ทุกท่านทราบกันดีว่าตลาดรถกระบะบ้านเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวค่ายนั้นปรับโฉม เดี๋ยวค่ายนี้เปิดตัวรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ซื้อที่จะได้มีตัวเลือกใหม่ๆ ให้เลือกซื้ออยู่ตลอด Chevrolet เป็นอีกค่ายที่มักจะมีรถกระบะรุ่นใหม่ออกมานำเสนอแก่แฟนๆ อยู่เสมอ แถมประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าเน้นขายรถกระบะและเอสยูวีเป็นหลักโดยมีหัวหอกอย่าง Colorado เป็นผู้นำ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทุ่มสุดตัวให้กับตลาดนี้ด้วยจุดเด่นสำคัญคือความเป็นรถสายพันธุ์อเมริกันที่ทั้งเท่และแกร่งมาแต่เกิด
เพื่อพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมและตอกย้ำความแข็งแกร่งแบบอเมริกันของกระบะ Colorado เชฟโรเลต ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมเอาใจสายลุยขึ้นในชื่อ Colorado Jungle Drive Experience พร้อมเชิญชวน WHATCAR? Thailand เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบขับรถกระบะ Colorado รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ พิชิตผาตัด อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และลุย “ทุ่งนางพญา” ทุ่งหญ้าซาฟารีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ณ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก เรียกว่าลุยกันเต็มที่แบบฉบับออฟโรดของจริงด้วยรถเดิมๆ จากโรงงาน
กระบะ Colorado ที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทย จัดให้ทดสอบนั้นมีด้วยกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ Colorado High Country, Colorado High Country Storm, Colorado Midnight Edition และ Colorado 4th of July Edition พื้นฐานของทุกรุ่นเหมือนกันทั้งหมด เครื่องยนต์ดีเซล Duramax 2.5 ลิตร เทอร์โบ 180 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 ต่างเพียงการตกแต่งภายนอกและภายในเท่านั้น ซึ่ง WHATCAR? Thailand ได้ขับเจ้า HightCountry Storm สีน้ำเงินสุดเท่ การขับขี่จะเป็นอย่างไร ลุยออฟโรดโหดๆ ไหวหรือไม่ มาดูกัน
กิจกรรมทดสอบครั้งนี้เป็นแบบ 2 วัน 1 คืน เริ่มต้นวันแรกที่ จ.เลย มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยใช้เส้นทางที่มีความลาดชันสลับขึ้น-ลงเขา ขับผ่านทางหลวงหมายเลข 2016 หรือ “ถนนลอยฟ้าเมืองเลย” ซึ่งเป็นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ไฮไลท์คือการพิชิตผาตัด ก่อนจะพักผ่อนชมความงามแบบ 360 องศาบนยอดเขาที่สูงที่สุดของ จ.เพชรบูรณ์
เส้นทางช่วงแรกจาก จ.เลย มา จ.เพชรบูรณ์ เป็นเส้นทางแบบเลนสวนขึ้น-ลงเนินสลับกับโค้งซ้าย-ขวาจำนวนมาก เป็นเส้นทางที่มีความสวยงามแต่ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงมากได้ เครื่องยนต์ Duramax 180 แรงม้าของ Colorado High Country Storm ให้การตอบสนองในแง่ของพละกำลังและอัตราเร่งได้เป็นอย่างดี รถมีกำลังส่งขึ้นเนินได้แบบสบายๆ เราลองขับด้วยเกียร์ D ก่อนเพื่อดูว่ารถจะทำได้ราบรื่นแค่ไหน พอเจอเนินเกียร์จะชิฟต์ดาวน์ลงต่ำให้เองเพื่อเรียกกำลังให้มีแรงขึ้นเนิน กระบวนการนี้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ พอลองใช้โหมดแมนวล +/- เปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองจะรู้สึกได้เลยว่าขับง่ายขึ้น การตอบสนองเมื่อเปลี่ยนเกียร์ +/- ทำได้ค่อนข้างไวและนุ่มนวล จังหวะลงเนินก็ใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยหน่วงความเร็วและลดภาระเบรก
ด้วยแรงบิดที่มากกว่า 440 นิวตันเมตร การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงจึงทำได้อย่างว่องไว กำลังเครื่องมีเหลือๆ แม้ในช่วงที่กำลังขับขึ้นเนินอยู่ สามารถแซงรถช้าได้อย่างราบรื่น ทันใจ และปลอดภัย
นอกจากพลังเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่างของ Colorado High Country Storm ก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ ช่วงล่างมีความหนึบแน่นและเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ตอบสนองต่อการเข้าโค้งได้ดี การทรงตัวและเสถียรภาพต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดีของรถกระบะยกสูง อาการโยนมีบ้างแต่ไม่มากจนเกินงาม เช่นเดียวกับอาการหน้าดื้อที่เราพอรู้สึกได้เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วปานกลาง แก้ได้โดยแตะเบรกเพียงเล็กน้อยก็จะช่วยให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น
ตลอดเส้นทางคดเคียวเราใช้ความเร็วอยู่ที่ราว 60-90 กม./ชม. ไม่เกินนี้ ที่ความเร็วนี้น้ำหนักพวงมาลัยค่อนข้างเหมาะสมไม่เบาหรือหนักไปจนคุมยาก ระยะฟรีพวงมาลัยมีพอประมาณเพื่อความนุ่มนวล การตอบสนองของพวงมาลัยไม่ไวมากแต่มีความแม่นยำ นิ่ง และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
ระบบเบรกของ Colorado High Country Storm ให้ความมั่นใจได้ดี เส้นทางที่เราขับผ่านต้องเบรกบ่อยแต่เบรกก็ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ การตอบสนองของแป้นเบรกค่อนข้างนุ่มนวล มีระยะฟรีพอประมาณ มีแรงต้านการเหยียบที่เหมาะสม ใช้แรกๆ อาจยังไม่เข้าที่แต่เมื่อรู้จังหวะแล้วจะเบรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การขับขี่ Colorado High Country Storm บนเส้นทางคดเคี้ยวสูงชันนั้นมีทั้งความสนุกและปลอดภัย มั่นใจได้เลยว่าภูเขาสูงทุกลูกในเมืองไทยกระบะอเมริกันคันนี้ไปได้หมด แต่นี่เป็นแค่การทดสอบด่านแรกเท่านั้น ด่านต่อไปต่างหากคือของจริง
จาก จ.เลย เราใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ก็มาถึงเขาค้อ ภารกิจต่อไปคือการพิชิตผาตัดซึ่งทาง เชฟโรเลต ประเทศไทย จัดเส้นทางออฟโรดรอไว้แล้ว สภาพเส้นทางเป็นทางดินสลับเนินสูง-ต่ำ จุดที่เป็นไฮไลท์ก็คือ “เนิน VIP” นี่เป็นจุดที่วัดกันไปเลยว่ารถคันนั้นๆ ไหวหรือไม่ไหว
แน่นอนว่าเมื่อขับออฟโรด ความเร็วไม่ใช่ปัจจัยหลัก เราเลือกโหมด 4L ขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดต่ำเพื่อที่รถจะได้มีกำลังปีนป่ายอย่างเต็มความสามารถ กำลังเครื่องยนต์ 180 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตันเมตร ฉุดลากเรือนร่างตัวรถขนาดใหญ่พร้อมผู้โดยสารและสัมภาระขึ้นเนินได้อย่างราบรื่น รถค่อยไต่ขึ้นไปอย่างนิ่มนวลโดยใช้รอบเครื่องไม่สูงมาก แสดงให้เห็นว่ากำลังของรถนั้นเหลือเฟือจริงๆ กับเส้นทางนี้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาวเส้นทางจึงแห้ง การเลือกไลน์ขึ้นเนินจึงไม่ยากจนเกินไป
อีกหนึ่งระบบที่เป็นตัวช่วยชั้นดีก็คือระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA) ในจังหวะที่หยุดค้างบนเนินเมื่อปล่อยแป้นเบรกระบบจะยังเบรกค้างไว้ให้อยู่เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังลงเนิน เพิ่มความปลอดภัยได้มากเลยทีเดียว
ใช้เวลาฟันฝ่าอุปสรรคไม่นานเราก็ถึงยอดผาตัด ชมวิว 360 องศา พร้อมกับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ถ้าไม่ใช่รถกระบะที่ทรงพลังเส้นทางที่ขึ้นมานั้นไม่ง่ายเลย แต่ Colorado High Country Storm พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้จะไม่ได้มีประสบการณ์ออฟโรดโชกโชนก็สามารถพิชิตผาตัดได้
ชมวิวไม่นานแสงอาทิตย์ก็หมด ขาลงจากผาตัดจึงยากและท้าทายยิ่งขึ้น แต่ด้วยตัวช่วยชั้นดีอย่างระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ทำให้การขับลงเนินสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การใช้งานก็ง่ายเพียงกดปุ่มที่บริเวณคอนโซลกลาง ตัวรถจะจัดการควบคุมความเร็วขณะลงเขาโดยการเบรกให้อัตโนมัติ (โดยความเร็วสูงสุดจะไม่เกินค่าที่ถูกกำหนดไว้) ผู้ขับเพียงแค่ควบคุมทิศทางที่จะไปให้ดีก็พอ
การทดสอบในวันที่ 2 เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นแบบสปอร์ตออฟโรดกันบ้างโดยทาง เชฟโรเลต ประเทศไทย จัดให้ลองขับบนเส้นทางทุ่งนางพญาในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นการขับขี่แบบใช้ความเร็วในเส้นทางออฟโรดเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของช่วงล่าง งานนี้ได้ฟีลแบบแรลลี่ไปเต็มๆ
เมื่อต้องใช้ความเร็วบนเส้นทางออฟโรดเราเลือกขับโหมด 4H ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง โหมดนี้สามารถใช้ความเร็วได้มากพร้อมกับได้การยึดเกาะที่ดีกว่าขับเคลื่อนล้อหลังปกติ สังเกตได้ว่าการทำงานของเกียร์ในโหมดนี้จะลากรอบมากขึ้น จังหวะยกคันเร่งก็จะมีการหน่วงมากขึ้นเล็กน้อย ส่งผลต่อการยึดเกาะในโค้งที่ดีขึ้น การออกโค้งก็ทำได้ดีโดยที่รถไม่ปัดไม่เป๋แม้จะวิ่งบนพื้นผิวแบบดินแดงที่มีความลื่นมากกว่ายางมะตอยปกติ
ช่วงล่างของ Colorado High Country Storm รองรับแรงกระแทกจากร่องและหลุมแอ่งได้ดี ความนุ่มอยู่ในระดับปานกลาง ไม่กระเด้งหรือสะเทือนจนเวียนหัว พวงมาลัยตอบสนองได้แม่นยำและยังมีน้ำหนักที่สัมพันธ์กับความเร็วที่ใช้ ส่งผลให้ขับง่าย ควบคุมได้อย่างคล่องตัว การทดสอบวันนี้เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงแต่กระบะอเมริกันคันนี้ขับสนุกจริง
หลังเสร็จสิ้นการทดสอบ เรารู้ได้ทันทีเลยว่า Colorado High Country Storm แกร่งสมกับความเป็นกระบะอเมริกันจริงๆ พละกำลังของมันมีเหลือๆ ลุยได้จริง ปีนป่ายได้จริง ทั้งยังมีระบบช่วยที่ดีทำให้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น แถมการขับขี่บนทางเรียบก็ทำได้ดี ดังนั้นถ้าใครกำลังมองหากระบะดีๆ ไว้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางแบบไปไหนไปกัน ลุยได้หมดทุกที่ และมีสไตล์ที่โดดเด่นจากโรงงานโดยไม่ต้องไปแต่งเพิ่ม ชื่อของ Colorado High Country Storm ควรจะอยู่ในลิสตัวเลือกของคุณ
ขอขอบคุณ เชฟโรเลต ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้
ดูรายละเอียดสเปก Chevrolet Colorado High Country Storm ที่นี่
Gallery



























![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UQdnNd_YFa8Q7kNvwFp5AsJ&_nc_oc=AdrHMgY6RybMYExhpDd0LTghq69KI7PPbYdTeGAedp6GegKvg3-ngUOuI1TNZZb8wCZRLfX2cSUblItJvGgLIUSm&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=r3F6azoM3ISJNp4FhF9i9A&_nc_tpa=Q5bMBQJfqx_wGZTq4dANBLryvVCbHgTpVuxG3NMOiw508KJ8KNO2SaCADX6jbuyZo8udPfMeG454FkAP&oh=00_AQG_o5j7_H2T7A1sEGUegi4NPAnq3y2Ip4QRpXO5BIw2Mw&oe=6A9013CA)




![📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV](https://scontent-sin2-1.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/772280514_1477124561103747_2233245962568407907_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=102&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiRkVFRC5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UqLKksXu0-UQ7kNvwH-XCE7&_nc_oc=AdrJmG-rWxqzf6RPZxNNdTo-sG0loYlJDLLxO2wn8wiVLjUGbpInfe5PJBZMn5dCt2yK9-54tsOfDPazAgXEGN87&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin2-1.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=r3F6azoM3ISJNp4FhF9i9A&_nc_tpa=Q5bMBQKzoi5v_mkLacoHBNS9sbu23PVrNCRG3DQJN7B_6Y1zE2Py1qej97oLk1AoEGdJf8R4jcokt_Gt&oh=00_AQHbn3cB5fgLpdk3UzRLWe4xak6O0dxMbffSilAULOcLSQ&oe=6A9004CB)