
Mercedes-Benz เผยโฉม All-New G-Class เจนเนอเรชันที่ 2 ที่งานดีทรอยต์มอเตอร์โชว์ มาพร้อมกับภายในที่มีความหรูหราและสะดวกสบายมากขึ้น ควบคู่กับสมรรถนะที่ดีกว่าที่เคย

G-Class ใหม่ยังคงมาในรูปโฉมดีไซน์แบบกล่องที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน ไฟหน้าและกระจังหน้าปรับดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ดีไซน์ของตัวรถโดยรวมยังไม่ทิ้งกลิ่นอายของความเป็นออฟโร๊ดขาลุยพันธุ์แท้ สังเกตได้จากคิ้วล้อขนาดใหญ่และล้ออะไหล่ด้านท้าย
มิติโดยรวมของตัวรถยาวและกว้างกว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีขนาดเพิ่มขึ้น โครงสร้างแชสซีทำจากอลมิเนียมน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ทำให้น้ำหนักตัวรถเบาลงจากรุ่นก่อน 170 กิโลกรัมและยังได้ความหนึบเพิ่มขึ้น

เครื่องยนต์ของ G-Class ใหม่ ณ ตอนนี้ที่เปิดตัวเป็นเครื่องเบนซิน V8 4.0 ลิตร 603 แรงม้า บล็อกเดียวกับเวอร์ชัน Mercedes-AMG G63 ที่ขายดีมากในอังกฤษ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดเป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นเริ่มต้น G350d เครื่องดีเซล 6 สูบเรียง 2.9 ลิตร 282 แรงม้า จะตามออกมาในปี 2019
G-Class ใหม่มาพร้อมเฟืองท้ายที่ปรับได้ 3 รูปแบบตามสภาพพื้นผิว ตามด้วยช่วงล่างใหม่ที่เพิ่มความสูงจากพื้นถึงท้องรถขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า สามารถลุยน้ำได้ลึกกว่า ตลอดจนปีนไต่ทางลาดชันได้มากกว่ารุ่นก่อน

เช่นเดียวกับ Mercedes-Benz รุ่นอื่นๆ G-Class ใหม่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย พวงมาลัยและเกียร์สามารถปรับความแตกต่างได้ 5 โหมด ได้แก่ comfort, evo, sport, individual และโหมดใหม่สำหรับขับขี่บนทางออฟโร๊ดที่ออกแบบมาเฉพาะ G-Class เท่านั้น โช๊คอัพแบบแปรผันมีให้เลือกเป็นออปชันเสริม มันสามารถปรับความสูงต่ำของตัวรถในโหมด comfort หรือ sport ได้อัติโนมัติตามความเหมาะสม

ภายในของ G-Class ใหม่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่โดยมาพร้อมหน้าจอแนวนอนขนาดใหญ่เหมือนใน E-Class และ S-Class รุ่นล่าสุดที่ประกอบด้วยชุดหน้าปัดดิจิตอลและส่วนแสดงผลของระบบสาระบันเทิงแต่หน้าจอนี้เป็นออปชันเสริม ถ้ามาตรฐานจะเป็นหน้าปัดอนาล็อกแยกคนละส่วนกับหน้าจอระบบสาระบันเทิงที่ควบคุมผ่านปุ่มหมุนและทัชแพดบริเวณคอนโซลกลาง

ขนาดภายนอกที่ใหญ่โตของ G-Class ใหม่ ย่อมหมายถึงภายในที่กว้างขวางกว่ารุ่นก่อนหน้า พื้นที่ช่วงศีรษะและช่วงขามีมากขึ้นทั้งตอนหน้าและตอนหลัง เบาะหลังสามารถพับแยกส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ความจุห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายคาดว่าน่าจะใหญ่กว่ารุ่นก่อนแต่ทางผู้ผลิตไม่ได้ระบุตัวเลขออกมา
นอกจากจะกว้างขวางแล้วความหรูหราก็จัดเต็มไม่น้อยหน้าโดยมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าพ่วงระบบทำความร้อนทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ระบบนวดและระบายอากาศมีเป็นออปชันเสริม ส่วนระบบปรับตัวดันหลังมีเฉพาะเบาะคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

ณ ตอนนี้ G-Class ใหม่เปิดตัวเพียงรุ่นเดียวคือ G63 เป็นรุ่นท็อปสุดที่มาพร้อมออปชันหรูหราจัดเต็ม สนนราคาเริ่มต้นราว 140,000-156,000 ปอนด์ ตีเป็นเงินไทยก็ 7-7.8 ล้านบาทไม่รวมภาษีนำเข้า ส่วนรุ่นเริ่มต้นอย่าง G350d ต้องรอปี 2019 ราคาค่าตัวน่าจะเริ่มต้นราว 85,000 ปอนด์ (4.25 ล้านบาท)














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=lD7Zz0f81KMQ7kNvwFu3nxZ&_nc_oc=AdoR26UPcjbKHmMn5VjEvycPBjhvokHJhtd9_KN9NZh24NIR4_mhj7em5lgsLdL61x9gHc-BT3bNRzBijWWwzGBg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=gzt4c967DX2IPSWcT1GT1Q&_nc_tpa=Q5bMBQIw2rfZQQKRL8ojyJmDbuIppB_UmwgI5aHVmLbEOkCzPzqSb-sbWOSFc5o4mfNP1_yR35aGdbtc&oh=00_AQHwzW91GPYBWvzdYUzJLI6qVrxVOILJc1OENo8ZScNbuw&oe=6A96E38A)



