• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home New Car

Mazda BT-50 กระบะฉบับผู้ดี

What Car? Team by What Car? Team
January 4, 2021
in New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

เฉิดฉายอีกครั้ง สิ้นสุดการรอคอยการกลับมาของกระบะรวมสายพันธ์สองร่างในหนึ่งคัน หล่อ น่ามอง เส้นสายเฉียบคมพลิ้วสวย สมรรถนะเทียบเท่าเก๋งสปอร์ต พร้อมขุมพลัง 2 แบบให้เลือกกับดีเซล 1.9 ลิตร และ ดีเซล 3.0 ลิตร สำหรับค่าตัวต้องขออุ๊บไว้ก่อนอดใจรออีกนิดจะมาในปี 2021 นี้แหละ

                มาถึงไทยเรียบร้อย มาสด้า ยอมเผมโฉมหมากตัวสำคัญที่จะมาพลิกวงการกระบะไม่เพียงแค่เน้นการใช้งานด้านสมรรถนะเพียงอย่างเดียว ดีไซน์ก็ไม่ใช่สองรองใครเพราะมาสด้า เน้นการออกแบบโดยเฉพาะจาก KODO Design เส้นสายบนตัวรถนิ่งขึ้น คมขึ้น ซุ้มล้อโปร่งโล่งไม่ดูเตี้ยตันและไม่สูงจนบึกบึนเกินไปประณีตทุกส่วนให้ฟีลลิ่งเหมือนไม่ได้กำลังมองกระบะอยู่ยังไงอย่างงั้นและยังมีให้เลือก 2 แบบกับ 4 ประตูและ 2 ประตู

                ก่อนหน้านี้มีการเปิดตัว Isuzu D-Max อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มาสด้า ไม่รอช้าทำการเปิดตัว Mazda BT-50 ตีตลาดคู่กันมาจนได้ฉายาแฝดคนละฝาสุดท้ายทั้งสองจับมือร่วมพัฒนาปิ๊กอัพเจเนอร์เรชั่นที่ 8 นี้รวมร่างสลับกันใช้ความโดดเด่นของตัวเองอัดแน่นลงไปใน BT-50 ตัวใหม่ของวงการกระบะ อัพเกรดรถยนต์ใช้สอยสำหรับเชิงพาณิชย์ให้น่ามองและขับสนุกขึ้นอีกเท่าตัว

                กระบะรุ่นน้องคันนี้ถูกพัฒนาด้วยการใช้โครงสร้างเดียวกับ Isuzu D-Max โดยอีซูซุ รับเป็นสายการผลิตให้กับมาสด้าแทนแต่ถึงแม้ทุกอย่างด้วยตัวโครงสร้างหรือระบบวิศวกรรมจะดำเนินการไปคล้าย ๆ กัน มีอีกสิ่งหนึ่งที่มาสด้า ยังคงความเป็นตัวเองว่ากันด้วยเรื่องของดีไซน์นั่นเอง การขึ้น-ลง ของผู้โดยสารด้านหลังสะดวกขึ้น

                เป็นครั้งแรกที่มาสด้า ยกสไตล์ดีไซน์จากเก๋ง 4 ประตูสู่รถยนต์ร่างใหญ่ปิ๊กอัพ Mazda BT-50 แสดงออกถึงความเรียบง่าย โดดเด่นและสง่างามแม้อยู่บนท้องถนนในเมืองหรือออฟโรดก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแยบยลเกินคาด ดุดัน แฝงความสปอร์ตและหรูหราไปในคันเดียวรวมถึงการออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ และช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกท้าทายในการขับขี่

                นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสมรรถนะช่วงล่าง ระบบเกียร์ที่รับการตอบสนองกับพวงมาลัยได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ทุกการเดินทางได้รับความเป็นส่วนตัวมากกว่ากระบะทั่วไปจากการปรับจูนติดตั้งแผงคอนโซลกับตัวถังลดการสั่นสะเทือนเมื่ออยู่บนสภาพถนนที่ไม่ค่อยอำนวยนักหรือแม้แต่การติดตั้งโฟมในเสาเอเพื่อลดเสียงลมตีจากภายนอกเมื่อวิ่งด้วยความเร็วความเงียบเทียบเท่ารถยนต์ประเภทเอสยูวีได้เลย

ขุมพลังภายใต้สกายแอคทีฟฉบับปิ๊กอัพ

                สำหรับตลาดในประเทศไทยเรานั้นมาสด้า ทำการติดตั้งเครื่องยนต์ทั้งสองแบบแบ่งออกอย่างชัดเจนยกชุดขุมพลังเทอร์โบจาก Isuzu D-max กับเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้กำลัง 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบต่อต่อนาที  แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที เสริมการควบคุมอัตราเร่งที่เพิ่มความเร็วรอบเมื่อออกจากจุดสตาร์ท และระบบหล่อเย็น EGR ถูกติดตั้งมาในฝาสูบ พร้อม Water Jacket ช่องทางระบายความร้อนด้วยน้ำภายในเสื้อสูบและฝาสูบในท่อทางเดิน EGR ซึ่งเครื่องยนต์นี้ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมีความเงียบและทนทาน ทางด้านเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบต่อต่อนาที  แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที

                ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งสองฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ผ่านราง Common-Rail พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharger มีการเคลือบฉนวนที่ลูกสูบและเกียร์ Double-scissors ที่ช่วยลดเสียงรบกวน สิ่งเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในเครื่องยนต์จึงทำให้สามารถเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำแถมประหยัดเชื้อเพลิงเช่นกัน สำหรับระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 แบบ ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ถูกปรับจูนให้มีการตอบสนองเร็วขึ้น กระชับและมีน้ำหนักเบา

ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน

                ประสิทธิภาพเบรกติดตั้งดิสก์เบรกหน้าสำหรับรถปิ๊กอัพ มาสด้า BT-50 มีทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 17 และ 15 นิ้ว ด้านหลังใช้ดรัมเบรกขนาด 15 นิ้ว ในส่วนนี้มาสด้า เคลมมาว่าจากการปรับตั้งทำให้สามารถตอบสนองการหยุดล้อได้เป็นอย่างดีและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหม้อลมเบรกก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมเบรก ด้านระบบการขับเคลื่อนในรุ่น 4×4 ใช้เพลาขับที่ทำจากอลูมิเนียมจึงทำให้มีน้ำหนักเบาขึ้น ช่วยเรื่องสลับโหมดการทำงาน4H/4L ได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมกับระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้าเสริมประสิทธิภาพการขับขี่บนสภาพถนนแบบขรุขระ

                เรื่องสั่นสะเทืองกำลังจะหมดไปเพราะ Mazda BT-50 ติดตั้งแผงคอนโซลกลางที่ยึดกับพื้นตัวถังและการติดตั้งแผงคอนโซลหน้าได้รับการปรับเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากโครงแชสซี ติดตั้งโฟมเข้าไปภายในเสาแต่ละต้นเพื่อช่วยดูดซับเสียงจากแผงประตูด้านข้างพรมปูพื้นและฉนวนได้ถูกผลิตขึ้นเป็นชิ้นเดียวกันทำให้สามารถดูดซับเสียงได้ นอกจากนี้ แผงหน้าปัดยังติดตั้งอยู่กับตัวถังโดยตรงเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งไปยังพวงมาลัย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ BT-50 ใหม่นี้ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นขณะเดินทาง

                ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ (Double-Wishbone) และชุดแหนบ (Leaf Spring) ทำให้ช่วงล่างของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 สามารถให้การควบคุมรถอย่างมีเสถียรภาพและขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ในรุ่น ยกสูง ยังได้มีการเสริมตัวยึดด้านหน้ากันโคลง เพื่อเพิ่มความสมดุลให้กับตัวรถมากขึ้น

จุดเด่นของ BT-50

            จะพลาดไม่ได้เลยกับจุดนี้ของมาสด้า โดดเด่นด้วยดีไซน์จาก KODO Design ถึงจะแม้จะบอกว่า BT-50 ขึ้นอยู่กับสายการผลิตของ Isuzu D-Max ก็ตามแต่สิ่งที่ต่างออกไปและไม่ทิ้งความเป็นตัวเองเลยมันก็คือเรื่องของการออกแบบแหละ เห็นได้อย่างชัดเจนจากทางด้านหน้าของตัวรถให้ฟีลลิ่งกระบะหรูหราขึ้นมาทันทีมันเรียบง่ายซะจนเหมือนมองรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่สักคันต่างกับ D-Max ที่ด้านหน้าบึกบึนดุดันตามภาพลักษณ์ของกระบะ

                กระโปรงหน้าถูกออกแบบยกสูงและลาดลงมาบึกบึนแต่ไม่ไหวกระด้างเกินไปพร้อมกับไฟหน้าและไฟหลังเป็น LED Projector ทรงกระบอก ติดตั้งไฟส่องกลางวัน Daylight เป็นแบบ LED เช่นกัน กระจังหน้ารถเป็นซิกเนเจอร์ของมาสด้าอยู่แล้วด้วยวิงโครเมี่ยมขนาดใหญ่วางเส้นแนวนอนบวกกับช่องระบายอากาศภายในตัว สะท้อนความเป็นกระบะด้วยการติดตั้งปีกซ้าย-ขวาใต้ไฟหน้า ตรงบริเวณกันชนหน้าฝังไฟหรี่ไฟตัดหมอกแบบ LED และสัญญาณกะระยะตอนถอยหลังอีก 4 จุด

                เรื่องของเส้นสายที่ยังมีจุดคล้ายกับ D-Max อยู่บ้างตั้งแต่ประตูหน้าไล่ไปจนถึงกระบะท้าย กระจกมองข้างพับเปิด-ปิดเป็นระบบไฟฟ้าฝังไฟเลี้ยว LED ไว้ในตัว ที่จับเปิดประตูเป็นโครเมียมพร้อมปุ่มปลดล็อคทั้งสองข้าง ด้านบนหลังคาติดตั้งเสาอากาศสั้นทรงเดิมพร้อมราวหลังคาขึ้นรูป ด้านล่างสุดของตัวรถจากบริดจสโตนเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลาย 5 ก้านคู่ พร้อมยาง 265/60 R18 และ ลาย 6 ก้านคู่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/65 R17 ฝาเปิดกระบะท้ายแบบโครเมี่ยมฝังกล้องมองหลัง กันชนท้ายขึ้นรูปสีเดียวกับตัวรถดีไซน์กลมกลืนและสัญญาณกะระยะถอยหลัง 4 จุด เช่นเดียวกับด้านหน้า

 

สุนทรียภาพขณะเดินทาง

            ภายในห้องโดยสารถือว่ามีความต่างกันชัดเจนอยู่บ้างการตกแต่งเลือกทั้งแบบสีน้ำตาลเข้มและสีดำ คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยสีดำตัดกับสีเงินที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ต พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มหนังขนาดกำลังกระชับมือทางด้านซ้ายมือเป็นปุ่มควบคุมวิทยุพร้อมปุ่มรับโทรศัพท์ ขวาเป็นปุ่มล็อกความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control ปรับได้ 4 ทิศทาง Tilt & Telescopic สูง-ต่ำและ เข้า-ออก ตามสรีระผู้ขับขี่ หลังพวงมาลัยมีมาตรวัดเรืองพร้อมจอแสดงข้อมูลสี MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้วอยู่ตรงกลางที่บอกทั้งระยะทางทริป A กับ B อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน จอแสดงการทำงานวิทยุ และมีนาฬิกาดิจิตอลในตัว 

                ด้านระบบปรับอากาศแบ่งฝั่งซ้าย-ขวาและมีช่องแอร์ 4 จุดรวมถึงบริเวณกลางห้องโดยสารพร้อมช่องเสียบ USB  เพลิดเพลินด้วยหน้าจอบันเทิงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และ 9 นิ้วตัดช่องสำหรับใส่ CD ออกไปเข้าสู่ยุคดิจิตอลชัดเจนรองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพงรอบคัน 8 ลำโพงรวมลำโพงบนหลังคารถ คันเกียร์ถูกออกแบบใหม่โดยการนำตำแหน่งบอกเกียร์มาไว้ที่หัวเกียร์เป็นสีดำเปียโนแบล็คแทนหุ้มด้วยหนังเล็กน้อยพร้อม Shift Lock ที่ยังเป็นแบบใช้กุญแจเสียบอยู่

                พื้นที่ด้านในกว้างขึ้นเบาะนั่งถูกออกแบบให้ใหญ่ขึ้นทั้งชุดเพื่อรองรับสรีระลดการถูกโยนตัวขณะขับขี่เข้าโค้งได้ดีขึ้นหุ้มหนังแท้น้ำตาลเข้าแซมด้วยผ้าสีดำทูโทนเล็กน้อย สำหรับในรุ่นท็อปฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ผู้โดยสารข้างคนขับที่ปรับเป็นแบบก้านธรรมดาทั่วไปที่พักแขนรวมถึงที่วางแก้วสำหรับห้องโดยสารด้านหลัง

                กุญแจ รีโมท Genius Entry ไม่ต้องใช้ปลด-ล็อครถด้วยการเสียบกุญแจหรือนำออกมากดปุ่มอีกต่อไปเพราะกุญแจรีโมทอัจฉริยะนี้สามารถพกติดตัวและใช้งานผ่านปุ่มล็อคที่ก้านจับประตูเพียงอย่างเดียวก็ได้ พร้อมฟังก์ชั่น Remote Engine Start เปิดระบบปรับอากาศก่อนเข้านั่งในรถได้ในระยะ 20 เมตรได้เลย

โดยรวมแล้ว Mazda BT-50 ใหม่นี้คงความเป็นตัวเองไว้ด้วยเอกลักษณ์สุดยอดดีไซน์จาก KODO Design สวมความดุดันสมรรถนะของ Isuzu D-Max ไว้อย่างลงตัวพื้นฐานด้านเทคนิคและวิศวกรรมไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ฟีลลิ่งแบบ Isuzu D-Max ถูกแปลงโฉมซะมากกว่า

 

Tags: All New Mazda BT-50

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.