แอสตัน มาร์ติน เป็นรถยนต์สัญชาติอังกฤษ กำเนิดช่วงปีค.ศ. 1913 ปีนี้ นับว่าครบรอบ 110 ปี ก่อตั้งโดย ไลโอเนล มาร์ติน กับ โรเบิร์ต แบมฟอร์ต ซึ่งทั้งคู่สร้างรถแข่งร่วมกัน เพื่อไปแข่งในรายการ แอสตัน คลินตัน ฮิลล์ไคล์ม (Aston Clinton Hillclimb) และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
เร็วสุด แรงจัด และทรงตัวเป็นเลิศ คือ 3 คุณสมบัติเด่นของ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ที่ยากจะมีใครลอกเลียนแบบ ทั้งด้านพละกำลังและความแม่นยำในการบังคับควบคุมอันเหนือชั้น สร้างประสบการณ์ขับอันน่าประทับใจ

ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “ดีบีเอ็กซ์707 เป็นเอสยูวีที่ไม่มีใครเหมือน ยกระดับ แอสตัน มาร์ติน สู่จุดสูงสุดในเซกเมนต์ ผ่านการผสมผสานสมรรถนะอันจัดจ้าน การขับเคลื่อนระดับเทพ รูปลักษณ์สะดุดตา และความหรูหราแบบเต็มพิกัด นอกจากนั้น การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและศักยภาพเหนือชั้น ส่งผลให้ ดีบีเอ็กซ์707 คือ ที่สุดแห่งเอสยูวี ในทุกรายละเอียด”
รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว

รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว ความปราดเปรียว และบุคลิกการเป็นรถขับสนุก ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการสร้าง แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 โดยทุกอณูของตัวรถได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะ เติมความเร้าใจ และสะกดทุกสายตาที่ได้พบเห็น กระจังหน้าใหญ่ขึ้น 27% มาพร้อมแผ่นรีดอากาศ (front splitter) ด้านใต้และข้างกันชนหน้า ผสานช่องดักอากาศและเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบเส้นตรง ติดตั้งอุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’ บริเวณแก้มข้าง ลากยาวมาถึงประตูหน้า รวมถึงสเกิร์ตข้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นชัดเจน ด้านหลังเพิ่มชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนสปอยเลอร์หลังคา ผสานดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดเขื่องแบบเดียวกับรถแข่ง และ 4 ปลายท่อไอเสียยิงออก 2 ฝั่ง (Quad Exhaust Tailpipes) ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่หมด
สปอร์ตเต็มขั้น ดุจกำลังนั่งอยู่บนรถแข่ง

ห้องโดยสารของ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ถูกปรับแต่งให้มีอารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด ตกแต่งด้วยอัลคันทารา พร้อมเบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต โอบกระชับผู้ขับขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง บริเวณคอนโซลกลางเพิ่มปุ่มควบคุม Adaptive Drive Modes ที่มีเฉพาะ ดีบีเอ็กซ์707 แบ่งเป็น Terrain, GT, Individual, Sport และ Sport+
DBX707′ เอสยูวีที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน

ขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการเปลี่ยนใช้เทอร์โบบอลแบริ่งขนาดใหญ่ พร้อมปรับแต่งอีซียู เพื่อรีดแรงม้า-แรงบิดออกมาให้ได้มากที่สุด ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ wet clutch 9 จังหวะ ที่สามารถรับมือกับพละกำลัง 707 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,750-4,500 รอบต่อนาที ได้ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์ตเตอร์ อีกทั้งยังช่วยให้เกียร์สามารถเปลี่ยนได้รวดเร็วและกระชับกว่าเดิม มาพร้อมอัตราเร่งกระชากใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.3 วินาที ท็อปสปีด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน พร้อมลิมิเต็ดสลิปไฟฟ้า

เกาะถนนเป็นเลิศ ด้วยช่วงล่างถุงลมแบบ triple volume air chambers ติดตั้งจานคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน หน้า-หลัง 420 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ จับคู่กับคาลิเปอร์เบรก 6 พ็อต และผ้าเบรกประสิทธิภาพสูงที่ทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมิที่กว้าง ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 40.5 กิโลกรัม และเพิ่มการตอบสนองและฟีลลิงของแป้นเบรกให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อความแม่นยำและความมั่นใจในการควบคุมรถ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเบรก โดยรับอากาศจากภายนอก ผ่านช่องดักและใต้ท้องรถมาใช้ในการระบายความร้อน

แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ติดตั้งล้อแม็กขอบ 22 นิ้ว เป็นมาตรฐาน พร้อมมีออปชั่นล้อแม็กขอบ 23 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มความฉับไวในการตอบสนองของพวงมาลัย ทรงตัวดีขึ้น ส่งผลให้สามารถทำเวลาต่อรอบสนามได้ต่ำลง มาพร้อมเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) ที่ผ่านปรับแต่งให้รองรับกับแรงบิดระดับ 900 นิวตันเมตร โดยปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้จัดขึ้นเป็น 3.27:1 เทียบกับ 3.07:1 ของ ดีบีเอ็กซ์ รุ่นพื้นฐาน ส่งผลดีต่ออัตราเร่งและการตอบสนองช่วงเกียร์ต่ำ โดยยังคงความราบรื่นและสะดวกสบายในการขับ ตามแบบฉบับของเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ

อัตราส่วนการกระจายกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และสามารถส่งกำลังไปสู่ล้อหลังได้สูงสุด 100% ขณะที่เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปแบบไฟฟ้า ช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วและมั่นคงตามแบบฉบับรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ผ่านการผสมผสานโครงสร้างตัวถังและระบบส่งกำลังอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้ตัวรถมีความคล่องตัวและการยึดเกาะที่สมบูรณ์แบบ
แอสตัน มาร์ติน ได้ปลดล็อกศักยภาพของ ดีบีเอ็กซ์ เพื่อทำให้รถรุ่นนี้ขึ้นทำเนียบเอสยูวีสมรรถนะสูงสุดระดับโลก ซึงไม่เพียงเกิดขึ้นจากการปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบต่างๆ แต่มาจากความหลงใหลของวิศวกรที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งการผสมผสานเครื่องยนต์ วี8 สูบ อันทรงพลัง เข้ากับเกียร์อัตโนมัติแบบ wet clutch 9 จังหวะ ทำให้ ดีบีเอ็กซ์707 เป็นยนตรกรรมที่มีบุคลิกและสมรรถนะที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถอเนกประสงค์ ทั้งด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะ
ราคา

แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท มาพร้อม warranty และ Roadside Assistance นาน 5 ปี
แอสตัน มาร์ติน ขึ้นสู่ความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมเอสยูวีสมรรถนะสูง พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=OTJtmuUNuuK0ysSyYyem_g&_nc_tpa=Q5bMBQKj6UaI2pdodOymBxBTPGVfDy4y_dPvA2hG7DBcamQltp0BgFpIBOgZuSZEPANFzsCl9dADHwiP&oh=00_AQIc5NI-gsX8QDkzrNJ7jBhKielm3Xe5tuXs_Hb2GkLkRQ&oe=6A9B104A)



