GX การขับขี่ของเจ้า Ertiga จะเป็นอย่างไร เชิญติดตามไปพร้อมกัน

ทำความรู้จักกันก่อน

        ก่อนจะล้อหมุน มาทำความรู้จัก Ertiga กันก่อนสักเล็กน้อย เอ็มพีวี 7 ที่นั่งคันนี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน K15B พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT ขนาดความจุกระบอกสูบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เครื่องยนต์และเกียร์ชุดนี้เรียกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป

        Ertiga รุ่นที่ 2 พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม HEARTECT ใหม่ โดยมาพร้อมกับจุดเด่นด้านน้ำหนักที่เบาลงแต่เฟรมมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น บิดตัวน้อยลง ส่งผลต่อการบังคับควบคุมที่คล่องแคล่วขึ้นและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

         มิติตัวถังของ Ertiga ใหม่ ยาว 4,395 มม. กว้าง 1,735 มม. สูง 1,690 มม ระยะฐานล้อยาว 2,740 มม. ความสูงจากพื้นจนถึงพื้นใต้ท้องรถ 180 มม. น้ำหนักตัวเปล่าตั้งแต่ 1,125 – 1,135 กิโลกรัม ตามแต่ละรุ่นย่อย ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว รุ่นใหม่ใหญ่โตกว่าในทุกมิติแต่ระยะฐานล้อยังเท่าเดิมและน้ำหนักตัวเปล่าเบาลง

การขับขี่

           เริ่มต้นทดสอบในช่วงแรกจากโรงแรม เลอ เมอริเดียน รีสอร์ท เชียงราย ไปโร่ชาฉุยฟง ระยะทาง 39.7 กม. การขับขี่ในช่วงนี้ต้องเจอกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นภายในเมืองเชียงราย ด้วยความโปร่งของภายในห้องโดยสารทำให้ทัศนวิสัยรอบคันดีงามมาก เสาหน้าไม่ใหญ่บดบังการมองแต่อย่างใด ความสูงของตำแหน่งนั่งขับเหมาะสม กระจกบานหลังกว้างทำให้มองด้านหลังถนัด แม้จะเป็นเอ็มพีวี 7 ที่นั่งแต่การขับในเมืองไม่ได้ช้าอืดอาด เรี่ยวแรงมาแบบนุ่มๆ เพียงพอสำหรับพุ่งทะยานออกตัวจากแยกไฟแดง ขณะที่เกียร์ 4 สปีดก็ทำงานอย่างนุ่มนวลไร้ซึ่งรอยต่อระหว่างตำแหน่งเกียร์ จุดนี้น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

          ขนาดตัวรถไม่เป็นอุปสรรคในการลัดเลาะเปลี่ยนเลน รถมีความคล่องตัวพอสมควรทำให้ขับง่ายและไม่เหนื่อย พวงมาลัยเบามือ ระบบกันสะเทือนก็ปรับเซ็ตมาเหมาะสม ซับแรงกระแทกจากผิวทางที่ไม่เรียบเรียบได้ดี อีกจุดที่น่าประทับใจคือการป้องกันเสียงรบกวนที่ทำได้ดีมาก เราแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เมื่อขับความเร็วต่ำเลย เสียงแวดล้อมรอบรถก็ป้องกันได้ดี นอกจากนี้เครื่องยนต์ยังเดินเรียบมากด้วย

            เมื่อหลุดจากตัวเมือง เราก็ได้ใช้ความเร็วมากขึ้น  Ertiga มีการขับขี่ที่นิ่งและมั่นคง เครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองได้ดี การเร่งจากจุดหนุดนิ่งสู่ความเร็ว 80 กม./ชม. ไม่หนักหน่วงรวดเร็วนัก ออกแนวสุภาพนุ่มนวลมากกว่า แล้วจึงพุ่งเข้าสู่ 100 กม./ชม. แบบเนียนๆ จังหวะยกคันเร่งรถค่อนข้างไหล รอบเครื่องไม่ตก เติมคันเร่งต่อได้อย่างสมูธนุ่มนวล

            แม้จะมีเกียร์เพียง 4 สปีดแต่ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เครื่องยนต์ก็ไม่ได้ทำงานในรอบที่สูงเกินไป เสียงเครื่องจึงเงียบและยังรู้สึกว่าสบายๆ อยู่ การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงต้องกดคันเร่งลึกหน่อยและมีการรอจังหวะสักครู่ก่อนที่เกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงมา 1 สปีด กำลังที่ได้ไม่มากนักดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรแซงแบบฉับพลัน

           ช่วงล่างของ Ertiga มีความหนึบ เกาะถนน ป้องกันแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง รวมถึงพวงมาลัยที่มีความหนืดหน่วงมือมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็ว จุดนี้สร้างความมั่นใจขณะขับขี่ได้เป็นอย่าง

         เส้นทางในช่วงก่อนถึงไร่ฉาฉุยฟงเป็นถนนเลนสวน มีความคดเคี้ยวและขึ้น-ลงเนินสลับกัน Ertiga ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี เครื่อง 1.5 ลิตรกับเส้นทางลักษณะนี้ถือว่าสอบผ่านสบายๆ เกียร์มีความฉลาด เมื่อเจอเนินแล้วความเร็วเริ่มตกรอบเครื่องเริ่มต่ำ มันจะทำการวิฟท์ดาวน์ลงมา 1 สปีดเพื่อเรียกกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ จังหวะการทำงานนี้เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

         เกียร์ 4 สปีดของ Ertiga มีโหมด S มาด้วย ที่จริงโหมดนี้ทำหน้าที่เหมือนปุ่ม Overdrive ใช้สำหรับเร่งแซงโดยที่ไม่ต้องกระทืบคันเร่ง หรือต้องการความสนุกจี๊ดจ๊าดในจังหวะออกตัวเพราะเกียร์จะลากรอบให้ยาวขึ้นเล็กน้อย ในเส้นทางที่เป็นเนินสูงชันก็สามารถใช้โหมดนี้ได้เช่นกัน แต่ถ้าเจอทางชันมากๆ ก็ยังมีเกียร์ 2 และเกียร์ L ให้ใช้

         การบังคับควบคุมของ Ertiga น่าประทับใจมาก บนเส้นทางที่ต้องเจอกับโค้งซ้ายขวามากมาย รถคันนี้เอาอยู่หมด พวงมาลัยตอบสนองเร็วพอประมาณ ระยะฟรีมีเหมาะสม มีความเที่ยงตรง ทำให้กะจังหวะการเข้าโค้งได้ง่าย ไม่เหนื่อยมากเมื่อต้องขับไกลๆ ในส่วนของช่วงล่างก็หนึบแน่นไม่มีการยวบย้วยแต่อย่างใด อาการโยนมีไม่มาก การทรงตัวดี เจอโค้งมากๆ แล้วไม่มึนหัว

          การขับขี่ในช่วงที่สองเป็นการเดินทางจากไร่ชาฉุยฟงไปสามเหลี่ยมทองคำ เรามุ่งหน้ากลับทางเดิมสู่ถนนพหลโยธินแล้วตรงขึ้นไปทางอำเภอแม่สาย ก่อนจะตัดเข้าอำเภอเชียงแสน เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางราบ ใช้ความเร็วได้พอประมาณ เราสัมผัสได้ว่า Ertiga เป็นรถที่ขับสบายพอตัวด้วยความสุขุมนุ่มนวลเมื่อใช้ความเร็วเดินทาง 100-110 กม./ชม. การที่มีระบบ NVH ทำให้รถคันนี้เงียบและสั่นสะเทือนน้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้ามากพอสมควร

         ช่วงที่สามเป็นการขับจากสามเหลี่ยมทองคำมุ่งหน้ากลับตัวเมืองเชียงราย เส้นทางในช่วงนี้ต้องผ่านหมู่บ้านและตัวอำเภอต่างๆ สิ่งที่สัมผัสได้อีกอย่างคือ ระบบเบรกของ Ertiga เซ็ตอัพมาได้ดี มีความนุ่มนวล ไม่ต้องเหยียบแป้นลึกก็เริ่มรู้สึกหน่วง ทำให้กะระยะเบรกได้ง่าย น้ำหนักการหน่วงความเร็วอยู่ในระดับที่ง่ายต่อการควบคุม ตอบสนองต่อน้ำหนักการกดเท้าได้อย่างตรงไปตรงมา

        ตลอดเส้นทางการทดสอบระยะทางรวมกว่า 160 กม. เราไม่ได้วัดอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอย่างจริงจัง เมื่อดูบนหน้าปัดตัวเลขแสดงอยู่ที่ 12.3 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณจากการขับขี่ตลอดเส้นทางที่มีการใช้ความเร็วในหลายช่วงทั้งทางราบ ขึ้นเขาลงเนิน รวมไปถึงการขับฝ่าการจราจรและไฟแดงในตัวเมือง เชื่ออว่าถ้าขับแบบประหยัดวัดประสิทธิภาพอย่างจริงจัง น่าจะทำได้ถึง 15 กม./ลิตร อย่างแน่นอน แต่สำหรับรถครอบครัว 7 ที่นั่งแล้ว ในการขับขี่จริง เหยียบจริง เปิดแอร์เย็นฉ่ำ บวกกับเจอถนนเลนสวนขึ้น-ลงเขา ตัวเลข 12 กม./ลิตร ถือว่าไม่ธรรมดา

ภายในใช้งานได้จริง

        เราบอกตั้งแต่ต้นว่า Ertiga เจนฯ 2 คือเอ็มพีวี 7 ที่นั่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่ง คุณจะพบกับพื้นที่ที่กว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเบาะแถวหน้าหรือเบาะแถวสอง เบาะคนขับและพวงมาลัยปรับมือทั้งหมด ฟองน้ำเบาะค่อนข้างนุ่มเกินไปหน่อยซึงบางทีอาจส่งผลให้รู้สึกไม่กระชับในขณะขับขี่ คนตัวสูง 180 ซม. นั่งขับได้อย่างสบายไม่อึดอัด การเข้า-ออกรถง่ายเพราะประตูมีขนาดใหญ่

         พื้นที่ของเบาะแถวสองก็กว้างขวางเช่นกัน ตัวเบาะสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ 240 มม. พนักพิงปรับเอนได้ คนตัวสูง 180 ซม. นั่งได้อย่างสบายโดยที่หัวเข่าไม่ชนเบาะหน้า พื้นที่เหนือศีรษะเหลือเป็นคืบ ขึ้น-ลงรถสะดวก

          ปกติแล้วรถ 7 ที่นั่งมักจะตกม้าตายที่เบาะแถวสาม แต่ Ertiga จัดการพื้นที่ได้เป็นอย่างดี พื้นที่มีมากพอที่ผู้ใหญ่สูง 180 ซม. จะนั่งได้ พื้นที่วางขามีพอประมาณทำให้เวลานั่งไม่ต้องงอเข่าเยอะเท่ารถ 7 ที่นั่งหลายๆ รุ่น การเข้า-ออกก็ไม่ถือว่าทุลักทุเล ขณะที่พื้นที่เหนือศีรษะก็ยังเหลืออยู่นิดหน่อย นั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัดเพราะกระจกใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าความสบายนั้นไม่เท่ากับเบาะทั้ง 2 แถวข้างหน้าแน่นอน  

          เบาะแถวสองพับแยกได้แบบ 60/40 เบาะแถวสามพับแยกได้แบบ 50/50 เมื่อพับแล้วจะราบเสมอกัน มีพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ใต้ห้องเก็บสัมภาระเปิด-ปิดได้แบบ 50/50

          นอกเหนือจากการปรับเบาะที่ค่อนข้างยืดหยุ่นแล้ว Ertiga ยังพร้อมมอบความสะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง พร้อมทั้งช่องชาร์จไฟ 12V  ช่องวางแก้วอีก 8 ตำแหน่ง รวมถึงช่องเป่าลมเย็นบริเวณด้านล่างของคอนโซลหน้า

ใหม่หมดนอกจรดใน

       หนึ่งในคู่แข่งหลักของ Ertiga ก็คือ Mitsubishi Xpander รายนั้นชัดเจนว่ามีภาพลักษณ์เป็นรถครอบครัวสายลุย สปอร์ตและเท่แบบเอสยูวี ซึ่งตรงข้ามกับ Ertiga อย่างสิ้นเชิง รูปลักษณ์ภาพนอกของเอ็มพีวี 7 ที่นั่งคันนี้สะท้อนออกมาในแนวหรูหราภูมิฐาน ดังนั้นการตกแต่งภายนอกจึงเน้นความหรูเป็นหลัก เริ่มจากกระจังหน้าโครเมี่ยมแบบทึบพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์และไฟตัดหมอก เส้นสายด้านข้างเรียบหรู ตัวถังแบบหลังคาตรงท้ายตัดแบบรถมินิแวน ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แบบ Light guide รูปทรงชวนนึกถึงแบรนด์รถหรูจากสวีเดน เชื่อมระหว่างไฟท้ายทั้งสองข้างด้วยแถบโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว หุ้มด้วยยาง 185/65 R15 ทั้ง 4 ล้อ

        เข้ามาดูที่ภายในกันต่อ ภายในของ Ertiga ชวนให้เราแปลกตั้งแต่แรกเห็นเมื่อวันเปิดตัวคือการใช้วัสดุลายไม้มาตกแต่งแดชบอร์ดและแผงประตูซึ่งยุคนี้ไม่ค่อยมีค่ายไหนทำกันในรถเรทราคาประมาณนี้ (มีเฉพาะรุ่นท็อป GX) จะว่าเชยก็ไม่เชิงแต่ว่ามันให้อารมณ์แบบผู้ใหญ่ๆ หน่อย ได้ความภูมิฐานไปเต็มๆ วัสดุและการประกอบสมราคา แม้จะใช้พลาสติกแข็งเป็นส่วนมาดแต่งานประกอบก็แน่นหนา

        จุดที่เราชอบคือเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสกึ่งกลางแดชบอร์ดที่ดูทันสมัย มันจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม รองรับการเชื่อมต่อครบครันทั้ง บลูทูธ, AUX และ USB หน้าตาเมนูดูทันสมัย ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ค่อนข้างไว ปุ่มปรับระดับเสียงเป็นแบบสัมผัสด้านข้างจอ ใช้งานจะยากกว่าปุ่มแบบหมุน คุณภาพเสียงสมราคารถยนต์ สามารถปรับ EQ ได้หลากหลายแบบ

        ถัดลงมาเป็นแผงเครื่องปรับปรับอากาศสไตล์วินเทจ ไม่โก้หรูแต่ใช้งานได้ดี จุดที่เราชอบอีกอย่างคือพวงมาลัยแบบ D-shape ตกแต่งด้วยลายไม้เช่นกัน มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงมาให้ด้วย เป็นการผสมความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างแยบยล

        หน้าปัดเป็นแบบอนาล็อก 2 วงวัดรอบและวัดความเร็ว ดูง่ายไม่ต้องเยอะ มีจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่แทรกกลาง บอกตำแหน่งเกียร์ อัตราสิ้นเปลือง เวลา อุณหภูมิ จับทริป A,B มาตรวัดระยะทาง ODO และระยะทางขับขี่ที่เหลือ

สรุปความน่าใช้

         Suzuki Ertiga เคยอยู่เงียบๆ มาหลายปีกับยอดขายที่พอถูๆ ไถๆ เนื่องด้วยตลาดเอ็มพีวีที่ไม่ได้คึกคักสักเท่าไร แต่วันนี้ตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว และเป็นจังหวะเวลาอันดีที่ซูซูกิคลอด Ertiga เจนฯ 2 ออกมา ซึ่งมันดีกว่ารุ่นก่อนหน้าทุกอย่าง ใหญ่โตกว่า หรูหรากว่า ภายในกว้างขวางกว่า เครื่องยนต์มีกำลังมากกว่า การขับขี่ดีกว่า ทุกอย่างทำให้เอ็มพีวี 7 ที่นั่งคันนี้สร้างกระแสของตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ

         หลายครอบครัวต้องการรถที่คุ้มค่า จากที่เราได้สัมผัส Ertiga มา รถคันนี้สามารถตอบโจทย์ครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้เป็นอย่างดี ขับในเมืองก็ง่าย ขับทางไกลก็สบาย เครื่อง 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เหลือๆ แล้วกับการใช้งานทั่วไป ทั้งยังประหยัด และมาพร้อมความอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้จริง ถ้าวัดจากราคาที่ไม่เกิน 7 แสนบาท คุณจะหารถ 7 ที่นั่งที่เหมาะสมกว่านี้ได้ที่ไหนอีก

          บางทีการหารถที่เหมาะสมสักคันก็ไม่จำเป็นต้องเว่อร์วังตามกระแสหรือมีเทคโนโนโลยีชวนว๊าวเต็มคัน ขอแค่สิ่งที่ได้คุ่มค่ากับเงินที่จ่าย และได้ใช้งานมันจริงๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าคุณสนใจ Ertiga แล้วล่ะก็ เชิญไปลองขับ แล้วจะรู้ว่ารถที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป

ขอขอบคุณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ทริปทดสอบครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปก All-New Suzuki Ertiga ได้ที่นี่ www.whatcar.co.th/37698/all-new-suzuki-ertiga-official-launch/

สอบถามข้อมูลรถยนต์เพิ่มเติมได้ที่ www.suzuki.co.th หรือ www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand/ 

Gallery

 

1 of 74
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

54.

55.

56.

57.

58.

59.

60.

61.

62.

63.

64.

65.

66.

67.

68.

69.

70.

71.

72.

73.

74.

 

Tags: ErtigaFirst driveHEARTECTreviewSUZUKITest drive

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.