ซูซูกิสร้างปรากฏการณ์ Way of Life! ครั้งใหม่ เปิดตัว All-New Suzuki Ertiga อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำเสนอดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชั่นสุดคุ้ม และจุดเด่นการเป็นรถยนต์ 7 ที่นั่ง ตั้งเป้าสิ้นปีมียอดขายทะลุ 2,500 คัน
ราคาและรุ่นย่อย
- รุ่น GL ราคา 655,000 บาท
- รุ่น GX ราคา 695,000 บาท
ราคาพิเศษถึง 30 เม.ย. นี้
ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมของคอมแพ็คเอ็มพีวีกำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง เห็นได้จากกระความร้อนแรงของ Mitsubishi Xpander ที่สร้างยอดขายอย่างสวยหรู แน่นอนว่า Suzuki ก็เป็นอีกค่ายที่มีรถในเซกเมนต์นี้เช่นกันนั่นก็คือ Ertiga ซึ่งเจนเนอเรชั่นแรกที่เปิดตัวไปในปี 2012 ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดขายกว่า 732,000 คันทั่วโลก เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ Compact Car อันดับ 1 ตอนนี้ Ertiga เจนเนอเรชั่น 2 พร้อมที่จะมาสานต่อความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นแล้ว
Ertiga เจนเนอเรชั่นที่ 2 คือรถยนต์ 7 ที่นั่งในขนาดตัวถังกำลังดี สามารถขับขี่ได้ทั้งในเมืองและขับทางไกลนอกเมือง รองรับกลุ่มคนวัยทำงาน ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนได้อย่างเหมาะสม บวกกับเพดานราคาสูงสุดที่ไม่เกิน 7 แสนบาท และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับแล้ว นี่คือเอ็มพีวีที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
ดีไซน์ใหม่หมด
Ertiga ใหม่ถูกออกแบบให้โฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น พัฒนาบนแพล็ตฟอร์ม HEARTECT ใหม่ที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย แชสซีทำจากเหล็ก High Tensile เชื่อมเป็นชื้นเดียวเพื่อความแข็งแกร่ง โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ มาพร้อมระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวน
ดีไซน์หน้ารถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยม เชื่อมต่อกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์ น่าเสียดายที่ไม่มีไฟเดยไทม์ รันนิ่ง ไลท์ กันชนหน้าใหม่ให้อารมณ์สปอร์ต มาพร้อมไฟตัดหมอก
เส้นสายด้านข้างออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวทันสมัย กระจกหน้าต่างเป็นทรงยาวเชื่อมต่อกับกระจกบานหลังอย่างลงตัว
ด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED แบบ Light Guide แถบโครเมี่ยมเชื่อมต่อระหว่างชุดไฟทั้ง 2 ข้าง และกันชนท้ายดีไซน์สปอร์ต
มิติตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,735 มม. สูง 1,690 มม. ระยะฐานล้อ 2,740 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ 180 มม. ทั้ง 2 รุ่นย่อยมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 185/65 R15
ยกระดับห้องโดยสาร
ห้องโดยสารของ Ertiga ใหม่ ออกแบบให้ดูเรียบหรู แดชบอร์ดและแผงประตูหน้าตกแต่งด้วยลายไม้ วัสดุเป็นพลาสติกแข็งคุณภาพสูง เบาะต่างๆ เป็นผ้ากำมะหยี่ เส้นสายการออกแบบให้ความรู้สึกหรูหรา มาพร้อมพวงมาลัยแบบ D-shape ทรงเดียวกับ Swift มีปุ่มควบคุมเรื่องเสียงบนพวงมาลัย
หน้าปัดเป็นแบบเข็มวัดรอบและวัดความเร็ว มีจอ LCD แสดงข้อมูลการขับขี่อยู่ตรงกลาง เครื่องปรับอากาศยังเป็นแบบปรับแมนวลได้อารมณ์ย้อนยุค มีช่องปรับอากาศตอนหลังสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 มีช่องเป่าลมเย็นบริเวณใต้แดชบอร์ดด้านล่าง
กึ่งกลางแดชบอร์ดเป็นชุดเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสดีไซน์ทันสมัยรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ มีช่องเชื่อมต่อ USB AUX และช่องจ่ายไฟสำรอง 12V 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start
พื้นที่ภายในห้องโดยสารแบ่งเป็นเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง มีความกว้างขวางโปร่งสบาย เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ เบาะแถว 2 พับแยกได้แบบ 60/40 ปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 240 มม. และปรับเอนพนักพิงได้ เบาะแถว 3 พับแยกได้แบบ 50/50 ห้องเก็บสัมภาระมีความจุสูงสุด 803 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 2 และ 3 ลง ทั้งยังราบเป็นพื้นเดียวกัน ที่ใต้พื้นห้องมีช่องเก็บของซ่อนอยู่
ขุมพลังใหม่
Ertiga ใหม่ ขับคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน K15B 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดมัลติพ้อยท์ ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกีบร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า
ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร กันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง กันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ถังน้ำมันจุ 45 ลิตร น้ำหนักรถเปล่า 1,125-1,135 กก.
ความปลอดภัย
Ertiga จัดเต็มระบบความปลอดภัยมาอย่างครบครันเหมาะสมกับราคา ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS, คานกันกระแทกด้านข้าง, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้ง ESP, ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HHC ตลอดจนจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX จุดรั้งตำแหน่งด้านบน Top tether และกุญแจนิรภัย Immobilizer
All-New Suzuki Ertiga มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ GL และ GX ทั้งสองรุ่นให้อุปกรณ์มาไม่หนีกันมากสีตัวถังมีให้เลือก 4 สี ประกอบด้วย สีแดง Radiant Red, สีเทา Metallic Magma, สีขาว Pearl Snow White และ สีดำ Cool Black Metallic
พร้อมกันนี้ ซูซูกิจัดสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทดลองขับ All New Suzuki ERTIGA ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ ทั่วประเทศ รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 2 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2562
สัมผัส All New Suzuki Ertiga ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิกว่า 121 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.suzuki.co.th และ www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
Gallery















































![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=fQ-wxLmiD34Q7kNvwHcZsrJ&_nc_oc=AdobVGqd6bdQS56GwRH68BdTdeRGIOR_7zxgDm11dWxUmOYD-UlQbyCm01hIRVanxTtQSC6AjJrhHwjwmu8hByuf&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=Gugl605xCPE7DpYCBpI_Ww&_nc_tpa=Q5bMBQJJp8R7FFHV2NSsnqjVO7OjXWieM_gKg4UKALMnmVEvqgXkgww0mR4TaGdQj-xI-Ed2t4WHv39U&oh=00_AQKQ871tDRF8R3Sx6D7myNk2MAEs2IvDNCuwzi-5-ADN4Q&oe=6AAA71CA)



