Toyota C-HR ได้รับรางวัลการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP) ตามหลักเกณฑ์การประเมินแบบใหม่สำหรับปี พ.ศ. 2560 – 2563 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561
C-HR เป็นรถที่มีฐานการผลิตและขายในประเทศไทย อีกทั้งยังส่งออกไปในหลายประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความเพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน เช่น สมรรถนะในการขับขี่ ความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และทนทาน ทำให้ C-HR เป็นรถยนต์ซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นแรกและรุ่นเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียนหรือ ASEAN NCAP ภายใต้ การประเมินผลแบบใหม่สำหรับปี พ.ศ. 2560 – 2563 ซึ่งได้รับการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดอย่างครบครัน อันได้แก่
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ม่านถุงลม และถุงลมนิรภัยตำแหน่งหัวเข่าด้านคนขับ)
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ สำหรับคนขับ และผู้โดยสาร (Retractor Pre-tensioner & Load Limiter for Driver and Passenger)
- ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS)
- ระบบควบคุมการทรงตัว (Electronic Stability Control – ESC)
- ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า (Seatbelt reminder for front passenger)
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor – BSM)
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB)
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Warning System)
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Forward Collision Warning System)
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keep Assist)
ยิ่งไปกว่านั้น Toyota C-HR ในรุ่น Hybrid Hi ที่จำหน่ายในประเทศไทย ยังติดตั้งระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)
สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินผลแบบใหม่สำหรับปี พ.ศ. 2560 – 2563 ของ ASEAN NCAP นั้นประกอบด้วยการทดสอบการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection – AOP), การทดสอบการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection – COP) และระบบความปลอดภัย (Safety Assist) ซึ่งในการประเมินจะทำการทดสอบการชนด้านหน้าแบบเยื้องศูนย์ (Frontal Offset Impact Test), การทดสอบการชนด้านข้าง (Side Impact Test) และการทดสอบการติดตั้งระบบยึดเหนี่ยวเด็กภายในรถ (Child Restraint System – CRS) อีกทั้งยังมีการประเมินองค์ประกอบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ของรถอีกด้วย














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=2a2brFQV9NAQ7kNvwEAZ4ZH&_nc_oc=Adp2H4nSm0tc1rFpkgGOEwyPNheSh9uaZ__aVhJAWDaDOdhDpHuG5_WgeGYzhNS5GytPYXVlr14CiHLTBXzB06FU&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=4rqWnpJktQqkyga5wylMSQ&_nc_tpa=Q5bMBQJgaJ_f1GOmqr8rujlPv6Q2D_vxRHxaV0Am3veFfZv_wSeGEuMNScfJKS4ELFa_mdgMtZYKVnT-&oh=00_AQJAJAQtc47Fr1jUdOx9FtniGdywo03FvZGCGWPlkbRdaA&oe=6AA3318A)



