นิสสันเตรียมจัดแสดงรถยนต์เด่น 14 รุ่นในงาน Tokyo Motor Show 2019 รวมถึง IMk รถยนต์ต้นแบบที่ไร้มลพิษรุ่นใหม่ล่าสุด ตัวแทนในอนาคตของการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน หรือ Nissan Intelligent Mobility อันเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในรูปแบบของการขับขี่ การใช้พลังงานในการขับเคลื่อน และการบูรณาการ รถยนต์ให้อยู่ร่วมกับสังคม
รถยนต์รุ่นเด่น อาทิ LEAF e+, Serena e-POWER, GT-R และ Skyline รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ ProPILOT 2.0 จะจัดแสดงในงานซึ่งจัดขึ้นที่ Tokyo Big Sight ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมถึง 4 พฤศจิกายน
IMk : รถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองที่ไร้มลพิษ
Nissan IMk เป็นที่สุดของรถยนต์สำหรับการใช้งานในเมือง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและอัตราเร่งแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ในรูปทรงขนาดกะทัดรัด ที่ถ่ายทอดการออกแบบในอนาคตของนิสสัน และมากกว่ารถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองที่มีฟังก์ชันหลากหลาย มันยังเป็นรถที่ออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อลดความเครียดของผู้ขับขี่ พร้อมกับให้ความตื่นเต้นและความมั่นใจภายใต้แพลตฟอร์มของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกด้วย
ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยรุ่นล่าสุดของ ProPILOT รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ IMk นำเสนอภาพรวมว่ารถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองจะมีรูปลักษณ์อย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนั้น IMk ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียะอันเรียบง่ายจากปรัชญาการออกแบบใหม่ของนิสสันที่เรียกว่า Timeless Japanese Futurism ร่วมกับลักษณะเฉพาะหรือ “ดีเอ็นเอแบบญี่ปุ่น” ในรายละเอียดทั้งภายนอกและภายใน รถยนต์ต้นแบบนี้ได้เผยถึงทิศทางใหม่ของภาษาการออกแบบของนิสสันหรือ Nissan’s design language รวมถึงวิธีที่จะช่วยให้ Nissan Intelligent Mobility มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
Serena e-POWER: รถมินิแวนอเนกประสงค์พร้อมเทคโนโลยี e-POWER
รถมินิแวนอเนกประสงค์รุ่น Serena เป็นที่รู้จักกันอย่างดีว่า ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย อาทิ เทคโนโลยีช่วยเขับขี่ ProPILOT และ เทคโนโลยี e-POWER ซึ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2561 โดยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าภายใต้ เทคโนโลยี e-POWER ของเซเรนา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเทคโนโลยีแห่งปี 2562 โดยนักวิจัยด้านยานยนต์และการประชุมสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่น หรือ Automotive Researchers’ and Journalists’ Conference of Japan (RJC) และด้วยการปรับปรุงในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่าน ขณะนี้เซเรนา ได้ถูกเพิ่มการปกป้องด้านความปลอดภัยแบบ 360 องศาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น กระจังหน้าที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้รูปลักษณ์ดูพรีเมียมและมีความสปอร์ต
New Skyline: ซีดานสปอร์ตระดับพรีเมี่ยมพร้อม ProPILOT 2.0
Skyline นับเป็นชื่อที่สื่อถึงเทคโนโลยีและความตื่นเต้นเร้าใจของนิสสันตั้งแต่รุ่นแรกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2500 สำหรับ Skyline รุ่นล่าสุดมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่ Pro-PILOT 2.0 ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบแรกของโลกที่มีการรวมระบบนำทางและการควบคุมพวงมาลัยที่ไม่ต้องใช้มือบังคับ
เทคโนโลยีช่วยขับขี่ Pro-PILOT 2.0 ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่ในทางหลวง โดยทำงานร่วมกับระบบนำทางของรถ เพื่อช่วยในการควบคุมรถให้วิ่งตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ระบบนี้ยังช่วยให้การขับขี่แบบที่ไม่ต้องสัมผัสกับพวงมาลัย (hands-off) ขณะที่ขับขี่ในช่องจราจรเดียว นานเท่าที่ความใส่ใจของผู้ขับขี่อยู่บนท้องถนนเบื้องหน้าและผู้ขับขี่มีความพร้อมที่จะเข้ามาควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุจำเป็น
LEAF e+: ระยะทางในการขับขี่และสมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น
Nissan Leaf มียอดจำหน่ายมากกว่า 430,000 คันทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2553 และหลังจากได้เปิดตัว LEAF e+ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการเพิ่มสมรรถนะและระยะทางในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น จากระบบขับเคลื่อนใหม่ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ และความหนาแน่นสูง ทำให้เพิ่มระยะทางในการขับขี่มากขึ้นถึงกว่า 40% (โดยสูงสุดวิ่งได้ระยะทางถึง 458 กิโลเมตรภายใต้มาตรฐานการทดสอบ WLTC ของประเทศญี่ปุ่น) ทั้งนี้การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมาพร้อมแรงบิดมหาศาลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น
GT-R: สุดยอดสุนทรีย์แห่งการขับขี่กว่าเวลา 50 ปี
GT-R รุ่นปี 2020 นี้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์จากการแข่งของนิสสันอย่างเต็มที่ ทั้งการทำความเร็วและประสิทธิภาพการควบคุมที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยสำหรับงาน Tokyo Motor Show ในปีนี้ นิสสันจะจัดแสดง GT-R รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี (GT-R 50th Anniversary special edition) และ GT-R NISMO รุ่นปี 2020
GT-R รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี : รุ่นพิเศษเพื่อการเฉลิมฉลองความเป็น GT-R ที่มีความหรูหรา แต่มีความสปอร์ต รวมถึง เรื่องราวและความสามารถที่โดดเด่น โดยนำเสนอการตกแต่งภายในและภายนอก รวมถึงการใช้สีแบบทูโทน (two-tone color) อันที่เป็นเอกสิทธิ์ตามแบบฉบับของนิสสัน
GT-R NISMO รุ่นปี 2020: การปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับรุ่นปี 2020 นี้เพื่อการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ ได้แก่ เทอร์โบชาร์จเจอร์รุ่นใหม่เป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้กับรถแข่งแบบ GT3 ในปี 2018 เบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่พัฒนาขึ้นใหม่ที่มีประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือชั้น วัสดุภายนอกแบบคาร์บอนไฟเบอร์ คอมโพสิตใหม่ บริเวณหลังคา กระโปรงหน้า และ กันชนหน้า – มาพร้อมกับเบาะนั่งคู่หน้าของ Recaro แบบใหม่ ทำให้น้ำหนักลดลงกว่า 30 กิโลกรัม นอกจากนี้ช่วงล่างและระบบส่งกำลังได้รับการปรับจูนใหม่ ทำให้ GT-R NISMO เป็นรถที่มีสมรรถนะและความตื่นเต้นเร้าใจมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา



















![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=2a2brFQV9NAQ7kNvwEAZ4ZH&_nc_oc=Adp2H4nSm0tc1rFpkgGOEwyPNheSh9uaZ__aVhJAWDaDOdhDpHuG5_WgeGYzhNS5GytPYXVlr14CiHLTBXzB06FU&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=WN_m8td3G6RTUhcEfr3dAw&_nc_tpa=Q5bMBQLGr9YL-b6BcKymgdESMnoiIycepP2HTraCHtzrrmZwQjQMZ5M8nqOK_auSx3oJ1ZbYUdOmaoSt&oh=00_AQIsmx3H79vOjQRzkMGDW2NKmQdkZZ4RLJX9cDkSwHfy2A&oe=6AA01E0A)



