คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้ารถยนต์เฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว Ferrari Roma ยนตรกรรมคูเป้รุ่นล่าสุดจากเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี มาพร้อมดีไซน์สง่างามเหนือกาลเวลา ทั้งยังเปี่ยมด้วยพละกำลังและความคล่องตัว
Ferrari Roma โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบง่ายสะอาดตา ดูคลีนกว่าเฟอร์รารี่รุ่นอื่นๆ พร้อมสัดส่วนที่ลงตัวและความสง่างามตามสไตล์รถสปอร์ตแกรนด์ทัวเรอร์เครื่องยนต์วางกลางด้านหน้า แรงบัลดาลใจในการออกแบบมาจาก 250 GT Berlinetta Lusso และ 250 GT แบบ 2+2 ที่นั่ง ที่รวมความเป็นที่สุดแห่งความล้ำสมัยพร้อมความสละสลวยอย่างชัดเจน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวดุดันตามสไตล์ของเฟอร์รารี่เช่นเดิม
ยนตรกรรมคูเป้รุ่นล่าสุดจากค่ายม้าลำพองคันนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ La Nuova Dolce Vita สะท้อนภาพวิถีชีวิตอันสมบูรณ์ด้วยความสุขและความเฟื่องฟูของแฟชั่นของกรุงโรมยุค 50s และ 60s อันเป็นที่มาของชื่อ Roma ด้วยนิยามของความสง่างามที่แฝงไว้ด้วยความเรียบหรู ซึ่งทำให้เฟอร์รารี่รุ่นนี้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง
Ferrari Roma ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ผลิตกำลังได้ถึง 620 แรงม้า (PS) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 3,000 – 5,750 รอบ/นาที ส่งให้เป็นรถที่มีพลังมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ DCT 8 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.4 วินาที อัตราเร่ง 0 – 200 กม./ชม. ทำได้ภายใน 9.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 กม./ชม.
เครื่องยนต์บล็อกนี้มาพร้อมกับระบบควบคุมแรงบูสต์แบบแปรผัน (Variable Boost Management) ช่วยให้คันเร่งตอบสนองได้ฉับไวในทุกจังหวะความเร็ว รวมทั้งชุดเกียร์ใหม่แบบ 8 สปีด คลัทช์คู่ มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น เปลี่ยนจังหวะได้รวดเร็วและนุ่มนวลกว่าเดิม ส่งผลให้รถตอบสนองได้ฉับพลันเมื่อขับขี่บนถนนเปิดโล่งแต่ยังสะดวกสบายราบรื่นเมื่อใช้งานในเมืองที่มีการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่ง
สำหรับการออกแบบตัวถังภายนอกของ Ferrari Roma เป็นฝีมือของ Ferrari Styling Centre ที่เน้นดีไซน์อันเรียบหรู โดยยังคงไว้ซึ่งองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์และความสง่างามที่ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รูปโฉมของตัวรถเริ่มจากเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวลากยาวจากฝากระโปรงหน้า ต่อเนื่องไปยังช่วงไหล่ของรถเพื่อเน้นแสงเงา ไปสู่ช่วงห้องโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดและลาดเอียงไปจรดท้ายรถ มีการลดรายละเอียดบางส่วนออกไปเพื่อเน้นย้ำสไตล์แบบมินิมอลให้เด่นชัดยิ่งขึ้น มิติตัวถังยาว 4,656 มิลลิเมตร กว้าง 1,974 มิลลิเมตร สูง 1,301 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,670 มิลลิเมตร
ห้องโดยสารของ Ferrari Roma มีรูปแบบที่แบ่งแยกฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ห้องโดยสารแบบคู่นี้ไม่ใช่เพียงแค่แดชบอร์ดที่โอบล้อมเท่านั้น แต่เป็นทุกองค์ประกอบที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างกลมกลืน พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ตามหลักปรัชญา “สายตาอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า มือจับบนพวงมาลัย” ด้วยการควบคุมฟังก์ชั่นหลักๆ ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผู้ขับไม่จำเป็นต้องละมือออกจากพวงมาลัย พร้อมจอหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 16 นิ้ว ที่ให้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วน
จอแสดงผลกลางแดชบอร์ดแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว รวมทั้งจอฝั่งผู้โดยสารต่างก็ใช้งานได้อย่างสะดวกและทำความเข้าใจได้ง่าย กุญแจแบบใหม่ของเฟอร์รารี่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Comfort Access ช่วยให้ผู้ขับสามารถเปิดรถได้ด้วยการสัมผัสปุ่มซึ่งติดตั้งอยู่ที่มือเปิดประตูแบบใหม่ที่แนบสนิทไปกับตัวรถ
ชุดไฟหน้าแบบ Matrix LED ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance System) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้กับการขับขี่ทางไกล
ราคาค่าตัวของ Ferrari Roma เริ่มต้นที่ 21,230,000 บาท โดยมีการรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปี โดยบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่
เยี่ยมชม Ferrari Roma ในรูปแบบการนัดหมายส่วนตัวเพื่อชมแบบใกล้ชิดและปลอดภัยได้ที่ คาวาลลิโน มอเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างวันที่ 11 – 19 มิถุนายนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-319-6109 หรือ www.bangkok.ferraridealers.com หรือ www.facebook.com/cavallinoferrarithailand
Gallery





















![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=fQ-wxLmiD34Q7kNvwHcZsrJ&_nc_oc=AdobVGqd6bdQS56GwRH68BdTdeRGIOR_7zxgDm11dWxUmOYD-UlQbyCm01hIRVanxTtQSC6AjJrhHwjwmu8hByuf&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=8PmjgURP42-jon-YU-VAUg&_nc_tpa=Q5bMBQK3GVHuzjE6VADT1Ff19W1ZlIl7R1Jhoy25xKjGuSPXovImBn3hhplWqNmm_c_WeaZi_CLbbJ-E&oh=00_AQKPvWzyG2V5gYNbZbgqsz67JgAQHw4WHoml3dcVxGRAHw&oe=6AA9204A)



