• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews

Honda City RS 2020 ขับดี แรงเกินตัว ช่วงล่างเยี่ยม หล่อเกินห้ามใจ

What Car? Team by What Car? Team
March 12, 2020
in Reviews, Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

ซีดานน้องเล็กรุ่นใหม่ของฮอนด้าบอกลาเครื่อง 1.5 ลิตรมาใช้ขุมพลังใหม่ 1.0 ลิตร เทอร์โบ 122 แรงม้า แรงขึ้น ขับดีขึ้น พละกำลังเกินตัว พร้อมด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตตั้งแต่เกิด ราคา 739,000 บาท

          ไม่ว่าจะผ่านไปกี่รุ่นกี่ปี Honda City ก็ยังครองใจผู้ใช้รถชาวไทย นี่อาจจะเป็นรถคันแรกในชีวิตของใครหลายๆ คน ที่เป็นอย่างนั้นได้ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียงแบรนด์ฮอนด้า แต่ City ในแต่ละรุ่นผ่านการยอมรับจากผู้ใช้ว่าเป็นรถที่คุ้มค่า ประหยัด ขับดี ภายในกว้างขวาง และอีกหลายๆ เหตุผล การมาของ City เจเนอเรชั่นใหม่ (รหัส GN) เป็นการต่อยอดสิ่งที่ดีอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ฮอนด้ารู้ว่าคนขับ City คือกลุ่มไหนจึงได้เพิ่มรุ่น RS มาเอาใจผู้ใช้สายสปอร์ตให้หล่อจบตั้งแต่ออกจากโชว์รูมกันไปเลย นี่คือสิ่งที่ City รุ่นก่อนๆ ยังไม่เคยมี และวันนี้เราจะได้ล้วงลึกกันว่านอกจากความสปอร์ตแล้ว City RS มีดีอย่างไร

            การที่ฮอนด้าลดขนาดเครื่องยนต์ลงมาเป็น 1.0 ลิตร ทำให้ City ใหม่เข้าค่ายเป็นรถอีโค่คาร์สายรักษ์โลก แต่พอขึ้นชื่อว่าเป็นอีโค่คาร์คำสรรเสริญในทางลบก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวทันที ดังนั้นการยัดเทอร์โบเข้ามาจึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าฮอนด้ายังต้องการให้ City ใหม่ขับสนุกและมีสมรรถนะที่ดีไม่ต่างจากการใช้เครื่อง 1.5 ไร้เทอร์โบ ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่ก็มาพร้อมกับพละกำลัง 122 แรงม้า ซึ่งมากกว่าเครื่อง 1.5 ลิตรเดิมนิดหน่อยแต่ส่งผลต่อการขับขี่ได้อย่างชัดเจน

 

1 of 28
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

สเปครถยนต์

Body Style:Sedan
Description:ซีดานขนาดเล็ก 4 ประตู คลาส B-Segment
Engine:เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ
Fuel Consumption:19.6 กม./ลิตร
Fuel Type:เบนซิน
Make:Honda
Max Power:122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
Max Torque:173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที
Model:Honda City RS
Price Guide:739,000 บาท
Release Date:พฤศจิกายน 2019
0-100 km/h:10.4 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ CVT

อย่าดูถูก 1.0 ลิตร เทอร์โบ

            “เครื่องยนต์เทอร์โบของฮอนด้าไม่เคยทำให้ใครต้องผิดหวัง” นี่น่าจะเป็นประโยคที่เหมาะสมกับเครื่องเบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตรบล็อกนี้เป็นที่สุด ดูง่ายๆ จากเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบ ใน Civic RS พิษสงของมันเป็นที่ถูกจิตถูกใจวัยรุ่นขาซิ่งจำนวนมาก เราอยากจะบอกว่าเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ ของ City ใหม่นี้คือร่างย่อส่วนของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบ รุ่นพี่ตัวร้ายของมัน

            รายละเอียดเครื่องยนต์คือเบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี ฉีดน้ำมันแบบตรงเข้าห้องเผาไหม้ Direct-Injection พร้อมระบบแปรผัน VTEC พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharger ของ Borg-Warner กำลังสูงสุดที่รีดเค้นออกมาได้คือ 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้รองรับน้ำมัน E20 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 99 กรัม/กม. ผ่านฉลุยกับมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT ลูกใหม่ที่ปรับจูนมาเพื่อรองรับกับเครื่องยนต์เทอร์โบโดยเฉพาะ และที่พิเศษคือในรุ่น RS จะมีแป้นแพดเดิลชิฟท์มาให้เล่นเกียร์เองได้ด้วย

            ที่ผ่านมาคุณคิดว่ารถ “อีโค่คาร์” เป็นยังไง? เครื่องเล็ก อืด อัตราเร่งไม่ทันใจ ขึ้นเขาไม่ไหว ขับได้แค่ในเมือง นี่คือทัศนคติบางส่วนที่ผู้คนมีต่อรถอีโค่คาร์ แต่เราอยากให้คุณลองเปิดใจกับ City RS นี่คือรถที่เข้าเกณฑ์อีโค่คาร์ก็จริง แต่นิสัยใจคอของมันไม่ใช่รถอีโค่คาร์เลย

            การขับขี่ความเร็วต่ำในเขตเมืองเครื่องยนต์มีความนุ่มนวลและเงียบ เกียร์ CVT ส่งกำลังอย่างลื่นไหล ดังนั้นการเร่งเครื่องหรือการชะลอความเร็วจึงมีแต่ความสมูธ อาการรอรอบอาจจะมีบ้างในช่วงต่ำกว่า 2,500 รอบต่อนาที แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งบนทางราบแน่นอน แต่จุดที่ City RS บอกเราว่ามันไม่ใช่อีโค่คาร์เดิมๆ ที่เคยรู้จักก็คืออัตราเร่ง แรงบิดจากเครื่องยนต์มาในรอบต่ำบวกกับพลังเสริมจากเทอร์โบทำให้การตอบสนองเวลากดคันเร่งทำได้กระฉับกระเฉง เราลองออกตัวจากสี่แยกไฟแดงแบบกดคันเร่งจนสุด รถกระโจนไปข้างหน้าพร้อมกับแรงดึงที่น่าตื่นเต้นมาก ความเร็วไต่จาก 0-100 ในเวลาอันสั้น เกียร์ CVT สั่งให้รอบเครื่องยนต์ดีดขึ้นสูงแตะเส้นเรดไลน์แล้วสะบัดกลับมาเพื่อเข้าสู่เกียร์ถัดไป จุดนี้ได้ใจคนชอบเสียงลากรอบเครื่องยนต์ไปเต็มๆ

            ความสนุกจะยิ่งเพิ่มขึ้นถ้าคุณเลือกขับโหมดเกียร์ S มันตอบสนองได้เมามันส์กว่าเกียร์ D ปกติแบบรู้สึกได้ อัตราเร่งมาไวขึ้น แต่ละเกียร์จะลากรอบสูงขึ้น แถมจังหวะลดเกียร์ในตำแหน่งเกียร์ต่ำๆ ยังมีอาการกระตุกนิดๆ ให้รู้สึกถึงความเป็นเกียร์แมนวล แบบนี้วัยรุ่นชอบ สำหรับการคิ๊กดาวน์นั้นในโหมดเกียร์ D ถือว่าตอบสนองได้ค่อนข้างไว ต้องเหยียบคันเร่งลึกประมาณ 50% สมองกลจะรับรู้ละว่าเราต้องการเร่งแซงก่อนจะสั่งการให้เกียร์ลดลง 1 สปีด กำลังที่ได้ก็มีมากพอให้แซงรถพ่วงยาวๆ ได้แบบไม่ต้องลุ้นตัวเกร็ง การคิ๊กดาวน์นั้นในโหมดเกียร์ S กระบวนการทุกอย่างจะเกิดขึ้นไวกว่าเล็กน้อย

ขับเร็วมั่นใจ เอาอยู่ทุกโค้ง

            ต่อจากอัตราเร่งที่ดีเกินคาดสิ่งที่ City RS บอกเราว่ามันไม่ใช่อีโค่คาร์ทั่วๆ ไปก็คือช่วงล่าง ปกติรถเล็กจะไม่ได้มีระบบช่วงล่างที่ดีมากมายนักแต่ City RS เป็นรถที่ขับเร็วแล้วมั่นใจมาก ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ในทางตรงรถนิ่งมาก ไม่ส่าย ไม่โคลง น้ำหนักของพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นแต่อยู่ในระดับที่ยังคุมง่าย ช่วงล่างเกาะถนนหนึบให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี การดูดซับแรงสะเทือนในช่วงความเร็วสูงทำได้ดีมาก เส้นถนน รอยปะ คอสะพาน สามารถรูดผ่านได้โดยไม่เสียอาการ สำหรับความเร็วสูงสุดนั้นตอนที่เราร่วมทริปทดสอบกับทางฮอนด้า ประเทศไทย เมื่อต้นปี มีสื่อมวลชนหลายท่านยืนยันว่าทะลุ 200 กม./ชม. โอ้ว! นี่มันไม่ใช่อีโค่คาร์แล้ว

            ทางตรงว่าหนึบแล้ว เล่นโค้งก็หนึบเช่นเดียวกัน ปกติเล็กเล็กน้ำหนักไม่มากการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงจะรู้สึกเหวอ ไม่นิ่ง ไม่มั่นคง แต่ City RS กลับไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นเลย แม้จะให้หน้ายางมาเพียง 185 แต่เมื่อสาดโค้งกลับรู้สึกถึงแรงยึดเกาะส่งกลับมาที่พวงมาลัย ซึ่งอัตราทดพวงมาลัยที่เหมาะสมยังช่วยให้คุมล้อหน้าได้อย่างฉับไวและแม่นยำด้วย อาการโยนของตัวถังและอาการหน้าดื้อจะมีบ้างเล็กน้อยในโค้งแคบแต่ไม่ได้ทำให้ควบคุมทิศทางยากขึ้นแต่อย่างใด ถ้าเป็นโค้งกว้างสามารถใช้ความเร็วสูงเข้าได้เลย เมื่อเทียบกับ City รุ่นก่อนหน้า City RS ใหม่ให้ความมั่นใจมากกว่า ใช้ความเร็วได้มากกว่า การปรับเซ็ตช่วงล่างและพวงมาลัยก็ดีกว่า

            ว่ากันต่อเรื่องเบรก ถ้าขับปกติไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากเบรกชุดนี้รองรับได้สบาย แต่ถ้าเป็นคนเท้าหนักที่ใช้ความเร็วสูงเป็นประจำน่าจะต้องการระบบเบรกต้องดีกว่านี้ ระยะเบรกควรต้องสั้นลงกว่านี้ ทั้งนี้ การตอบสนองของแป้นเบรกยังอยู่ในเกณฑ์ดี ระยะฟรีมีพอประมาณเพื่อความนุ่มนวล แรงต้านของแป้นเบรกเป็นธรรมชาติ

            การป้องกันเสียงรบกวนเสียงของ City RS ทำได้ดีกว่า City รุ่นก่อนหน้า โดยรวมเงียบกว่า เสียงลมเริ่มเล็ดลอดเข้ามาที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ตามขอบหน้าต่างและประตู เสียงยางก็เบาลง เสียงเครื่องเวลาขับปกติแทบจะไม่ได้ยิน จะดังคำรามก็ตอนเหยียบเกิน 3,000 รอบขึ้นไป เสียงช่วงล่างเวลาตกหลุมดังแน่นๆ

            เอาล่ะ รถอีโค่คาร์กับอัตราสิ้นเปลืองมักจะมาเป็นของคู่กัน แน่นอนว่าเครื่องเล็กลงก็ต้องประหยัดมากขึ้นซึ่งมันก็ถูกต้อง จากการทดสอบของเราที่ไม่ได้เน้นประหยัดสักเท่าไรตัวเลขที่หน้าปัดแสดงอยู่ที่ราว 14-15 กม./ลิตร ถามว่าสามารถทำให้มันประหยัดมากกว่านี้ได้ไหม ได้อยู่แล้วแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยทั้งลักษณะการขับขี่ สภาพการจราจร สภาพเส้นทาง น้ำหนักบรรทุก เราคิดว่าตัวเลข 18-19 กม./ลิตร ก็น่าจะเป็นไปได้

หล่อตั้งแต่เกิด

            City RS น่าจะกลายเป็นรถขวัญใจวัยโจ๋ได้ในเวลาไม่นาน เพราะภายนอกถูกตกแต่งมาครบแล้ว ออปชั่นที่ให้มาก็ไม่ขี้เหร่ ไฟหน้า LED ไฟตัดหมอก ไฟท้าย LED กันชนหน้า-หลังแบบสปอร์ต กระจังหน้า RS สีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา แถมติดลิปสปอยเลอร์สีดำเงามาให้จากโรงงาน เรียกว่าแค่เปลี่ยนล้อแม็กซ์ โหลดเตี้ยลงหน่อย เปลี่ยนท่อใหม่ก็หล่อแล้ว โดยเฉพาะตัวถังสีแดง Ignite Red Metallic เป็นอะไรที่สปอร์ตเข้าขั้นมากๆ

            นอกจากภายนอกที่หล่อเอาเรื่องแล้ว ภายในของ City RS ก็ยังแสดงตัวตนถึงความสปอร์ตเช่นกัน เริ่มตั้งแต่เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สลับหนังกลับ มีการเดินตะเข็บด้ายสีแดงที่เบาะ แดชบอร์ดหน้า แผงประตู คอนโซลกลาง พวงมาลัย หัวเกียร์ และจุดต่างๆ ทั่วห้องโดยสาร แป้นเหยียบให้มาเป็นแบบอะลูมิเนียม หน้าปัดเป็นแบบอนาล็อก เข็มวัดรอบและวัดความเร็วสีแดง ดูไม่ล้ำแต่ได้อารมณ์

กว้างขึ้น สะดวกสบายขึ้น

           สิ่งที่ต้องชื่นชมใน City ใหม่นอกจากจะขุมพลังเครื่องยนต์ที่เผ็ดร้อนแล้วก็เห็นจะเป็นเรื่องความสะดวกสบายในห้องโดยสารนี่แหละ แม้ว่าระยะฐานล้อของรถจะสั้นลง แต่กลับได้พื้นที่ภายในห้องโดยสารมากขึ้น นี่คือความฉลาดในการออกแบบของวิศวกร บรรยากาศในห้องโดยสารก็ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งแตกต่างจาก Civic รุ่นพี่อย่างชัดเจน การเข้า-ออกรถทำได้อย่างสะดวกจากประตูบานหน้าและบานหลังขนาดใหญ่

            เบาะหน้าให้ความกระชับโอบรับลำตัวได้ดี ทำให้เวลาเข้าโค้งแล้วตัวไม่โยกย้ายไป-มา และยังเป็นแบบปรับมือทั้งหมด ความสูงของเบาะคนขับกำลังดี สามารถมองไปข้างหน้าได้ไกล มุมมองผ่านไหล่ไปกระจกบานหลังค่อนข้างกว้าง เสา A-pillar ขนาดไม่ใหญ่เกินไป พื้นที่เหนือศีรษะมีเหลือเฟือสำหรับคนตัวสูง 180 ซม. เบาะหลังเป็นจุดที่เราชอบมากเพราะมีพื้นที่กว้างและเข้า-ออกสะดวก นั่งแน่นๆ ได้ 3 คน ซึ่งคนกลางอาจจะรู้สึกอึดอัดหน่อยเพราะขาไปเบียดกับช่องวางของตรงที่พักแขนกลาง พื้นที่ช่วงศีรษะและช่วยขามีเหลือมากพอให้คนตัวสูง 180 ซม. นั่งได้อย่างสบายใจ

            แดชบอร์ดมาในดีไซน์เรียบง่าย ใช้วัสดุคุณภาพดีแต่ก็มีพลาสติกแข็งปะปนอยู่เยอะ จัดวางปุ่มควบคุมต่างๆ ให้เข้าถึงง่าย เครื่องปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี คุณภาพหน้าจออยู่ในเกณฑ์ดี ตอบสนองไว หน้าตาเมนูต่างๆ ใช้งานง่าย มีฟังก์ชั่นครบ อาทิ วิทยุ เครื่องเล่นเพลง รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ Apple CarPlay และ HONDA Connect ระบบเสียงเป็นลำโพง 8 ตัวคุณภาพมาตรฐาน ฟังได้เพลินๆ หากไม่คิดอะไรมาก หน้าจอนี้ยังแสดงภาพขากกล้องมองหลังด้วยซึ่งค่อนจ้างคมชัดเลยทีเดียว

            ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดที่ดูด้วยสายแล้วไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก การเก็บรายละเอียดทำได้เรียบร้อยดี สามารถเปิดกระโปรงท้ายได้ด้วยการกดปุ่มบน Smart Key คาไว้ 3 วินาที ไม่สามารถพับเบาะหลังได้ ใต้พื้นห้องมียางอะไหล่มาให้

แรงเกินตัว วัยรุ่นชอบ

            ภายใต้รูปร่างหน้าอันแสนหล่อเหลา City RS สร้างความประทับใจได้แบบเกินคาด คนที่บอกว่ารถอีโค่คาร์มันไม่เอาไหน ไม่แรง ไม่สะใจ ถ้าได้ลอง City RS แล้วจะเปลี่ยนความคิด อีโค่คาร์เป็นเพียงมาตรฐานตามเงื่อนไขรัฐบาลที่ใช้กับรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กไม่เกิน 1300 ซีซี ปล่อยมลพิษไม่เกิน 100 กรัม/กม. และประกอบในประเทศ ดังนั้นทำไมอีโค่คาร์จะแรงไม่ได้ถ้าอยู่ในเกณฑ์

            City RS มีพละกำลังมากเกินกว่าคำว่าอีโค่คาร์ มันสามารถขับขี่เนิบๆ ในเมืองได้อย่างนุ่มสบายแต่ถ้าต้องการซิ่งเมื่อไรได้เรื่องแน่ แถมนอกจากจะเร็วแล้วยังหนึบด้วย ต้องยอมรับเลยว่าการตัดสินใจดาวน์ไซส์เครื่องยนต์ของออนด้าใน City RS โฉมใหม่ ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเลยทีเดียว และด้วยความที่รูปลักษณ์ภายนอกเร้าใจวัยรุ่นเสียเหลือเกิน เราจะไม่สงสัยเลยว่าทำไม่จึงมี City RS แต่งสวยๆ วิ่งกันเต็มถนน งบถึงก็ไป Civic RS งบน้อยลงที่ City RS หล่อจบ สบายใจ

The Review

Honda City RS

4.4 Score

Honda City RS หล่อตั้งแต่ออกจาโรงงาน รูปลักษณ์โดนใจวัยรุ่น เครื่องยนต์แรงเกินตัวและยังประหยัดด้วย ขับดี ช่วยล่างแน่น ขับเร็วแล้วยังมั่นใจ

PROS

  • รูปลักษณ์สปอร์ตตั้งแต่ออกจากโรงงาน
  • เครื่องยนต์ทรงพลังเกินรถอีโค่คาร์
  • ขับเร็วมั่นใจ ช่วงล่างแน่นหนึบ
  • ประหยัดน่าพอใจ
  • ออปชั่นครบ

CONS

  • ดีไซน์ภายในไม่หวือหวา ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นส่วนใหญ่
  • แพดเดิลชิฟท์มีเฉพาะรุ่น RS เท่านั้น

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine & Trans9
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Honda City RS DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿739000
  • Honda Thailand
    ฿739000 Buy Now
Tags: CityHONDA

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.