ซูบารุ ประเทศไทย เปิดตัวเอสยูวีครอบครัวรุ่นใหม่ล่าสุด All-New Subaru Forester ที่งาน Motor Expo 2018 มาพร้อมกับแพล็ตฟอร์มใหม่ เทคโนโลยี EyeSight และเริ่มต้นเดินสายการผลิตที่ประเทศไทยเป็นโมเดลแรก
Forester รุ่นก่อนหน้าทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จนในที่สุด Forester เจเนอเรชั่นที่ 5 ก็เข้ามารับช่วงต่อ โดดเด่นด้วย 4 เทคโนโลยีหลักที่ครองใจแฟนๆ ค่ายดาวลูกไก่ทั่วโลก ประกอบด้วย แพล็ตฟอร์มใหม่ล่าสุด Subaru Global Platform, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive), เครื่องยนต์แบบ Boxer สูบนอน และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ EyeSight
All-New Forester จะเป็นรถยนต์ซูบารุโมเดลแรกที่ผลิตโดยโรงงานแห่งใหม่ในปรเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง รถคันแรกพร้อมออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดย Forester ใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพที่เหนือชั้นทั้งภายในและภายนอก เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุด มีให้เลือก 3 รุ่น ประกอบด้วย Forester 2.0 i-S EyeSight, Forester 2.0 i-S และ Forester 2.0 i-L
ความสามารถในการขับขี่และเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยม
All-New Forester มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Boxer 4 สูบนอน แบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ใหกำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด มีฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย โดยใช้ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบบูรณาการทั้งการขับเคลื่อน All-Wheel Drive ระบบเบรก และระบบอื่นๆ และยังมีระบบกระจายแรงบิด (Active torque vectoring) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะได้อย่างมั่นใจเมื่อเข้าโค้ง
ดีไซน์ใหม่หมด
All-New Forester พัฒนาบนแพลทฟอร์มใหม่ Subaru Global Platform โครงสร้างรถที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน การแกว่งของตัวรถ และเสียงรบกวน มิติตัวถังยาว 4,625 มม. กว้าง 1,815 มม. สูง 1,730 มม. ความสูงจากพื้น 220 มม. ระยะฐานล้อ 2670 มม. น้ำหนักรถเปล่า 1533 – 1545 กก.
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แบบปรับระดับอัตโนมัติ พร้อมไฟตัดหมอกและไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ LED ตัวรถสร้างจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง มอบความทนทานและความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของรถ SUV โครงสร้างตัวถังที่ยกขึ้น วัสดุหุ้มรถใหม่ และชุดกันชนที่นูนออกมามากขึ้น กระจังรอบไฟหน้า และไฟท้ายที่ตกแต่งใหม่ด้วยรายละเอียดที่ดูสวยงามกลมกลืน แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแรงและความหรูหรา ล้วนเป็นการออกแบบใหม่ที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของรถรุ่นก่อนหน้า
ไฟตัดหมอกหลัง ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง และเสาอากาศครีบฉลาม มีเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น Forester 2.0 i-L มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R17 ส่วน Forester 2.0 i-S และ Forester 2.0 i-S EyeSight มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หุ้มยาง 225/55 R18
ความคล่องตัวและห้องโดยสารที่สะดวกสบาย
ภายในของ All-New Forester ออกแบบใหม่เพิ่มความสวยงามและสะดวกสบายมากขึ้น โดดเด่นด้วยเครื่องเสียงหน้าจอ 8 นิ้ว มีบลูทูธและระบบนำทางในตัว ครบครันด้วยอุปกรณ์มากมาย อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติดูอัลโซน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมอะแดปทีฟครูสคอนโทรลและแพดเดิลชิฟท์ พอร์ต USB ระบบ Smart Entry ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และเบรกมือไฟฟ้า
เบาะนั่งเป็นวัสดุหนัง คู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะหลังปรับเอนได้ พนักพิงหลังพับได้ในอัตราส่วน 60:40 มีประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่ง Forester ใหม่ออกแบบให้มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น และมีช่องใส่ของหลังเบาะรถแบบหลายช่อง เพื่มความอเนกประสงค์สูงสุดของการเป็นรถครอบครัว
คุณลักษณะด้านความปลอดภัย
จุดขายหลักของ All-New Forester ก็คือระบบช่วยในการขับขี่ EyeSight ที่เปรียบเสมือนดวงตาอีกคู่หนึ่งบนท้องถนน ประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย โดยคุณลักษณะนี้มีอยู่ในรุ่นท็อป 2.0 i-S EyeSight เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ All-New Forester ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold) ระบบตรวจจับยานพานะด้านหลัง (SVRD) ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของรถ เพื่อตรวจจับวัตถุและยานพาหนะที่อยู่ด้านหลัง เพื่อการถอยรถและจอดรถอย่างไร้กังวล การปรับรูปทรงของเสารถเพื่อลดจุดบอด ทำให้การมองเห็นครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ระบบช่วยเตือนเมื่อถอยหลัง กล้องมองหลัง เช็นเซอร์ถอยหลัง ตลอดจนระบบไฟหน้าปรับทิศทางตามการเลี้ยว เป็นต้น
ราคาจำหน่าย
- Forester 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
- Forester 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
- Forester 2.0 i-S EyeSight ราคา 1,450,000 บาท
พบตัวจริงได้ที่งาน Motor Expo 2018 วันนี้ – 10 ธ.ค. 61 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://sites.subaru.asia/th/th/home/
Gallery





























![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=2a2brFQV9NAQ7kNvwEAZ4ZH&_nc_oc=Adp2H4nSm0tc1rFpkgGOEwyPNheSh9uaZ__aVhJAWDaDOdhDpHuG5_WgeGYzhNS5GytPYXVlr14CiHLTBXzB06FU&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=GSZpZyXpFC1G-GRz4VkSlQ&_nc_tpa=Q5bMBQJPL-rnHKfMCyzW-tbBdn5GAHMNHyuroTfEsCcb7IS9eMIFrjKDavn6VfWW2mO54AipdlXK2pDS&oh=00_AQKvRTwxkCcKK8uWcU4bMDrDzoXh14TUpOHBT8iKi9Vlew&oe=6AA3318A)



