
เอ็มจี ประกาศผลดำเนินงานในปี 2560 ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์มากกว่า 12,000 คัน หลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเปิดตัว MG ZS และเทคโนโลยี i-SMART ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งการพัฒนาศักยภาพและขยายศูนย์บริการต่อเนื่อง พร้อมเผยทิศทางแนวนโยบายและกลยุทธ์การตลาดแก่ผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศในงานประชุมเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน
เอ็มจีได้รับความสำเร็จและกระแสตอบรับจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดดำเนินการในประเทศไทยและเพิ่มขึ้นเป็นลำดับโดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา มียอดขายรถยนต์สูงถึง 12,014 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 45% โดยแบ่งเป็น MG3 ยอดขาย 6,033 คัน MG GS ยอดขาย 2,328 คัน MG5 ยอดขาย 2,451 คัน MG6 ยอดขาย 433 คัน และ NEW MG ZS 768 คัน (เป็นยอดขายเฉพาะเดือนธันวาคม 2560 เพียงเดือนเดียว) ซึ่ง MG ZS เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มียอดจองสูงกว่า 3,000 คัน หลังเปิดตัวไปเพียง 1 เดือนเศษ ซึ่งปัจจุบันยังมียอดค้างส่งกว่า 2,500 คัน โดยในปี 2561 นี้ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่ 30,000 คัน หรือมากกว่าเท่าตัวของปีที่ผ่านมา
ความสำเร็จอีกขั้นของเอ็มจีในปีที่ผ่านมา นั่นก็คือการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี ด้วยงบประมาณการลงทุนถึง10,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิต สูงสุด 100,000 คันต่อปี ด้วยนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ (Automations) และหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent Robotics) ผสานกับเทคโนโลยีการผลิตและระบบตรวจสอบคุณภาพที่ดีที่สุด และเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้จะกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจีพวงมาลัยขวาระดับโลก เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค ตลอดจนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งรถเอ็มจีทุกรุ่นจะผลิตขึ้นในโรงงานแห่งใหม่นี้ นับเป็นการเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับเอ็มจีและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคยิ่งขึ้นอีกด้วย
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมานับเป็นปีอีกปีที่น่ายินดีของเอ็มจีหลังจากการทุ่มเททำงานหนักมาอย่าง ต่อเนื่อง เป็นการเติบโตเป็นปีที่ 3 ของเอ็มจีในประเทศไทยนับแต่เริ่มดำเนินการ นั่นแสดงให้เห็นว่าลูกค้าให้ความไว้วางใจเอ็มจีมากขึ้น ทั้งในตัวของแบรนด์เอ็มจี รถยนต์ทุกรุ่น และการบริการหลังการขาย “Passion service” ที่ตั้งใจมอบให้กับลูกค้า ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) โดยปีที่ผ่านมามีผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรวม 80 แห่ง ซึ่งปีนี้จะขยายเป็น 120 แห่ง ทั่วประเทศ”
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ในปีนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะโตขึ้น 4 % เนื่องจากปัจจัยหลักด้านการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐ การขยายตัวของธุรกิจส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายของรถยนต์ด้วย คาดว่าในปีนี้ประเทศไทยจะมียอดขายรถยนต์โดยยอดรวมมากกว่า 950,000 คัน และคิดว่าทิศทางรถ อินเตอร์เน็ต คาร์ ยังอยู่ในกระแส และคาดการณ์ว่าผู้ผลิตรายอื่นจะมีการแนะนำ รูปแบบอินเตอร์คาร์มากขึ้น ซึ่งเอ็มจีเองให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตคาร์เป็นเจ้าแรก
จะเห็นได้จาก ประกาศสี่ยุทธศาสตร์หลักของเครือ เอสเอไอซี – มอเตอร์ ได้แก่ อินเตอร์เน็ต คาร์ รถพลังงานทางเลือก คาร์ แชร์ริ่ง และ รถขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ พวกเราจะนำการออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดและเทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ในรถเอ็มจี ซึ่งวันนี้ New MG ZS ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ นับเป็นสิ่งสะท้อนความสำเร็จของรถยนต์อินเตอร์เน็ตคาร์ ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดียิ่ง อย่างชัดเจน”
พร้อมกันนี้เอ็มจียังจัดงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั่วประเทศประจำปี 2561ภายใต้แนวคิด “MG Growing Together”เผยทิศทางนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงานโดยวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รุ่นในปีนี้เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน และยังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี บริการหลังการขาย การขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ที่มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและคุณภาพด้านการให้บริการ รวมถึงการพัฒนาด้านต่างๆในทุกมิติ เพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่งมุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน โดยภายในงานมี มร.สื่อ กั๋ว หย่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ มร.จาง ไห่ โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ว่า 200 คนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเต็ล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=lD7Zz0f81KMQ7kNvwFu3nxZ&_nc_oc=AdoR26UPcjbKHmMn5VjEvycPBjhvokHJhtd9_KN9NZh24NIR4_mhj7em5lgsLdL61x9gHc-BT3bNRzBijWWwzGBg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=gzt4c967DX2IPSWcT1GT1Q&_nc_tpa=Q5bMBQIw2rfZQQKRL8ojyJmDbuIppB_UmwgI5aHVmLbEOkCzPzqSb-sbWOSFc5o4mfNP1_yR35aGdbtc&oh=00_AQHwzW91GPYBWvzdYUzJLI6qVrxVOILJc1OENo8ZScNbuw&oe=6A96E38A)



