• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews

Toyota Corolla Cross 2020 ระดับพอดีที่ควรครอบครอง

What Car? Team by What Car? Team
March 12, 2020
in Reviews, Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

รถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์การใช้งานอเนกประสงค์ ภายนอกโดดเด่นมาดเข้ม ภายในกว้างพอเหมาะกับคำว่ารถครบอครัว ผิวสัมผัสที่ดีมอบความหรูหรา เห็นเรียบ ๆ แบบนี้พี่เขาไม่ธรรมดานะฮะ ประหยัดน้ำมันก็เด่น ช่วงล่างก็พอไปไหว ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท

เดิมเป็นซีดานผันตัวเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ประเภทครอบครัวจากโตโยต้า อรรถประโยชน์มาเต็มพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ ไม่กระด้างนุ่มนวลตามสไตล์ค่ายนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดประหยัดกว่าที่คิดแถมเสริมอีก 3 โหมดการขับขี่ พอเข้าลงแข่งตลาดครอสโอเวอร์ได้แบบใส ๆ 

     แฟน ๆ คนรักรถย่อมรู้กันดีในขณะที่มีข่าวไหลออกมาเรื่อย ๆ เกี่ยวกับโตโยต้าที่จะมีการเปิดตัวรถยนต์สักหนึ่งรุ่นแต่หลายคนก็คิดว่าครั้งนี้ อาจจะเป็นซีดาน ไม่ก็กระบะ สุดท้ายคำตอบพลิกล็อคทำเอาทุกคนแอบงงอยู่บ้างกลายเป็นรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ รุกตลาดรถยนต์ในเมืองไทยได้แรงพอสมควรเหมือนคลื่นลูกใหญ่ซัดความเปลี่ยนแปลงไปเลยไม่ว่าจะเป็นราคา ขนาดของตัวถัง ที่ทำออกมาได้อย่างเหมาะสมน้อยแต่มากเรียบแต่โก้หรือเป็นการใช้งานที่สุดแสนจะสบาย แต่เครื่องยนต์หรือช่วงล่างนั้นอาจจะมีชะงักกันบ้างเล็กน้อย

     Toyota Corolla Cross กลายเป็นน้องใหม่ในตระกูลเดิมที่ค่อนข้างฮ็อตอยู่พอตัวทำเอาวงการรถยนต์ต้องหันมาสนใจกันอย่างล้นหลาม ทั้งการเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลกอีกทั้งความเป็นโตโยต้าที่ผลิตรถยนต์ไฮบริดออกมาได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

     ถึงจะทำการเปิดตัวมาในช่วงที่ทุกคนก็รู้ดีว่าทั่วโลกกำลังพบเจอกับสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังดึงเศรษฐกิจให้ต่ำลงแต่ Toyota Corolla Cross กลับสวนกระแสด้วยยอดจองที่พุ่งขึ้นกระจายซะงั้น ด้วยเหตุนี้เราต้องลงมือลองสัมผัสด้วยตัวเองกันเสียแล้วว่าเพราะอะไรทำไมครอสเอสยูวีถึงทำได้ขนาดนี้

 

1 of 23
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

สเปครถยนต์

Body Style:Cross Over
Description:ครอสโอเวอร์ 5 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 1.8 ลิตร ไฮบริด
Fuel Consumption:23.3 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Toyota
Max Power:122 แรงม้า
Max Torque:163 นิวตันเมตร
Model:Toyota Corolla Cross
Price Guide:1,199,000 บาท
Release Date:16 ธันวาคม 2653
0-100 km/h:12.35 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ E-CVT

ห้องเครื่อง

เปิดฝากระโปรงมาครั้งแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องเรียบหรูอะไรเพราะสุดท้ายมันก็ถูกปิดไว้อยู่ดีแต่ถือว่าใต้ฝากระโปรงนั้นค่อนข้างทำได้โอเคจากการวางเครื่องวางสายเชื่อมต่าง ๆ ไม่ทำให้รู้สึกว่า ฉันอยากงัดออกมาแล้วจัดเรียงใหม่ ซึ่ง Toyota Corolla Cross จะวางเครื่องยนต์เป็นแบบเดียวกับ Toyota Altis ด้วยเครื่องยนต์ Hybrid รหัส 2ZR-FXE เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ส่วนนี้จะผลิตกำลังได้สูงสุด 98 แรงม้า ทำให้มีแรงบิด 142 นิวตันเมตร เพิ่มกำลังได้อีกด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรถึง 53 กิโลวัตต์ พอนำมาแปลงเป็น HP ก็จะได้ประมาณ 71 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกันแล้วสามารถให้กำลังได้สูงสุดถึง 122 แรงม้า ซึ่งแรงบิดก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยกำลังที่ไม่ได้ถ่ายทอดส่งไปที่ล้อโดยตรงอาจจะมีแรงกำลังที่ถูกลดทอนลงไปบ้าง

ส่งกำลังให้รถยนต์เคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT สำหรับการขับเคลื่อนล้อหน้า สำหรับในส่วนของแบตเตอรี่ที่เอาไว้ประสานงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้านั้นอาจจะล้าหลังอยู่บ้างในขณะที่ทั่วโลกหันมาเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแทน แต่ Toyota Corolla Cross กลับย้ำคิดย้ำทำนั่งยันยืนยันที่จะใช้นิกเกิลเมทัลไฮดราย มีทั้งหมด 28 โมดูล 168 เซลล์ ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปเพราะอย่างน้อยโตโยต้าก็เลือกที่จะติดตั้งตำแหน่งของแบตเตอรี่ไว้ใต้เบาะหลังเพื่อจัดเป็นศูนย์ถ่วงให้รถต่ำลงและอยู่บริเวณกลางรถมากขึ้น สามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย

การขับขี่และระบบช่วงล่าง

            First Impression ของเรานั่นคือ การเปิดประตูด้านคนขับแล้วเข้าไปนั่งในรถมันให้ความรู้สึก ว้าว โตโยต้า มอบสัมผัสที่ดูหรูขึ้นมาแถมทุกส่วนมันนิ่มนวลไปหมดแต่ก็ไม่ได้ยวบย้วยดูดเราจมลงไป ได้คะแนนไปแล้วหนึ่งส่วน ต่อมากดปุ่มเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นค่อนข้างเงียบแต่ก็ยังมีเสียงอยู่บ้างเป็นธรรมดาคราวนี้จะเข้าสู่ช่วงจริงของการทดลองขับเพราะเราจะได้รู้แล้วว่า มันจะดีแค่ดีไซน์หรือไม่ ต้องขอบอกก่อนว่าหลายคนอาจจะหาเบรกมือไม่เจอกันเจ้า Toyota Corolla Cross นี้จะไม่มีเบรกมือไฟฟ้าหรือเป็นคันโยกขึ้นมาแต่มันกลับถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณเท้าแป้นคลัทช์ด้านซ้ายนั่นเอง ส่วนนี้ได้คิดมาอย่างดีแล้วว่าจะไม่ทำให้ผู้ขับเผลอไปกดเหยียบเอาได้ง่าย ๆ เนื่องจากโตโยต้าได้ยกแท่นเบรกมือขึ้นเหนือสูงกว่าปกติหน่อยกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น

หน้าตาของคันเกียร์จะไม่ใช่แบบขั้นบันไดและเพิ่มเกียร์ B เข้ามาช่วยให้รถอืดได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ถนนที่เป็นเนินสูง ทันทีที่เราปลดจากเกียร์ P เข้าสู่เกียร์ D เพื่อทะยานออกจากจุดเริ่มต้นและเลือกใช้โหมด Eco ไปพลาง ๆ ก่อน ด้วยความที่เราต้องออกไปเผชิญกับเส้นทางที่ค่อนข้างจราจรหนาแน่น ซึ่งต้องเรียนให้ทราบตรงนี้เลยว่า เราอาจจะคิดผิดนิดนึงที่เลือกใช้โหมดนี้สำหรับการออกตัวครั้งแรกเพราะมันค่อนข้างหนืดตามสไตล์ Eco หวังจะลองโหมดประหยัดไว้ก่อนก็ต้องเจอแบบนี้แหละก็เพราะว่า Toyota Corolla Cross คำนึงถึงเรื่องประหยัดเป็นสำคัญจึงทำการปรับจูนใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ระบบ Hybrid 

เมื่อถึงเส้นทางที่เป็นเหมือนเขตปริมณฑลที่รถน้อยถนนโล่งมากระยะทางยาวไกลแล้วเราก็ไม่รีรอที่จะเปลี่ยนไปโหมด Normal นั่นคือ การขับขี่แบบปกติ เหยียบเท่าที่ไหวใส่ให้เห็นเต็มเท่าที่มีจะได้รู้ว่า ช่วงล่างดีแค่ไหน กระหายน้ำมันมากหรือเปล่า ทันที่ที่ปลายนิ้วกดลงบนปุ่มเปลี่ยนโหมดนั้นแล้วกดเท้าลงบนคันเร่งรู้สึกได้เลยว่า สมาร์ทและเร้าใจอยู่พอสมควรตามจังหวะที่ควรจะเป็นแต่ก็ไม่ส่งผลให้เรารู้สึกถึงการโดนโยนตัวแค่มันพุ่งขึ้นไม่อืดเป็นเต่าเหมือนในคราแรกเฉย ๆ ช่วงล่างตอบสนองดีแม้จะใช้ช่วงล่างเป็นคานทอร์ชั่นบีมก็ตามยังทำหน้าที่ของตัวเองในส่วนนี้ได้ดีแต่ก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจขนาดนั้นในเรื่องของการเข้าโค้งที่ยังไม่ยึดเกาะถนนแบบหนึบหนับเพราะ Toyota Corolla Cross ให้ความนุ่มนวลซะมากกว่าค่อนข้างสบายกับถนนทุกรูปแบบอยู่พอตัวไม่ว่าจะเป็นคอสะพาน, หลุมหรือเนินหลังเต่า

สมัยนี้แล้วรถทุกคันเริ่มติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอย่าง Dynamic Radar Cruise Control ทำหน้าที่ได้เฉียบคมเลยทีเดียวไม่เร่งแบบเหมือนโกรธใครมาเพื่อไปถึงจุดที่เราตั้งค่าไว้ มันจะค่อย ๆ ขึ้นอย่างสง่างามแถมถ้ามีรถเข้าแทรกกลางระหว่างเรากลางคันระบบจะทำการลดกำลังเครื่องยนต์ลงแล้วแตะเบรกเบา ๆ ให้เราแทน

อีกหนึ่งสิ่งของความประทับใจต้องยกให้ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert) โดยที่เรายังไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ซึ่งระบบนี้ค่อนข้างดีและช่วยเตือนผู้ขับได้ เราได้ลองเปิดใช้โหมดนี้ผ่านปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัยแล้วถือว่าตอบโจทย์เพราะบางที เราขับรถอาจจะมีเผลอกินเลนคนอื่นไปบ้างพอเจอด้วยตัวเองแล้วระบบนี้จะเตือนเราด้วยการหน่วงสั่นที่พวงมาลัยและบีบบังคับให้เรากลับเลนแต่ไม่ถึงกับกระชากเกินไป

ทรวดทรงผู้ดีเหมาะกับ SUV ครอบครัว

ในส่วนของภายนอกบางคนอาจจะบอกว่ามีหน้าตาบึ้งตึงไปสักหน่อยแต่สำหรับเราจะเรียกว่า เข้มขรึมมาดผู้ดีซะมากกว่า ด้วยกระจังหน้าทรงตัว U คว่ำ เสริมด้วยกรอบสีดำและสีโครเมียม ตัวตะแกรงคล้ายทรงรังผึ้งมีดูเผิน ๆ เหมือนมีช่องสำหรับรับลมมากแต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นช่องรับลมทั้งหมด ยังมีส่วนด้านบนประมาณครึ่งหนึ่งที่มีแผงทึบกันลมเอาไว้ ลงมาที่ด้านล่างกันชนเป็นสีดำ แต่ชายล่างกันกระแทกเป็นสีเดียวกับตัวรถ มีไฟตัดหมอกแบบ LED ลดอุบัติเหตุเวลากลางคืน ซึ่งทั้งคันจะใช้เป็นชุดไฟ LED Projector รวมถึงไฟเลี้ยว พร้อมไฟ DRL แบบ LED Light Guiding และระบบ Follow Me Home รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

เราแอบคิดว่า Toyota Corolla Cross มีการเล่นสีตัดแต่ยังคลุมโทนให้เป็นดำ-แดง ตั้งแต่กระจกมองข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถกับสีดำสีละครึ่งพร้อมติดตั้งไฟเลี้ยวไว้บริเวณกลางมาให้พร้อมเป็นระบบไฟฟ้าเปิดใช้งานและพับเพียงแค่กดปุ่มคอนโทรลบริเวณข้างประตูภายในรถ แม้แต่สปอยเลอร์ด้านบนยังเป็นสีเดียวกับตัวถัง เสาอากาศวิทยุแบบครีบฉลาม เสริมความอเนกประสงค์ด้านการใข้งานด้วยคานบริเวณหลังคาเพื่อวางของได้และมีซันรูฟที่เราเปิด-ปิด ได้จากการคอนโทรลระบบอัตโนมัติภายในห้องโดยสารได้อย่างสะดวก

หลังพวงมาลัย

อย่างที่เราได้กล่าวไปในช่วงต้น ๆ ของหัวข้อการขับขี่แล้วว่า Toyota Corolla Cross ให้ความรู้สึกถึงความตัวลอยมากขึ้น หรูมากขึ้น มันสบายไปหมดทุกอย่าง กว้างขวางไม่คับแน่นจนรู้สึกว่ามันรกตาเป็นเพราะด้วยการเลือกวัสดุหุ้มเบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์ไปถึงผู้โดยสารด้านหลัง ฝั่งด้านคนขับเป็นเบาะปรับระบบไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง ด้านข้างผู้ขับเป็นปรับแบบมือ ทางฝั่งห้องโดยสารด้านหลังเบาะสามารถปรับพับได้ 60:40 เอนได้ 2 ระดับ ตรงกลางเป็นที่รองแขนและพับเก็บได้

คอนโซลกลางถูกจัดติดตั้งมาให้อย่างพอดีปุ่มควบคุมไม่เยอะเกินไปตกแต่งด้วยวัสดุ PP เป็นหลัก มี Piano Black มาแซม ๆ บ้างเล็กน้อยสุดท้ายตัดขอบด้วยวัสดุโครเมียมเพิ่มความหรูขึ้นมาอีกนิดให้กับห้องโดยสารแอบเสียดายนิดหน่อยที่วัสดุบางส่วนมันดูแข็งแบบ Hard Touch เกินไป แต่ก็ยังมีส่วนหักลบกันได้ตรงบริเวณประตูด้านข้าง

สำหรับการควบคุมรถของพวงมาลัย Toyota Corolla Cross ทำการติดตั้งแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) อีกหนึ่งส่วนที่ต้องบวกคะแนนไว้รอเลยด้วยน้ำหนักที่มันไม่เบาหรือหนักเกินไป สไลด์ตามมือได้คล่องตัวอาจจะมีสนองช้าไปบ้างแต่อย่าให้มันตอบสนองแบบเร็วเกินไปเลยเนื่องด้วยว่า นี่คือรถประเภทครอบครัว มันควรต้องคงความนุ่มนวลไว้แบบนี้แหละแถมบริเวณสัมผัสยังเป็นวัสดุบุนิ่มเข้ามาอีกพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นต่าง ๆ เพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

ด้านซ้ายการกดรับสายหรืออะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับการควบคุมเรื่องการโทร และมีปุ่มสำหรับปรับเปลี่ยนการแสดงค่าข้อมูลการขับขี่ที่หน้าจอ MID (Multi Information Display) โดยตรงนี้จะแยกออกเป็น 3 โซน ซ้ายสุดของจอเป็นแบบเข็มแสดงการทำงานของเครื่องยนต์ในโหมดต่าง ๆ อย่าง Eco, Power หรือการชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่อยู่ ส่วนที่ด้านขวาแสดงปริมาณของน้ำมันและความร้อนของเครื่องยนต์นั่นเอง มาที่ตรงกลางส่วนสุดท้ายเป็นดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว โชว์ความเร็วหรือข้อมูลอื่นที่เราต้องการจะทราบนั่นเอง ส่วนตัวแล้วคิดว่า มันค่อนข้างรบกวนสมาธิไปบ้างเมื่อลองกดปุ่มอื่นเพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ มันทำให้เราต้องมาจดจ้องว่า สิ่งที่เรากดนั้นมันปรากฏอยู่ตรงไหนของหน้าจอ

                ระบบบันเทิงหรือหน้าจออินโฟเทนเมนต์จะให้ความเพลิดเพลินเราตลอดทางจริงหรือเปล่า ? เราจะค่อย ๆ ไล่ไปทีละส่วน ขนาดหน้าจอกลาง 9 นิ้ว นั้นค่อนข้างที่จะให้ความเร้าใจอยู่ใหญ่ ชัดเจนแจ่มแจ้งดีสัมผัสลื่นปรื๊ดรองรับการใช้งาน Apple CarPlay แต่ต้องเสียบสายเอานะตรงนี้ แล้วถ้าไม่เสียบสายล่ะเราจะได้การใช้งานที่เชื่อมต่อระบบ Bluetooth แทน ซึ่งหน้าจอจะแสดงกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) พร้อมมุมมองแบบ 3D View ระบบนี้ช่วยเราไว้ได้มากจริง ๆ ไม่ว่าจะจอดรถ ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย-ขวา เข้าซอง ล้วนเป็นภาพ 3D เสมือนจริง แต่จะตัดไปตอนที่เราใช้ความเร็วเกิน 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ป้องกันไม่ให้เราละสายตาไปมองขณะที่เราขับรถมาอย่างเร็วแรง นอกจากนี้ยังเลือกที่จะดูพร้อมกันได้ทั้งด้านซ้ายและขวาเลย

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบป้องกันการออกตัวแบบฉุกเฉิน Drive Start Control
  • ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ เบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam Control
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane Departure Warning
  • ระบบประคองรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Tracing Assist
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
  • สัญญาณกันขโมย TDS
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ชุดปะยางฉุกเฉิน           

สำหรับรุ่น Hybrid Premium Safefy มีให้เลือกระหว่าง สีดำ Black และ สีน้ำตาลแดง Terra Rossa

สรุปความน่าใข้

                การขับชี่ช่วงล่างยังพอถูไถใช้ได้ไม่ใช่เล่น ๆ แต่การคล่องตัวมันยังดูเทอะทะไปหน่อยไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะมันเป็นรถครอบครัวอเนกประสงค์ด้วยรึเปล่า การขยับตัวแทรกไปในที่แคบหรือการจราจรหนาแน่นค่อนข้างที่หนักใจเอาพอตัวต้องเหลือพื้นที่ไว้เผื่อลูกรักเราทุกครั้ง เรื่องของเสียงลมตีเข้ามาเมื่อวิ่งอยู่บนความเร็วสูงทำได้ดีพอสมควร ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ติดตั้งมาให้เหมาะสมกับประเภทรถเหมือนกับว่าตีโจทย์แตกเจาะกลุ่มถูก 

                แน่นอนหากขึ้นชื่อว่าเป็นรถยนต์ประเภทการใช้งานอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวความสะดวกสบายต้องมาที่หนึ่งซึ่ง Toyota Corolla Cross ทำได้ ความหิวกระหายน้ำมันของเจ้าคันนี้นั้นค่อนข้างแข็งแรงหมดกังวลเรื่องค่าน้ำมันไปได้ถึงครึ่งลองใช้ความเร็วประมาณ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยระยะทางรวม 90 กิโลเมตร อัตราประหยัดอยู่ที่ 23.6 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับเครื่องเสียงที่เราไม่ได้พูดถึงข้างต้นนั้นด้วยความที่มันออกจะธรรมดาไปหน่อยเลยไม่มีอะไรให้พรีเซนต์แต่ติดตั้งลำโพงมาถึง 6 ตัว ใด ๆ ก็ตามเรารับรองได้ว่า ถ้าเป็นการแข่งขัน Toyota Corolla Cross นั้นก็พาคุณขึ้นแท่นรับรางวัลได้เช่นกัน

               เมื่อลองเทียบกับค่ายอื่นที่เป็นคู่แข่งอยู่ในขณะนี้อย่าง Mazda CX-30 หรือ Nissan Kicks e-Power ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกันของตัวท็อปในแต่ละรุ่น

  • Toyota Corolla Cross 1,199,000 บาท (รุ่น Hybrid Premium Safety)
  • Mazda CX-30 1,199,000 บาท 
  • Nissan Kicks e-Power 1,049,000 บาท

               ด้วยความที่โตโยต้ามีมิติถังที่ใหญ่กว่าจึงทำให้มันกลายเป็นครอสโอเวอร์ที่สมบูรณ์กว่ารวมถึงเรื่องการประหยัดน้ำมันที่ทำได้ดีอย่างที่กล่าวไปตอนแรกแต่เมื่อเทียบกับมาสด้า ต้องถอยให้หนึ่งก้าวด้วยเรื่องของเครื่องยนต์และช่วงล่างที่มาเหนือกว่าทั้ง 3 รุ่น แถมกระหายน้ำมันพอตัวเพราะไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วย เห็นโตโยต้าและนิสสันมีข้อเสียก็ย่อมมีข้อดีในตัวคือ มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังในการออกตัวได้ดีกว่ามาสด้า เรื่องระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ใส่มาให้ค่อนข้างครบครัน

Toyota Corolla Cross

  • 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท
  • 1.8 Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • 1.8 Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • 1.8 Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท

Mazda CX-30

  • SKYACTIV-G 2.0 C ราคา 989,000 บาท
  • SKYACTIV-G 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท
  • SKYACTIV-G 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

The Review

Toyota Corolla Cross

4.1 Score

Toyota Corolla Cross เป็นเอสยูวีขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่เน้นการใช้งานจริง ต้องบรรทุกคนและสิ่งของเดินทางไกลบ่อยๆ การขับขี่ดี นุ่มนวล การควบคุมดีงาม เครื่องยนต์ให้กำลังเพียงพอ ขับทางไกลไม่เหนื่อย แต่ขับในเมืองอาจไม่เหมาะนัก อุปกรณ์เมื่อเทียบกับคู่แข่งร่วมคลาสถือว่ายังเป็นรอง

PROS

  • ตัวถังใหญ่ ภายในหรู ใช้งานได้จริง
  • ช่วงล่างพอใช้ได้ ทนทุกถนน
  • การบังคับควบคุมดี
  • อัตราการประหยัดน้ำมันแจ๋ว
  • ความปลอดภัยสูง

CONS

  • เครื่องเสียงธรรมดา
  • แบตเตอรี่ยังล้าหลังอยู่
  • เทอะทะจนไม่คล่องตัว

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine & Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Toyota Corolla Cross DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿989000
  • Toyota Thailand
    ฿989000 Buy Now

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.