• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home New Car

Ferrari 812 GTS สปอร์ตคาร์เปิดประทุนขุมพลัง V12 หวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

What Car? Team by What Car? Team
September 18, 2019
in New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

        Ferrari 812 GTS ม้าลำพองเครื่องยนต์ V12 800 แรงม้า หวนคืนบัลลังก์เพื่อประกาศก้องถึงความยิ่งใหญ่ นี่คือสปอร์ตคาร์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุด ณ เวลานี้

         เป็นเวลา 50 ปี นับจากที่ Ferrari เปิดตัวสปอร์ตคาร์เครื่องยนต์ V12 วางด้านหน้าเป็นครั้งแรก วันนี้ 812 GTS หวนคืนบัลลังก์เพื่อประกาศก้องถึงความยิ่งใหญ่ของหนึ่งในยนตรกรรมที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้งแบรนด์จนถึงปัจจุบันให้โลกได้รับรู้อีกครั้ง 812 GTS สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านของสมรรถนะและความพิเศษเหนือระดับ ดุดันด้วยขุมพลัง V12  800 แรงม้า อันเกรียงไกรของ Ferrari 

      ไม่เพียงแค่การเป็นสปอร์ตคาร์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดในคลาสเท่านั้น แต่ 812 GTS ยังเป็นรถที่ใช้งานได้เอนกประสงค์จากความยอดเยี่ยมของหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งให้มีพื้นที่ความจุในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมากยิ่งขึ้น หลังคาแข็งแบบพับเก็บได้นี้ใช้เวลาเพียง  14 วินาทีในการเก็บเข้าที่ และทำงานได้ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 45 กม./ชม. ทั้งยังไม่กินพื้นที่ภายในห้องโดยสารอีกด้วย กระจกหลังควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า จะทำหน้าที่เป็นแผ่นบังลม ช่วยคงความสุนทรีย์ในการขับขี่แม้จะเปิดหลังคาอยู่ก็ตาม หรือในกรณีที่ปิดหลังคา ก็ยังคงเปิดโอกาสให้ได้ดื่มด่ำเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 อย่างชัดเจนเช่นกัน

เครื่องยนต์ 

       812 GTS คือเวอร์ชั่นเปิดประทุนของรุ่น 812 Superfast ซึ่งมีทั้งคุณสมบัติและเพอร์ฟอร์มานซ์ในระดับเท่าเทียมกัน ใต้ฝากระโปรงหน้าคือเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ที่มอบพละกำลังกว่า 800 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที ซึ่งนับว่าทรงพลังที่สุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน แรงบิดที่มากถึง 718 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ช่วยยืนยันได้ว่ารถจะมีอัตราเร่งอันน่าทึ่งเช่นเดียวกับ 812 Superfast ทั้งยังรับประกันความสนุกในการขับขี่ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่ทำได้สูงสุดถึง 8,900 รอบ/นาที 

      ขีดขั้นแห่งสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์และการนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ ตัวอย่างเช่น ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ที่มีแรงดันสูงถึง 350 บาร์ และระบบควบคุมขนาดของท่อร่วมไอดีแบบแปรผัน ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศของรถแข่ง F1 นอกจากนี้ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสูง ยังทำให้เชื้อเพลิงที่ฉีดพ่นออกมา เป็นฝอยละอองขนาดเล็กมากขึ้น จึงลดมลพิษได้เป็นอย่างดีในระหว่างที่ตัวกรองไอเสียยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงาน ขณะที่ตัวกรองอนุภาคน้ำมันเบนซิน (GPF – Gasoline Particulate Filter) รวมถึงระบบ Stop&Start On the Move ซึ่งจะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะรถจอด และติดเครื่องโดยอัตโนมัติอีกครั้งเมื่อรถต้องเคลื่อนที่ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้รถคายมลพิษต่ำตามมาตรฐานข้อกำหนด

       มีการปรับปรุงการทำงานของโหมดต่างๆ ในระบบ Manettino อย่างพิถีถันเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเครื่องยนต์ และรับมือกับพละกำลังมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา นั่นหมายความว่า ผู้ขับขี่สามารถควบคุมแรงบิดมหาศาลผ่านคันเร่งได้อย่างง่ายดายและมั่นใจ ด้วยพลังที่ส่งผ่านออกมาอย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง

      เส้นโค้งของกราฟแรงบิดเผยให้เห็นว่าแรงบิดไม่ได้สูญหายไปกับการเพิ่มพลังเครื่องยนต์ โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของแรงบิด มีให้ใช้งานที่รอบต่ำเพียง 3,500 รอบ/นาที ช่วยให้รถมีสมรรถนะที่ดีแม้อยูในความเร็วต่ำ ขณะที่เส้นกราฟของแรงม้านั้นจะยกสูงขึ้นเต็มพิกัดไปจนถึง 8,500 รอบ/นาที และเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันใจตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ ผลจากการมีแรงเสียดทานต่ำส่งให้ผู้ขับสามารถสัมผัสได้ถึงอัตราเร่งอย่างไร้ขีดจำกัด การเพิ่มพลังเครื่องยนต์โดยรวม ตลอดจนการปรับพละกำลังให้อยู่ในช่วง 6,500-8,900 รอบ/นาที ช่วยเรียกแรงม้าส่วนใหญ่ออกมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเมื่อขับขี่ในสนาม หากคงรอบเครื่องยนต์ไว้ในระดับค่อนข้างสูงตลอดเวลา

        เกียร์แบบคลัตช์คู่ 7 สปีดช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับการขับขี่ เมื่อปรับสวิตช์ Manettino เข้าสู่โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ ขึ้น-ลง จะถูกปรับให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างฉับไว มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นแก่ผู้ขับขี่ นอกจากนั้น ยังมีการปรับอัตราทดเกียร์ให้ชิดกว่าเดิมจนผู้ขับสามารถสัมผัสถึงการตอบสนองคันเร่งอันว่องไวได้อย่างชัดเจน

       รูปแบบของระบบระบายไอเสียได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มและปรับสมดุลของเสียงเครื่องยนต์และเสียงที่ดังออกมาจากปลายท่อ โดยเป้าหมายก็คือ การสร้างสรรค์เสียงคำรามที่ดุดันสไตล์สปอร์ตแม้ในขณะขับขี่โดยปิดหลังคาก็ตามมีการปรับแต่งท่อไอเสียช่วงกลางเพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงที่ไพเราะยิ่งขึ้น ทุกท่อของท่อร่วมไอเสียแบบ 6-1 (6 ท่อ รวมเข้ามาเป็น 1 ท่อ) ก่อนต่อมายังตัวกรองไอเสีย มีความยาวเท่ากันทุกท่อ ช่วยให้เสียงที่ได้มีความโดดเด่นกว่าเดิม ผลลัพธ์คือเสียงคำรามหนักแน่นของขุมพลัง V12 ที่สามารถดื่มด่ำได้จากภายในห้องโดยสาร และจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีกเมื่อขับขี่โดยเปิดหลังคา

การออกแบบ 

          812 GTS ออกแบบโดย Ferrari Styling Centre ด้วยการใช้พื้นฐานจาก 812 Superfast ตัวถังด้านข้างของแฝงความเท่ในแบบฉบับของรถท้ายลาด (Fastback) ดีไซน์แบบ 2-box และส่วนท้ายรถที่ยกสูง ชวนให้รำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของ 365 GTB4 (Daytona) ปี 1968 ได้เป็นอย่างดี เมื่อมองจากด้านข้าง ส่วนท้ายของรถดีไซน์ให้พับเว้าเพื่อให้ท้ายรถดูสั้นลง เพิ่มเส้นสายคมคายในส่วนลาดเอียงของตัวถัง พร้อมด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่สะท้อนให้เห็นความกำยำและดุดัน สง่างามตามแบบฉบับของสปอร์ตคาร์ขุมพลัง V12

         ส่วนท้ายของรถไม่ว่าจะเป็นหลังคา, ฝาท้าย ไปจนถึงห้องเก็บสัมภาระ ได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายให้เกิดเป็นยนตรกรรมที่หลอมรวมความงดงามและดุลยภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เสาหลังคาซึ่งภายในติดตั้งกลไกของชุดพับหลังคาเอาไว้ ได้รับการออกแบบให้แสดงถึงการขับเคลื่อนที่พุ่งไปด้านหน้า ทั้งยังส่งให้กระจกข้างของรุ่นเปิดประทุน ดูแตกต่างออกไปจากรุ่นหลังคาแข็งได้อย่างชัดเจน และเมื่อเปิดหลังคา ชิ้นส่วนของหลังคาก็จะถูกพับเก็บไว้ใต้ฝาครอบดังกล่าว

          ด้วยความแตกต่างของตัวถัง จึงไม่มีช่องระบายอากาศบริเวณด้านบนหลังซุ้มล้อหลัง (ใกล้กับไฟท้าย) อันเป็นเอกลักษณ์ของ 812 Superfast แต่ก็ถูกทดแทนด้วยดิฟฟิวเซอร์ใต้กันชนหลังที่มีแผ่นบังคับลมเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น 812 GTS ใหม่ ยังมาพร้อมกับล้อฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยมีให้เลือก 3 สี คือ Diamond-Finish, Liquid Silver และ Grigio Scuro มาพร้อมกับยางหน้า 275/35 ZR 20 ยางหลัง 315/35 ZR 20

           มิติตัวรถยาว 4,693 มม. กว้าง 1,971 มม. สูง 1,276 มม. ความยาวฐานล้อ 2,720 มม. ความล้อหน้า 1,672 มม. ความกว้างล้อหลัง 1,645 มม. น้ำหนักรถเปล่า 1,600 กก. อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก หน้า 47% หลัง  53% ความจุห้องเก็บสัมภาระ 210 ลิตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 92 ลิตร

อากาศพลศาสตร์ (AERODYNAMICS)

         ในด้านของประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ด้วยหลังคาและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องต่างๆ ของกลไกในการพับเก็บ จึงจำเป็นต้องแก้ไขส่วนท้ายของรถให้เหมาะสม ด้วยการเปลี่ยนรูปทรงของฝาครอบใหม่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ปีกทั้ง 3 ชิ้นที่อยู่บนดิฟฟิวเซอร์กลางกันชนหลัง ซึ่งช่วยสร้างแรงดูด (ให้เกิดเป็นดาวน์ฟอร์ซ) จากใต้ท้องรถ ช่วยทดแทนดาวน์ฟอร์ซที่สูญเสียไปจากการไม่มีช่องระบายอากาศของซุ้มล้อหลังเหมือนกับใน 812 Superfast ในอีกด้านหนึ่ง แรงต้านถูกลดทอนลงจากการใช้ช่องระบายอากาศซึ่งอยู่ที่ส่วนท้ายของด้านข้างตัวถัง (เหนือซุ้มล้อหลัง) เพื่อระบายแรงดันที่เกิดขึ้นจากล้อหลังออกไป

          ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดทำให้มั่นใจได้ถึงมาตรฐานความสะดวกสบายแม้ขณะขับขี่โดยเปิดหลังคา มีการใส่ใจอย่างยิ่งทั้งในเรื่องของการลดลมหมุนวนภายในห้องโดยสารและเสียงของอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้โดยสารสามารถสนทนาระหว่างกันได้โดยไม่ถูกรบกวนแม้ในความเร็วสูง

         แผ่นขนาดเล็กทรงตัว L ซึ่งติดตั้งอยู่มุมด้านบนของกระจกหน้าทั้งสองฝั่ง ทำให้เกิดลมหมุน (Vortex) อย่างต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณเหนือกระจกหลัง ช่วยลดแรงดันอากาศด้านหลังเบาะนั่งได้เป็นอย่างดี พื้นที่ตรงส่วนนี้นักอากาศพลศาสตร์สร้างสรรค์ทางผ่านของอากาศขึ้นบริเวณส่วนหน้าของเสาหลังคาทั้งสองฝั่ง และเสริมด้วยครีบปรับทิศทางอากาศ ซึ่งจะแบ่งแยกการไหลของอากาศ ให้ออกไปยังฝากระโปรงท้าย ช่วยเสริมให้การระบายแรงดันออกจากห้องโดยสารทำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยไล่อากาศไม่ให้หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพทางแอโรไดนามิกส์และการไหลของอากาศที่ราบรื่น

พลศาสตร์ยานยนต์ (VEHICLE DYNAMICS)

          จุดประสงค์ในการพัฒนา 812 GTS คือการคงไว้ซึ่งความรู้สึกอันตราตรึงใจของความเร็ว และสัมผัสถึงพลังที่ปลดปล่อยออกมาได้เช่นเดียวกับใน 812 Superfast ระบบบังคับเลี้ยวแบบสปอร์ตควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS – Electric Power Steering) ซึ่งมีอยู่ในรถทุกรุ่นของ Ferrari ถูกนำมาใช้เพื่อดึงเอาศักยภาพของรถในด้านเพอร์ฟอร์มานซ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยทำงานร่วมกับระบบควบคุมไดนามิกส์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงระบบ SCC เวอร์ชั่น 5.0 นอกจากนั้นยังมีระบบ Virtual Short Wheelbase 2.0 (PCV) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยใช้พื้นฐานมาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน นับตั้งแต่ที่นำมาใช้ครั้งแรกกับ F12tdf

นอกจากนั้น ยังมีระบบช่วยเหลือประสิทธิภาพสูงอีกมากมายสำหรับผู้ขับขี่ ประกอบด้วย

  • Ferrari Peak Performance (FPP): ในขณะกำลังเข้าโค้ง แรงหน่วงจากพวงมาลัยจะช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบว่ารถกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดของการยึดเกาะถนน ช่วยให้ระบบควบคุมเสถียรภาพต่างๆ เริ่มทำงาน
  • Ferrari Power Oversteer (FPO) – ในกรณีที่เกิดอาการท้ายปัด (Oversteer) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อเร่งออกจากโค้ง พวงมาลัยจะหน่วงกลับไปยังทิศทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับทิศทางของรถ
  • การปรับแต่งการหน่วงนำของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช็อคอับใหม่ ช่วยให้รถมีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเช่นเดียวกับเวอร์ชั่นหลังคาแข็ง แม้ตัวถังจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 75 กิโลกรัมก็ตาม

         สมรรถนะโดยรวมของ 812 GTS ใกล้เคียงกับ 812 Superfast อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดของ Ferrari 812 GTS ก็เทียบเท่ากับรุ่นหลังคาแข็งที่ 340 กม./ชม.

Gallery

 

1 of 9
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

 

Tags: 812 GTS812 SuperfastFarrari

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.