ในที่สุด เชฟโรเลตเบลเซอร์ EV ปี 2024 ก็มาถึง หลายเดือนหลังจากการประกาศที่งาน Consumer Electronics Show ปี 2022 ซึ่งจะมีรุ่นขับเคลื่อนด้านหน้า ด้านหลัง และสี่ล้อ อีกทั้งบริษัทกำลังสร้างเวอร์ชันสำหรับตำรวจสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ
เรื่องสมรรถนะและพละกำลังทาง Chevrolet ยังไม่ได้รายละเอียดสเปกทั้งหมด
ภายนอก

Blazer EV จะวางจำหน่ายในรุ่น 1LT, 2LT, RS และ SS ซึ่งรุ่น LT มีรูปลักษณ์ภายนอกแบบสีเดียวและมาพร้อมกับล้อขนาด 19 นิ้วมาตรฐาน โดยใน RS มีกระจังหน้าและขอบสีดำ รวมไปถึงล้อขนาด 21 นิ้ว ในส่วนของ SS มาพร้อมกับหลังคาสีดำและล้อขนาด 22 นิ้ว

RS และ SS ยังมาพร้อมกับไฟ LED ที่มีลวดลายพิเศษและสัญลักษณ์ Chevy เรืองแสงเมื่อคนขับเข้าใกล้หรือเดินออกไป และเมื่อเสียบปลั๊กไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ไฟจะเปิดขึ้นตามลำดับเพื่อแสดงสถานะการชาร์จของรถ
ภายในและระบบสาระบันเทิง

ภายใน Blazer EV มาพร้อมกับหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ที่มีขนาดถึง 17.7 นิ้ว ที่ตรงกลางแดชบอร์ด นอกจากนี้ยังมีแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 11 นิ้ว และมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Super Cruise ของ GM เป็นตัวเลือกให้เลือกอีกด้วย

ในห้องโดยสารจะไม่มีปุ่มสตาร์ท เพียงแค่มีกุญแจาติดตัวรถก็จะสัมผัสได้ถึงกุญแจและคนขับเพียงแค่เหยียบแป้นเบรกเพื่อให้ Blazer EV พร้อมใช้งาน ในรุ่น RS และ SS มาพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติมในห้องโดยสาร โดย RS มีการเย็บเบาะทั่นั่งด้วยด้ายสีน้ำเงินและสีแดงตัดกัน และ SS มีให้เลือกในสี Adrenaline Red และ Argon Orange ซึ่งโมเดลเหล่านี้ยังมีพวงมาลัยแบบก้นแบนและช่องระบายอากาศ HVAC ที่ดูเหมือนกังหัน เบาะนั่งคู่หน้ามีระบบทำความร้อนและระบายอากาศ
ความปลอดภัย
Blazer EV มาพร้อมกับชุดเทคโนโลยีที่มาเป็นมาตรฐานคือ Chevy Safety Assist ซึ่งรวมถึงระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้า การเบรกหน้าคนเดินถนน ไฟบอกระยะการติดตาม ระบบช่วยจอดเลนพร้อมคำเตือนการออกนอกเลนและไฟหน้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมีระบบเบรกอัตโนมัติแบบถอยหลังและระบบช่วยจอด
เครื่องยนต์
รุ่นท็อปมีกำลัง 557 แรงม้า และแรงบิด 879 นิวตัน-เมตร รถยนต์รุ่นนี้มีสิ่งที่บริษัทเรียกว่าโหมด Wide Open Watts (WOW) ซึ่งช่วยให้ EV สปอร์ตสามารถเข้าถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาไม่ถึงสี่วินาที และระบบการชาร์จรองรับสูงสุด 11.5 กิโลวัตต์เมื่อเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้ากระแสสลับระดับ 2 หรือ 190 กิโลวัตต์ที่เครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว
ราคาและรุ่น
ในฤดูร้อนปี 2023 Blazer EV 2LT และ RS จะวางจำหน่ายในราคาประมาณ 2,379,750 บาท และ 2,599,750 บาท ตามลำดับ SS จะมาถึงในปีนั้นด้วยราคา 3,299,750 บาท และ 1LT เข้าร่วมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 ด้วยราคาที่คาดการณ์ไว้ที่ 2,249,750 บาท
รถรุ่น Police Pursuit Vehicle จะมาถึงในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 เช่นกัน โดยจะใช้รุ่น SS เป็นจุดเริ่มต้น และจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ Ultium ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะสามารถเลือกรูปแบบการขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อได้ พวกเขาจะมีห้องโดยสารที่ตกแต่งเป็นพิเศษอีกด้วย














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UFZTeoU9NKwQ7kNvwFS1HbY&_nc_oc=Adomy-nw3MXe4aDL2iTkXRN6a_aMTjTn36Cn8iXmrs35qW9_uI4xNkQIQfZbPzp4_rv__JK9g0JC2Bnsm4PqRWBk&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=JNLkmGJlG3eq9XRhFMjGjw&_nc_tpa=Q5bMBQKBHXnn5tT3uFPbv7Szrp5e3zOdpLG0iZrRDZhSch2XnT_TvwE9xiwD8Aq4Ehirk3nc-3RMOe2P&oh=00_AQIpPZF1tHN3GR0P04E3Arp6uSFyn8Yfav2sB6cIGESotA&oe=6AA4830A)



