ลงสนามด้วยความสง่า ซีรีส์ 5 สะบัดผ้าคลุมปรับลุคใหม่ยกไลน์อัพ ฝังเครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ 190 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด ดึงความโดดเด่นออกมาด้วยเส้นสายที่ชัดและคมขึ้น
สำหรับซีรีส์ 5 ในเจเนอเรชั่นที่ 7 นี้ มีการตกแต่งตัวถังภายนอกที่คมดุมากกว่าเดิม มอบความสะดวกสบายหรือสุนทรียภาพขณะขับขี่ภายในรวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตอบโจทย์ยุคสมัยไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นช่วยขับขี่หรือเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ปลดล็อก-ล็อกรถด้วยการเชื่อมต่อกับ Iphone โดยการสื่อสารระยะสั้น ส่วนทางด้านเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู บ่งเพาะออกมานำเสนอทั้งสองรูปแบบกับดีเซลและปลั๊กอินไฮบริด

ไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้เข้าร่วมทดสอบสมรรถนะซีรีส์ 5 ทั้ง 2 รุ่น กับ BMW 520d M Sport และ BMW 530e M Sport และซีรีส์ 3 อีก 1 รุ่นกับ BMW 330Li M Sport Gran Sedan รุ่นฐานล้อยาว แต่ในวันนี้เราอยู่กับ 520d M Sport เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ส่งพละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ให้ความแรงจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.5 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดเข็มขัด ติดเครื่องยนต์และเตรียมตัวพร้อมทะยานไปพร้อมกันบนสนามทดสอบสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี กับ BMW 520d M Sport ในสถานีอัตราเร่ง 0-100 เป็นสถานีแรก หลังกดคันเร่งเรารู้สึกว่าพลังมันค่อนข้างส่งออกมาช้ากว่าจะไต่ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ใช้เวลาไปเกือบ 10 วินาที อาจจะยังไม่ตรงกับตัวเลขที่ถูกเคลมมาไว้ที่ 7.5 วินาที

อัตราเร่งที่ทำออกมาได้เท่านี้เนื่องด้วยมันเป็นนิสัยส่วนตัวของเครื่องยนต์ดีเซล ช่วงออกตัวเราอาจจะต้องใจเย็นรอรอบสักนิดเพื่อให้มีการผลิตไอเสียไปปั่นเทอร์โบเพื่อสร้างบูสต์ เพราะฉะนั้นอัตราเร่งที่ช้ากว่านั่นยังไม่ใช่ประเด็น เพราะมันอยู่ที่การตอบสนองชองคันเร่งในช่วงการวิ่งอยู่บนความเร็วต่ำที่จะเริ่มคล่องตัวเมื่อแตะถึง 2000 รอบต่อนาที

จุดที่สังเกตได้ชัดกว่าเดิมนั้นอยู่สถานี Elk Test กับ Slalom ค่อนข้างเข้าโค้งได้ยากทั้งที่วิ่งอยู่บนความเร็มเดิม ซึ่งระบบปรับองศาของล้อหลังมันจะเข้ามาเป็นตัวช่วยที่ทำให้การเข้าโค้งนั้นเฉียบคมขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เราแอบเสียดายที่ 520d M Sport ไม่มีระบบ Integral Active Steering เพื่อให้การบังคับเลี้ยวนั้นง่ายขึ้น
ไม่เพียงแค่การทดสอบภายในสนามเท่านั้นเพราะทางบีเอ็มดับเบิลยูมีเงื่อนไขที่เราสามารถพา 520d M Sport ลงถนนลองสมรรถนะได้และต้องกลับมาให้ทันภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น เราไม่ลีรอตบไฟเลี้ยวออกด้านนอกและลองใช้พวกชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หรือ Driving Assistant ที่ทำงานได้ดีเลยทีเดียวเสียก็ตรงที่ระบบควบคุมความเร็วยังไม่ใช่ระบบแปรผัน
BMW 520d M Sport อาจจะยังไม่ตรงกับสเปกของใครหลายคนที่ตั้งไว้ แต่สำหรับเราถ้าคุณเป็นคนชอบช่วงล่างแบบ M Sport ถึก อึด ทน แรงบิดเร่งแซงมาเต็มอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวทำความคุ้นชินกับเครื่องยนต์ดีเซลไปสักพักหลังจากนั้นคุณจะหลงรักเพื่อนคู่ใจคันนี้ไปโดยปริยาย














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=soAePUr1lIQROC4fsuF12Q&_nc_tpa=Q5bMBQLKXycfYqIy1icUkV9hrIs6wBp1RwyXr0auALm3w7Uu1lnrQLUESvf61c5JfN-vxfhlXJkQx-_b&oh=00_AQLsQByBn6ZxwzLbD__RZG8mcVGUXqkUzGK9rp8UZc8rAQ&oe=6A99868A)



