• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

Test Drive – Mitsubishi Triton นี่คือคู่หูที่ดีงามบนเส้นทางทุกรูปแบบ

What Car? Team by What Car? Team
March 8, 2019
in First Drive, New Car
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

            หากยังจำกันได้ เราเคยทดสอบ Triton ไปแล้วหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่ถึง 24 ชม. แต่นั่นเป็นการทดสอบบนสนามออฟโรดที่เซ็ตขึ้นเพื่อวัดประสิทธิภาพและสมรรถนะบนทางฝุ่นของกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้ และมันก็ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว

            ด้วยราคาค่าตัวของ Triton ตัวท็อปที่ 1.099 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกระบะค่ายอเมริกันราคาเกือบ 1.7 ล้านบาทในด้านการขับขี่ออฟโรดแล้ว เรามองว่าความสามารถของ Triton สามารถทดแทนได้พอสมควร อาจจะไม่เว่อร์วังด้วยอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีล้ำๆ ราคาแพง แต่ถ้ามองการใช้งาน ความคุ้มค่า Triton สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกระบะออฟโรดที่ดีในราคาสบายกระเป๋าได้

            อย่างไรก็ตาม การทดสอบประสิทธิภาพของกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อได้ขับบนถนนจริง การจราจรจริง  และนี่จึงเป็นที่มาของกิจกรรมทดสอบ Triton ใหม่ที่ทางมิตซูบิชิได้จัดขึ้น โดยพาสื่อมวลชนบินไกลไปถึง จ.เชียงใหม่ เพื่อทดสอบรถในเส้นทาง ตัวเมืองเชียงใหม่-ดอยอินทนนท์-แม่วาง-ตัวเมืองเชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 230 กม. เส้นทางที่ทดสอบมีครบทุกรูปแบบตั้งแต่ทางราบไปจนถึงทางออฟโรด รถที่ใช้ในการทดสอบทั้งหมดเป็นรุ่น Double cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT ราคา 1,099,000 บาท เรารู้แล้วว่า Triton เก่งเพียงใดบนทางฝุ่น คราวนี้เราจะมาลองการขับขี่ทั่วไปดูบ้างว่าดีงามกว่ารุ่นก่อนหน้าหรือไม่อย่างไร?

ขับดีทั้งในเมืองและนอกเมือง

            เริ่มต้นการทดสอบที่โรงแรม North Hill City Resort ตัวเมืองเชียงใหม่ การขับขี่ในช่วงแรกต้องเผชิญการการจราจรที่คับคั่งแทบไม่ต่างจากกรุงเทพ ความเร็วที่ใช้จึงไม่สูงมาก แม้จะมีขนาดตัวที่สูงใหญ่ แต่ Triton ก็เอาตัวรอดได้สบายๆ เสาหน้าที่ค่อนข้างใหญ่เป็นปัญกาเล็กน้อยในบางสถานการณ์ แต่ทัศนวิสัยโดยรวมจัดว่าดีตามมาตรญานรถกระบะยกสูง

            เครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ทำงานในช่วงความเร็วต่ำได้น่าประทับใจ มีความนุ่มนวล เสียงไม่ดังมาก เช่นเดียวกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดที่ปรับปรุงใหม่จากรุ่นก่อนหน้าที่มี 5 สปีด ก็ส่งต่อกำลังได้อย่างราบรื่น จังหวะชิฟท์อัพ/ชิฟท์ดาวน์ในเกียร์ต่ำๆ แทบไม่รู้สึกถึงอาการกระตุกหรือสะดุดใดๆ เมื่อต้องการเร่งความเร็วอย่างฉับพลันเพื่อเร่งแซง หรือออกตัวจากแยกไฟแดงก็ตอบสนองได้ไว

            การขับขี่ในเมืองความสบายคือสิ่งที่จำเป็น เบาะคนขับที่ใหญ่ โอบกระชับ และนุ่ม ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายขณะขับขี่ได้ดี ขณะที่พวงมาลัยก็มีน้ำหนักปานกลางคือไม่เบาเท่าเก๋งแต่ก็ไม่หนักเท่ากระบะหลายๆ รุ่น ระยะฟรีมีพองามความไวของหน้ารถต่อการหมุนพวงมาลัยจึงอยู่ในระดับที่ควบคุมง่าย ทำให้การขับขี่ในเมืองไม่รู้สึกเหนื่อย สามารถบังคับทิศทางได้อย่างแม่นยำ

            เมื่อเจอกับรอยปะถนน ช่วงล่างก็ดูดซับแรงสะเทือนได้ดี ไม่รู้สึกกระด้างหรือตึงตังจนเกินไป ขณะที่ระบบเบรกก็เซ็ตมาได้เหมาะสม กะระยะเบรกได้ง่าย

            เมื่อหลุดจากตัวเมือง เราใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-จอมทอง มุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์ เส้นทางช่วงนี้เปิดโอกาสให้ใช้ความเร็วเดินทางที่ 100-110 กม./ชม. การขับความเร็วประมาณนี้ไม่พบว่ารถมีอาการโคลงแต่อย่างใด มีแต่ความนิ่งและมั่นคง เรารู้สึกได้ว่าช่วงล่างหนึบแน่นและเกาะถนนได้ดีกว่ามาตรฐานรถกระบะทั่วไป ขณะที่พวงมาลัยจะหนืดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะขับได้ดี

            พลัง 181 แรงม้า กับแรงบิด 430 นิวตันเมตร พา Triton พุ่งทะยานออกจากแยกไฟแดงแบบนุ่มๆ แต่ไม่อืด เข็มความเร็วบนหน้าปัดดีดขึ้นถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียงไม่นาน เราลองกระทืบคันเร่งคิ๊กดาวน์ตอนที่ใช้ความเร็ว 60 กม./ชม. เพื่อจะดูการตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ ผลออกมาถือว่าน่าประทับใจ เกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลง รอบเครื่องดีดสูงขึ้น พร้อมกับแรงดึงที่เพียงพอสำหรับเร่งแซงในช่วงจังหวะคับขัน กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นไปอย่างนุ่มนวล แต่ยังมีดีเลย์อยู่บ้างเล็กน้อย

            เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดของ Triton มาพร้อม Sport Mode +/- สำหรับควบคุมการใช้เกียร์ด้วยตนเอง ทั้งยังมีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย จากการลองใช้งานพบว่าตอบสนองได้ไวใช้ได้

            ที่ความเร็วเดินทางเครื่องยนต์ของ Triton ยังคงทำงานอย่างราบรื่น เสียงไม่ดัง ขณะที่การป้องกันเสียงรบกวนภายนอกรถก็ทำได้ดี เสียงลมเริ่มเข้ามาเมื่อความเร็วเกิน 100 กม./ชม. พร้อมกับเสียงยางที่จะเริ่มได้ยินมากขึ้น

เหลือๆ กับทางลาดชัน

            ดอยอินทนนท์เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย แน่นอนว่าทางขึ้นต้องไม่ธรรมดาเพราะว่าทั้งโหด ชัน คดเคี้ยว และขับยาก รถที่มีกำลังไม่มากพอจอดตายสนิทมาแล้วนักต่อนัก นี่จึงเป็นบททดสอบชั้นดีที่เราต้องเผชิญ ด้วยพละกำลัง 181 แรงม้าพร้อมแรงบิด 430 นิวตันเมตร เราสามารถพา Triton ขึ้นดอยได้อย่างง่ายดาย พละกำลังมีเหลือๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่ไหว การขับขี่บนทางลาดชันจำเป็นต้องใช้เกียร์ต่ำ เราจึงเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมเกียร์ด้วยตัวเองโดยใช้แพดเดิลชิฟท์ซึ่งสะดวกและก็เปลี่ยนเกียร์ได้ว่องไวโดยไม่มีติดขัด

            Triton รับมือกับโค้งมากมายบนดอยอินทนนท์ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะเป็นรถยกสูงแต่ยังเกาะถนนดีมาก รถไม่เสียอาการเมื่อต้อเจอกับโค้งตัว S การทรงตัวในโค้งดี มีโยนบ้างตามสไตล์กระบะ พวงมาลัยตอบสนองต่อการบังคับได้ดี หน้ารถหันไปตามสั่งอย่างรวดเร็ว ขับแล้วไม่ล้ามากจนเกินไป

            ด้านระบบเบรกที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มขนาดจานเบรกหน้าให้ใหญ่ขึ้นและใส่คาลิเปอร์ 2 Pot ทำให้การขับขี่บนเขามีความมั่นใจมากขึ้นและเอาอยู่ทุกสถานการณ์ แม้จะใช้เบรกอย่างหนักแต่เบรกก็ยังทำงานดีดีไม่มีอาการเฟด

อีกครั้งกับบททดสอบออฟโรด

            Triton ของเรามีเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ระบบขับเคลื่อนนี้เป็นการผสมผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์และฟูลไทม์เข้าไว้ด้วยกัน ควบคุมการปรับโหมดด้วยระบบไฟฟ้า โดยเลือกปรับได้ระหว่าง 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ, 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control เหมาะสำหรับพื้นเปียกลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้ดีขึ้น, 4HLc ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตราทดความเร็วสูง เหมาะสำหรับขับทางราบที่พื้นผิวไม่เรียบ ทางลูกรัง และ 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ เหมาะสำหรับปีนป่ายอุปสรรค เนินชัน หรือก้อนหิน

           นอกจากนี้ยังมีโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ประกอบด้วย Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock (เฉพาะ 4LLc เท่านั้น) คุณสามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ให้ตรงกับพื้นผิวที่ต้องขับได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ Triton ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันเข้ามาด้วย

            แน่นอนว่าจุดเด่นของ Triton คือความสามารถในการขับขี่ออฟโรด มิตซูบิชิจึงจัดเส้นทางออฟโรดให้ลุยกันฝุ่นตลบที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่จอนหลวง สภาพพื้นผิวเป็นดินแห้งผสมกรวด เส้นทางส่วนใหญ่ไม่ชันมาก ไม่ค่อยมีอุปสรรคให้ปีนป่าย ดังนั้นใช้ระบบขับเคลื่อน 4H และโหมด Gravel ก็เพียงพอแล้ว บางช่วงเป็นทางแคบ เราจึงได้ทดสอบระบบกล้องมองภาพรอบคันไปในตัวซึ่งมันช่วยได้จริงในจังหวะที่ต้องการความชัวร์ นอกจากนี้เรายังได้ทดสอบระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้มากสำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญ

            Triton ใหม่ได้อัพเกรดโช๊คอัพหลังให้ใหญ่ขึ้นทำให้รองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้นเมื่อขับขี่เส้นทางออฟโรด จากการทดสอบพบว่ารถมีความนิ่งขึ้น โดดเด้งน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การเปลี่ยนมาเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พวงมาลัยยังตอบสนองได้ดี ควบคุมง่ายเหมือนขับบนถนนปกติ และเราไม่พบอาการลื่นไถลเลย ระบบเบรกยังคงไว้ใจได้เหมือนเดิม ขณะที่เครื่องยนต์ก็ไม่ได้รอบสูงมากนัก การขับเส้นทางช่วงนี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่น

            หลังจบจากเส้นทางออฟโรด เรามุ่งหน้าไปที่ ร้านกาแฟเฮือนหอมรฎา ผ่านเส้นทางลาดยางคดเคี้ยวบนภูเขาสูง Triton ยังคงขับได้ดีไม่มีบกพร่อง การควบคุมยังแม่นยำและเฉียบคมเช่นเดิม ก่อนจะมุ่งหน้ากลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่เป็นอันจบทริปทดสอบ

 

            การเดินทางไกลหรือท่องเที่ยวพร้อมกับ Triton เป็นอะไรที่เหมาะมาก ความสามารถของกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้จะพาคุณไปได้ในทุกๆ ที่ของเมืองไทย และจะไม่ทำให้คุณผิดหวังไม่ว่าหนทางข้างจะมีอุปสรรคอย่างไร

ความสะดวกสบายและความปลอดภัย

            ความจริงแล้วภายในของ Triton ใหม่ ไม่ได้มีจุดแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งได้สบายสูงสุด 5 คน พื้นที่เบาะหน้าและหลังกว้างขวาง ขึ้น-ลงรถสะดวก จุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในตลาดคือมีช่องแอร์ตอนหลังให้เย็นสบายอย่างทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร

            สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีครบตามสมัยนิยม อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ครูสคอนโทรล, หน้าปัดแบบเข็มพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี, ช่องวางแก้วน้ำ, ช่องชาร์จไฟ 12V, ช่อง USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

            สิ่งที่น่าประทับใจคือระบบความปลอดภัยที่ให้มาเกือบเท่า Pajero Sport อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง, ระบบเตือนขณะถอยหลังออกจากช่องจอด, ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ, ระบบเตือนมุมอับสายตาพร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน, ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ เป็นต้น

สรุปความน่าใช้

            Mitsubishi Triton ใหม่ พิสูจน์แล้วเราเห็นแล้วว่ามันยอดเยี่ยมทั้งออนโรดและออฟโรด กระบะพันธุ์แกร่งคันนี้ขับดีในเส้นทางทุกรูปแบบ เป็นรถที่ขับสบายในเมือง นอกเมืองก็เป็นรถที่ไว้ใจได้ เครื่องยนต์ดีมีพละกำลังเหลือเฟือสำหรับทางลาดชัน การบังคับควบคุมดี ช่วงล่างดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ขณะที่ความสามารถด้านออฟโรดก็ไม่มีอะไรให้ต้องติติง เป็นที่ 1 ในกลุ่มกระบะแบรนด์ญี่ปุ่นได้อย่างไม่ต้องสงสัย รถคันนี้สามารถพาผู้เป็นเจ้าของบุกป่าฝ่าดงไปได้ทุกที่โดยไม่สร้างความกังวลให้เลยแม้แต่น้อย

            รูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดที่แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมคือการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยม ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และดุดันขึ้น นี่จะเป็นอีกจุดที่น่าจะถูกอกถูกใจผู้ซื้อจำนวนมาก สรุป ถ้าคุณต้องการกระบะฟังก์ชั่นครบๆ ราคาสมเหตุสมผล หน้าตาหล่อเหลา ปัญหารบกวนไม่ค่อยมี Mitsubishi Triton นี่แหละที่คือคำตอบ

ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูรายละเอียดสเปกที่ www.whatcar.co.th/35115/new-mitsubishi-triton-official-launch/

อ่านรีวิวการทดสอบในสนามออฟโรดที่ https://www.whatcar.co.th/35378/first-drive-mitsubishi-triton/ 

Gallery 

 

1 of 70
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

54.

55.

56.

57.

58.

59.

60.

61.

62.

63.

64.

65.

66.

67.

68.

69.

70.

Tags: First driveMITSUBISHIreviewTest driveTriton

Related Posts

bmm ix5 ภายนอกด้านหน้า
Cars

2027 BMW X5 พร้อมนำเสนอขุมพลัง 4 รูปแบบ รวมถึงเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนที่วิ่งได้ไกลถึง 845 กม. (525 ไมล์)

July 6, 2026
New Ford Fiesta
New Car

พรีวิว New Ford Fiesta: การกลับมาของรถยนต์ขนาดเล็กสายพันธุ์เกิดใหม่ พร้อมระยะทางวิ่ง 250 ไมล์

June 22, 2026
Audi A6 Allroad
New Car

Audi A6 Allroad กลับมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะการลุยออฟโรดในราคา 70,000 ปอนด์

June 16, 2026
Peugeot e-208 GTi
New Car

เผยโฉม Peugeot e-208 GTi: ฮอตแฮตช์ไฟฟ้าค่าตัว 3.5 หมื่นปอนด์ เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.5 วินาที

June 16, 2026
Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่
New Car

Mercedes GLE 63 และ GLS 63 ใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง

June 16, 2026
เผยโฉม 2026 BMW iM3
New Car

เผยโฉม 2026 BMW iM3: รถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่สู่โลกไฟฟ้าด้วยพละกำลัง 1,000 แรงม้า

June 15, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.