
Jaguar แบรนด์รถยนต์จากเมืองผู้ดีเผยโฉม I-Pace เอสยูวีไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของค่าย ชิงเปิดตลาดตัดหน้าคู่แข่งจาก Audi และ Mercedes-Benz
I-Pace มาพร้อมพละกำลังกว่า 395 แรงม้า รถคันนี้เป็นระบบไฟฟ้าล้วน 100% โมเดลแรกของค่ายรถจากเมืองโคเวนทรี และเป็นหัวหอกสำคัญในการก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โมเดลไฟฟ้าคันต่อไปจะมาในปีหน้า คาดว่าน่าจะเป็นซาลูนหรู XJ เจนเนอเรชันใหม่ และเวอร์ชันไฮบริดของโมเดลอื่นๆ ในค่ายจะเริ่มบุกตลาดในปี 2020

ขุมพลังของ I-Pace มาจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวคอยขับเคลื่อนที่เพลาหน้าและเพลาหลัง ทำให้มันเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา มอเตอร์ทั้ง 2 ตัวนี้ให้พลังรวม 395 แรงม้า แรงบิด 695 นิวตันเมตร แค่นี้เพียงพอที่จะฉุดกระชากจาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที แม้จะช้ากว่า Tesla Model X P100D แต่ก็ยังเร็วกว่ารถยนต์ไฟฟ้าหลายๆ คัน
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 90 kWh ของ I-Pace ให้ระยะวิ่งไกลสูงสุด 480 กม. ตามการทดสอบของ WLTP เท่ากับ 540 กม. ในการทดสอบ NEDC และ 386 กม. ในการทดสอบ EPA ของสหรัฐอเมริกา
ประสิทธิภาพในการชาร์จไฟสามารถชาร์จได้ 80% ใน 1 ชั่วโมง 25 นาที โดยใช้ตัวชาร์จกำลัง 50 kW และชาร์จ 30 นาที สามารถวิ่งได้ถึง 128 กม. I-Pace ยังรองรับตัวชาร์จ 100 kW ซึ่งสามารถชาร์จได้ 80% ใน 45 นาที แต่ตัวชาร์จนี้ยังไม่เปิดใช้ในอังกฤษ Jaguar บอกว่าจะเปิดให้บริการสถานีชาร์จ 100 kW+ ที่แรกหลังจากส่งมอบ I-Pace คันแรกให้กับลูกค้าในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่การชาร์จโดยใช้ไฟบ้านจาก Wall box สามารถชาร์จได้ 80% ใน 10 ชั่วโมง

I-Pace ใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบใหม่ที่ Jaguar บอกว่าเป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด และออกแบบให้แบตเตอรีอยู่ตรงกลางระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง การออกแบบให้แบตเตอรีอยู่กลางรถทำให้การกระจายน้ำหนักมีความสมดุล 50/50 และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลงที่ 130 มม. รถคันนี้ใช้ช่วงล่างหน้าแบบดับเบิลวิชโบนและช่วงล่างหลังแบบอินทิกรัลลิงก์พร้อมระบบถุงลมเพื่อความนุ่มนวล
รูปลักษณ์ดีไซน์ของเอสยูวีไฟฟ้าคันนี้มีความใกล้เคียงกับเวอร์ชันคอนเซ็ปต์ มิติของตัวรถแคบและเตี้ยลง 12 มม. เมื่อเทียบกับรถต้นแบบของมันโดยมีความยาว 4682 มม. เท่ากับ XE และมีความยาวฐานล้อ 2990 มม. ทำให้ห้องโดยสารในมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับคนสูง 6 ฟุตสี่คน ห้องสัมภาระมีความจุ 656 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงจะราบเป็นพื้นเดียวกัน
แอโรไดนามิกคือสิ่งคำคัญในการออกแบบ ดีไซน์ด้านหลังที่โค้งมนช่วยลดแรงต้านอากาศทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์ต่ำเพียง 0.29 ครีบบริเวณกระจังหน้าจะเปิดเมื่อต้องการระบายความร้อนและจะปิดเมื่อไม่ต้องการเพื่อช่วยให้อากาศไหลเวียนผ่านช่องบนฝากระโปรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น ด้านท้ายมาพร้อมสปอยเลอร์เล็กบริเวณฝาท้ายและสปอยเลอร์ใหญ่ที่ด้านบนของกระจกหลัง ช่วยให้อากาศไหลเวียนดีขึ้น
I-Pace มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว แต่ 18 นิ้วก็มีให้เลือกเช่นกัน

ภายในของ I-Pace มีความใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์เช่นกัน มันคือการผสมผสานหลายๆ ส่วนที่ผสมผสานความล้ำสมัยและความสปอร์ตเข้าด้วยกัน เห็นได้จากจอสัมผัส 2 จอ ที่หยิบยืมมาจาก Range Rover Velar จอใหญ่ด้านบนแสดงผลระบบความบันเทิง ระบบนำทาง โทรศัพท์ ส่วนจอล่างใช้ควบคุมระบบต่างๆ ของรถ เช่นเครื่องปรับอากาศ และโหมดการขับขี่ มาพร้อมกับปุ่มหมุนที่ช่วยให้การใช้งานขณะขับขี่เป็นไปได้ง่ายขึ้น
หลังพวงมาลัยเป็นหน้าปัดดิจิตอลเต็มรูปแบบที่ดีไซน์ล้ำอนาคตสุดๆ แสดงผลวัดรอบ วัดความเร็ว ปริมาณไฟฟ้า และข้อมูลการขับขี่ทุกอย่าง คล้ายกับ Virtual Cockpit ของ Audi


สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถ EV กลัวก็คือไฟหมดแล้วไม่มีที่ชาร์จ ดังนั้น I-Pace จึงมาพร้อม EV Navigation System เป็นระบบวางแผนจัดการการเดินทาง กำหนดเส้นทางพร้อมคำนวณระยะทางวิ่งคงเหลือ เพื่อไม่ให้การเดินทางนั้นต้องเจอกับปัญหา
ระบบนำทางด้วยดาวเทียมของรถยังสามารถซิงค์กับสมาร์ทโฟนได้เพื่อช่วยวางแผนการเดินทางตลอดจนบอกข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะในหน้าตาเมนูที่คุ้นเคย นอกจากนี้ยังมีแอพที่น่าสนใจได้แก่ Incontrol Remote เป็นซอฟท์แวร์ที่ใช้ระบบ Alexa ของ Amazon ในการถาม-ตอบเป็นภาษาอังกฤษ เช่น Is my car locked? หรือ Do I have enough charge to get to work?


นอกจาก Incontrol Remote แล้ว I-Pace ยีงมีความสามารถในการทำความร้อนหรือความเย็นให้กับแบตเตอรีและภายในห้องโดยสารในระยะไกลก่อนที่คุณจะขึ้นรถ อย่างไรก็ตามความสามารถนี้จะใช้กำลังจากการชาร์จขณะที่รถเสียบปลั๊กอยู่เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกินไฟจากแบตเตอรี่ของตัวเอง
I-Pace ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อคำนวณระยะทางวิ่งคงเหลือโดยใช้ปัจจัยจากสภาพอากาศ อุณหภูมิ ภูมิประเทศ สไตล์การขับขี่ และสภาพการจราจร AI สามารถแจ้งเตือนและจะปรับการทำงานของระบบปรับอากาศในรถให้เหมาะสมที่สุด และ I-Pace จะเป็นรถยนต์ Jaguar คันแรกที่สามารถอัพเดตซอฟแวร์แบบไร้สายได้ ไม่เพียงแต่ระบบสาระบันเทิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซอฟแวร์การทำงานของแบตเตอรีด้วย

I-Pace จะผลิตที่โรงงานของ Magna ในประเทศออสเตรียเคียงข้างกับ E-Pace และทั้งสองรุ่นใช้ระดับตกแต่งเหมือนกัน ราคาค่าตัวของ I-Pace เริ่มต้นที่ 58,995 ปอนด์ (2.95 ล้านบาท) รุ่นท็อปสุด HSE ราคาอยู่ที่ 69995 ปอนด์ (3.5 ล้านบาท) กำหนดส่งมอบรถคันแรกในเดือนกรกฎาคม














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=zCy4BQuk0kQQ7kNvwFQ632K&_nc_oc=AdqsbpoOkjfK4dmMc-l6WzhGkIXipb-gd7RUvVImjYdfjEq1pe8iKATP4KVoLiXQK9cP3E99LYYjW8-CbIRFy5jo&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=zVMhdFBCtNZPdbTSVdwn0A&_nc_tpa=Q5bMBQJ8EE-BSHnw8CLAUTGUrfnhD8tad1XlDs7FCRrbUjBho0JkiF_HEGY3diicjuWh5GfPzl-BhvEm&oh=00_AQJ21nA_-NLJGPrETD4zCER4VhgksLP5JPaVtY_S5SNKBQ&oe=6AAFF00A)



