Aston Martin อัพเกรดขุมพลังให้ DB11 เดิมด้วยเครื่องยนต์ V12 ที่ปรับจูนใหม่และใส่ฟีเจอร์เกรดรถแข่งเข้าไป ผลที่ได้คือ DB11 AMR ซูเปอร์คาร์ตัวท็อปของไลน์อัพ พร้อมชนกับคู่แข่งทุกคัน
DB11 AMR เป็นการแทนที่ DB11 V12 อายุ 2 ปีที่มียอดขายไม่สู้ดีนัก ขุมพลังของซูเปอร์คาร์ตัวท็อปคันนี้เป็นเครื่องยนต์ V12 ความจุ 5.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่อัพเกรดใหม่ ให้พละกำลัง 630 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และให้แรงบิด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที แรงบิดที่ได้ยังคงเท่ากับ DB11 รุ่นเดิม แต่แรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิม 30 ตัว

ไม่เพียงแค่เป็น DB11 ที่ทรงพลังที่สุดเท่านั้น แต่ซูเปอร์คาร์คันนี้ยังมีพละกำลังมากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Bentley Continental GT เครื่อง W12 626 แรงม้า และ Mercedes-AMG S65 เครื่อง V12 621 แรงม้า อีกด้วย

ตัวย่อ AMR มาจากคำว่า Aston Martin Racing เพราะฉะนั้นไม่ต้องสืบสาวให้มากความ ตัวแรงคันนี้ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จาก ZF ขับเคลื่อนล้อหลัง และมาพร้อมกับระบบท่อไอเสียแบบใหม่ที่ปล่อยเสียงออกมาเต็มๆ แบบรถแข่งอย่างไม่อายใคร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดแตะที่ 335 กม./ชม.

ช่วงล่างของ DB11 AMR ได้รับการอัพเกรดด้วยระบบกันสะเทือนแบบใหม่ที่ช่วยให้รถปราดเปรียวยิ่งขึ้น พร้อมกับเซ็ตอัพให้เหมือนกับ DB11 ตัว V8 ผลที่ได้คือตอบสนองดียิ่งขึ้นแต่ยังคงนุ่มนวลและสบายแบบรถแกรนด์ทัวเรอร์

บอดี้ภายนอกของ DB11 AMR ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และของแต่งสีดำเงา อาทิ ล้ออัลลอย กระจังหน้า และกระจกมองข้าง วัสดุโครเมี่ยมแวววาวถูกแทนที่ด้วยสีดำด้านพร้อมด้วยไฟหน้าและไฟท้ายรมดำสุดดุดัน ความแข็งแกร่งดุดันถูกส่งต่อมายังภายในห้องโดยสาร มีการตกแต่งชิ้นส่วนด้วยสีดำด้าน มาพร้อมกับเบาะหนัง Alcantara คาดทับด้วยแถบสีเหลืองมะนาว และพวงมาลัยหุ้มหนังกลับ

นอกจากนี้ Aston Martin ยังนำเสนอ DB11 AMR เวอร์ชันลิมิเต็ดผลิตเพียง 100 คัน โดยมาในสี Stirling Green คาดทับด้วยแถบสีเหลือง Lime Livery ที่จำลองมาจากตัวแข่งของค่ายในอดีต โมเดลนี้จะมาพร้อมกับชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเติมจาก AMR เวอร์ชันปกติ และภายในสี Dark Knight ตัดด้วยสีเหลืองมะนาว

DB11 AMR เวอร์ชันปกติเปิดจองแล้วตอนนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 174,995 ปอนด์ (ราว 8.75 ล้านบาท) แพงกว่า DB11 V12 ตัวก่อนหน้า 17,095 ปอนด์ (ราว 8.55 แสนบาท) ส่วนเวอร์ชันลิมิเต็ดเริ่มต้นที่ 201,995 ปอนด์ (ราว 10 ล้านบาท) ส่งมอบรถคันแรกปลายปีนี้
[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=_lyrJNqSS_E[/embedyt]














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=OTJtmuUNuuK0ysSyYyem_g&_nc_tpa=Q5bMBQKj6UaI2pdodOymBxBTPGVfDy4y_dPvA2hG7DBcamQltp0BgFpIBOgZuSZEPANFzsCl9dADHwiP&oh=00_AQIc5NI-gsX8QDkzrNJ7jBhKielm3Xe5tuXs_Hb2GkLkRQ&oe=6A9B104A)



