บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัว BMW X7 เอสยูวีน้องใหม่ของตระกูล X ที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 โดยนำเสนอในรุ่น M50d ที่ผสานทั้งความล้ำสมัย ดีไซน์แบบสปอร์ต พร้อมด้วยสมรรถนะชั้นเลิศ
BMW X7 คือที่สุดของเอสยูวีตระกูล X และเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิต เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ พร้อมความสร้างสรรค์และโดดเด่นเหนือใคร อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการพัฒนายนตรกรรมหรู หลังจากการเปิดตัว 8 Series ใหม่ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
สำหรับ X7 ที่ BMW นำเสนอในครั้งนี้มาพร้อมความกว้างขวาง หรูหรา และสมรรถนะชั้นเยี่ยม ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ในคลาสนี้ คู่แข่งโดยตรง ได้แก่ Mercedes-Benz GLS รวมถึง Range Rover
ขุมพลังใต้ฝากระโปรง
X7 M50d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า ที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 3,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม.
เครื่องยนต์ของ X7 M50d สร้างความประทับใจได้อย่างโดดเด่นด้วยระบบอัดอากาศแบบ Quad Turbo ซึ่งประกอบด้วยชุดเทอร์โบความดันต่ำ 2 ตัว และเทอร์โบความดันสูง 2 ตัว ทำให้เรียกพละกำลังได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่สะดุด โดยทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive
X7 M50d พร้อมมอบความสบายขั้นสุดด้วยระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติ เทคโนโลยีแชสซีใหม่ล่าสุดพร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง Executive Drive Pro ยังช่วยมอบการควบคุมที่เฉียบคมและปราดเปรียวยิ่งขึ้น และนี่คือครั้งแรกสำหรับรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับท่อไอเสียในสไตล์ M Sport เสริมจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตด้วยเสียงดุดัน สร้างความเร้าใจในการขับขี่
สะกดทุกสายตาด้วยคาแรคเตอร์อันโดดเด่น
แม้ว่า X7 ใหม่นั้นจะมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ใหญ่โตและโอ่อ่า แต่เส้นสายการออกแบบนั้นถ่ายทอดออกมามาในสไตล์ที่ปราดเปรียวและคล่องตัว เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ รวมไปถึงระบบไฟหน้า BMW Laserlight สร้างเอกลักษณ์ให้รถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย Y-spoke สวยสะดุดตาจากทุกมุม ส่งให้ X7 ใหม่ ทรงพลังและภูมิฐานมากขึ้น
X7 M50d ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire, สีดำ Carbon Black, สีขาว Mineral White, สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect
ภายในมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและการเชื่อมต่อครบวงจร
ห้องโดยสารภายในของ X7 ใหม่ สะท้อนนิยามของความหรูหราและความสะดวกสบายเหนือระดับ ด้วยห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ ออกแบบให้รองรับเบาะนั่งแบบ 3 แถว จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 คน โดยทุกที่นั่งสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า มอบความสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบาะที่นั่งบุด้วยหนังแท้ Merino เนื้อละเอียดจาก BMW Individual หรูหราขึ้นไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งห้องโดยสารด้วยลายไม้สีดำเงา ให้บรรยากาศในสไตล์เรียบหรู ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีปริมาตรความจุ 326 ลิตร และเพิ่มได้สูงสุดถึง 750 ลิตร หรือ 2,120 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 3 และแถว 2 ตามลำดับ
ห้องโดยสารถูกเสริมความหรูด้วยวัสดุตกแต่งผลึกแก้ว CraftedClarity พร้อมชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient light เพดานแบบ Panorama glass roof Sky Lounge เพิ่มความโปร่งอย่างโอ่อ่าเหนือระดับ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน
X7 M50d มาพร้อมระบบบันเทิงและเชื่อมต่อใหม่ล่าสุด เช่น ระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้เป็นส่วนตัวมากกว่าที่เคย
ไม่ต้องถอยจอดเองอีกต่อไป
X7 ใหม่ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติสุดล้ำสมัย ฟังก์ชั่น Reversing Assistant จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฟังก์ชั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตันได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด
ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 9 กม./ชม. ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน
คุยกับรถ “Hey BMW”
ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นอันชาญฉลาดอีกมากมาย สามารถเรียนรู้และจดจำกิจวัตรประจำวันและความชอบส่วนตัวของผู้ขับขี่ได้ ก่อนจะนำมาปรับใช้งานอย่างถูกต้องแม่นยำ หากผู้ขับขี่รู้สึกว่าอุณหภูมิในตัวรถหนาวเกินไปก็สามารถพูดออกคำสั่งว่า “Hey BMW, I’m cold” เพื่อให้ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสม ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้พัฒนาให้ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อีกในอนาคต
BMW X7 M50d ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ในราคาจำหน่าย 8,999,000 บาท พร้อมแพคเกจ BSI Standard ประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง
พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองรถระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน และส่งมอบภายในวันที่ 30 เมษายน ศกนี้ เมื่อซื้อแพคเกจ BSI Ultimate จะได้รับการขยายระยะเวลาบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็น 6 ปี หรือ 120,000 กม. และการรับประกันเพิ่มขึ้นเป็น 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และสำหรับผู้ที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริดทุกรุ่น รับฟรีประกันชั้นหนึ่ง เสริมความอุ่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th หรือ www.facebook.com/bmwthailand/






















![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=2a2brFQV9NAQ7kNvwEAZ4ZH&_nc_oc=Adp2H4nSm0tc1rFpkgGOEwyPNheSh9uaZ__aVhJAWDaDOdhDpHuG5_WgeGYzhNS5GytPYXVlr14CiHLTBXzB06FU&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=jS5IOvUrsh9qMdoP4HVWWg&_nc_tpa=Q5bMBQKXJPHdhsEKe7a0y0nfgXShAUdJhjjbJ8rapflazfUmPHWGE7lb7kciiMtAlHpa8qV8pWcrED9-&oh=00_AQJDxQyvko4fVrcKQ41op2nblrCWaD5c_2lZhz_JXJws9A&oe=6AA1A7CA)



