Mercedes-Benz VLE เป็นรถยนต์เอนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ที่มีระยะทางวิ่งไกลถึง 435 ไมล์ (ประมาณ 700 กิโลเมตร)
What Car? Says…
นกอัลบาทรอสพเนจร (Wandering Albatross) เป็นนกที่มีขนาดใหญ่มาก และด้วยช่วงปีกที่กว้างเกือบ 12 ฟุต (ประมาณ 3.6 เมตร) ช่วยให้พวกมันสามารถร่อนไปตามกระแสลมเหนือมหาสมุทรได้นานหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องกระพือปีก ดังนั้น พวกมันจึงมีขนาดที่ใหญ่โตและเดินทางได้ไกลมาก คุณอาจจะเริ่มมองเห็นแล้วว่าเรื่องนี้กำลังจะเชื่อมโยงไปถึงรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง Mercedes VLE อย่างไร
เกร็ดหน้ารู้: Wandering Albatross (ชื่อวิทยาศาสตร์: Diomedea exulans) หรือที่คนไทยเรียกว่า นกอัลบาทรอสพเนจร เป็นนกทะเลขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น นกบินได้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีช่วงปีกกว้างได้ถึง 3.5 เมตร และได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าแห่งการร่อนกลางอากาศ
VLE มีความยาวตัวถังมากกว่า 5.3 เมตร ซึ่งถือเป็นรถยนต์เอนกประสงค์ (MPV) ขนาดมหึมา อย่างไรก็ตาม ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ชาญฉลาด ทำให้มันมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ที่ยอดเยี่ยมจนสามารถเอาชนะ Toyota Prius ได้ ส่งผลให้ VLE สามารถเดินทางได้เป็นระยะระยะทางไกลมากต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ระยะทางวิ่งดังกล่าวจะสร้างความกังวลใจให้กับ Volkswagen ID Buzz อย่างแน่นอน และรวมไปถึงรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูง (SUV) พลังงานไฟฟ้าแบบ 7 ที่นั่งอย่าง Hyundai Ioniq 9 และ Kia EV9 ด้วยเช่นกัน
VLE จะเริ่มวางจำหน่ายในปลายปี 2026 โดยมีกำหนดส่งมอบรถล็อตแรกในช่วงต้นปี 2027 แม้ว่าราคายังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เราคาดว่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ £80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3,600,000 บาท) และนี่คือข้อมูลว่ารถคันนี้มีความน่าสนใจอย่างไรในทุกๆ ด้านที่สำคัญ
มีอะไรใหม่บ้าง?
- มิถุนายน 2026: เราเข้าร่วมงานเปิดตัวสื่อมวลชนระดับนานาชาติและได้ขับ Mercedes VLE เป็นครั้งแรก
- มีนาคม 2026: Mercedes เปิดตัว ‘แกรนด์ลิมูซีน’ (Grand Limousine) รถยนต์เอนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ VLE
ภาพรวม (Overview)
Mercedes VLE ถูกคาดหมายว่าจะมีราคาสูงมาก แต่ในทางกลับกัน คุณก็จะได้รถที่มีขนาดใหญ่และอเนกประสงค์อย่างแท้จริง การออกแบบภายในกว้างขวางและใช้งานได้จริง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ช่วยให้เดินทางได้ไกลมากต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี โดยเน้นความนุ่มนวลสะดวกสบายเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการควบคุมที่ปลอดภัยและมั่นคง เราคิดว่ารุ่นเริ่มต้นก็เพียงพอต่อความต้องการของคนส่วนใหญ่แล้ว แต่ Mercedes ก็มีรุ่นย่อยที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งานของรถ MPV
| จุดเด่น | จุดด้อย |
| ✅ การขับขี่ที่นุ่มนวลราวกับพรมกำมะหยี่ ✅ ห้องโดยสารกว้างขวางและปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางได้หลากหลาย ✅ระยะทางวิ่งไกลเป็นพิเศษ | ❌ คาดว่าจะมีราคาแพง ❌ หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าอาจดึงดูดสายตาและรบกวนสมาธิผู้ขับขี่ |
สมรรถนะและการขับขี่ (Performance & drive)
ความรู้สึกในการขับขี่, และความเงียบภายในห้องโดยสาร
| จุดเด่น | จุดด้อย |
| ✅ ช่วงล่างนุ่มนวลสะดวกสบาย ✅ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จคุ้มค่าและเหนือกว่าคู่แข่ง ✅การควบคุมรถปลอดภัยและมั่นคง… | ❌ … แต่ความคล่องตัวยังไม่เทียบเท่า VW ID Buzz ❌ อัตราเร่งไม่เร็วแรงเท่า Ioniq 9 Performance AWD ❌ มีเสียงรบกวนจากพื้นถนนและเสียงการทำงานของระบบกันสะเทือนเล็กน้อย |
รถคันนี้เร็วแค่ไหน และมอเตอร์รุ่นใดดีที่สุด?
Mercedes VLE มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (ใช้รหัส VLE 300) ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงเพียงพอในทุกสถานการณ์ เราขอจดจำไว้ว่ามันให้สมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่มองหารถ MPV ขนาดใหญ่ได้อย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (ใช้รหัส VLE 400 4Matic) มีตัวเลขอัตราเร่งที่เร็วกว่ามากบนหน้ากระดาษ แต่ในการใช้งานจริงในโลกตะวันตก ความแตกต่างนั้นกลับรู้สึกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
| รุ่นย่อย | กำลังสูงสุด | อัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม. (0-100 กม./ชม.) | ความเร็วสูงสุด |
| VLE 300 | 272 แรงม้า (bhp) | 8.9 วินาที | 112 ไมล์/ชม. (180 กม./ชม.) |
| VLE 400 4Matic | 416 แรงม้า (bhp) | 6.5 วินาที | 112 ไมล์/ชม. (180 กม./ชม.) |
หากอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญที่สุด คุณจะรู้สึกประทับใจกับ VW ID Buzz GTX หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ Hyundai Ioniq 9 Performance AWD มากกว่า
ตัวรถมีความคล่องตัวและช่วงล่างนุ่มนวลหรือไม่?
หากจะกล่าวว่า VLE เป็นรถที่มีความคล่องตัวสูงก็อาจจะดูเกินจริงไปหน่อย แต่ตัวรถมีแรงยึดเกาะที่ดีและระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่เพื่อเพิ่มความสามารถในการซอกแซก รวมถึงระบบเลี้ยวสี่ล้อ (Four-wheel steering) ที่ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวให้แคบลงและมอบความเสถียรเป็นพิเศษเมื่อใช้ความเร็วสูง ระบบนี้ทำงานได้อย่างมหัศจรรย์ในรถยนต์ขนาดใหญ่โตอย่าง VLE แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันยังคงไม่รู้สึกคล่องตัวเท่ากับ ID Buzz ที่มีขนาดเล็กกว่าและน้ำหนักเบากว่า
แต่แน่นอนว่า ความนุ่มนวลของช่วงล่างคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ และเป็นเรื่องน่ายินดีที่การขับขี่ของ VLE นั้นนุ่มนวลเป็นพิเศษ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air suspension) ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ขรุขระ แต่ตัวรถกลับไม่เคยรู้สึกโหวงหรือโยนตัวเลย
นี่คือการสลับบทบาทที่คุณอาจคาดไม่ถึง: ในแง่ของความนุ่มนวลของช่วงล่าง VLE เหนือกว่า ID Buzz รวมถึง Ioniq 9 และ Kia EV9 ไปอีกขั้นหนึ่ง
ตัวรถเงียบไหม และขับขี่ให้ราบรื่นได้ง่ายเพียงใด?
VLE เป็นรถที่เงียบมากจริงๆ เราตรวจพบเสียงรบกวนจากพื้นถนนและเสียงการทำงานของระบบกันสะเทือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนเสียงลมปะทะนั้นแทบสังเกตไม่ได้เลยแม้จะวิ่งด้วยความเร็วเดินทางบนมอเตอร์เวย์
การขับขี่ให้มีความราบรื่นนุ่มนวลนั้นทำได้ง่ายดายมาก ระบบควบคุมทั้งหมดมีน้ำหนักที่พอดีและแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น แป้นเบรกให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคง และกะแรงกดได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวรถยังมีโหมดการทำงานของระบบการเบรกเพื่อชาร์จกลับ (Regenerative braking) ให้เลือกหลายรูปแบบ รวมถึงโหมดการขับขี่แบบแป้นเหยียบเดียว (One-pedal driving)
เป็นข้อสังเกตที่สำคัญว่า VLE 400 4Matic มีความสามารถในการลากจูงน้ำหนักสูงสุดถึง 2,500 กิโลกรัม ในขณะที่รุ่น VLE 300 มีขีดจำกัดการลากจูงสูงสุดอยู่ที่ 1,000 กิโลกรัม
ระยะทางวิ่งและประสิทธิภาพพลังงานเป็นอย่างไร รวมถึงชาร์จไฟได้เร็วแค่ไหน?
ตัวเลขระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการยังไม่ได้รับการสรุปในขั้นสุดท้าย แต่เราทราบดีว่ารุ่น VLE 300 จะมีระยะทางวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 435 ไมล์ (ประมาณ 700 กิโลเมตร) ตามมาตรฐานทางการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ไม่มีทั้ง ID Buzz, Ioniq 9 หรือ EV9 คันไหนเลยที่สามารถทำระยะทางได้แตะระดับ 400 ไมล์ (643 กิฯโลเมตร) อย่าว่าแต่จะไปถึง 435 ไมล์เลย
หากต้องการระยะทางวิ่งที่ไกลกว่านี้ คุณอาจต้องยอมลดจำนวนเบาะนั่งลงเหลือ 5 ที่นั่ง และหันไปเลือกซื้อรถยนต์เช่น BMW iX3 (ซึ่งทำระยะทางได้สูงสุด 500 ไมล์ หรือราว 804 กิโลเมตร)
เราได้รับข้อมูลมาว่า ความเร็วในการชาร์จสูงสุดของ VLE จะอยู่ที่อย่างน้อย 300 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ ID Buzz (สูงสุด 200 กิโลวัตต์), Ioniq 9 และ EV9 (ทั้งสองรุ่นรองรับ 250 กิโลวัตต์) การใช้เครื่องชาร์จความเร็วสูงที่มีกำลังไฟเพียงพอ จะทำให้คุณสามารถชาร์จพลังงานกลับคืนสู่แบตเตอรี่ขนาดมหึมา 115 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ของ VLE ได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
“สำหรับการขับขี่รอบเมือง ผมพบว่าตัวรถมีอัตราประสิทธิภาพพลังงานที่ดีกว่า 3 ไมล์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (ประมาณ 4.8 กิโลเมตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง) ซึ่งถือเป็นประสิทธิภาพที่ดีมากสำหรับรถยนต์ขนส่งผู้โดยสารขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากเช่นนี้” — Oliver Young, ผู้รีวิว

การออกแบบภายในห้องโดยสาร (Interior)
การจัดวางตำแหน่งหน้าปัด, อุปกรณ์ และงานประกอบ
| จุดเด่น | จุดด้อย |
| ✅ ตำแหน่งที่นั่งขับขี่สูง ทัศนวิสัยดี ✅ วัสดุที่เลือกใช้มีคุณภาพสูง ✅ ทัศนวิสัยรอบคันโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี… | ❌ … ยกเว้นเสาหลังคารถด้านหน้าที่มีความหนาเกินไป ❌ หน้าจอผู้โดยสารตอนหน้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย ❌ ปุ่มควบคุมการสั่งงานแบบปุ่มกดจริงมีน้อยเกินไป |
ห้องโดยสารภายในหน้าตาเป็นอย่างไร และงานประกอบดีไหม?
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes VLE มีความทันสมัยและตกแต่งสไตล์มินิมอล ซึ่งจะให้ความรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่เพิ่งก้าวข้ามมาจาก Mercedes GLC Electric รุ่นใหม่
คุณภาพของวัสดุโดยรวมถือว่าดีมากสำหรับรถยนต์ในระดับเดียวกัน มีการเลือกใช้วัสดุแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) บริเวณส่วนบนของแผงประตูและที่วางแขน แต่อาจมีพลาสติกที่แข็งและเป็นรอยง่ายอยู่บ้างในตำแหน่งที่ต่ำลงไป
ความรู้สึกของงานประกอบภายใน VLE ถือว่ายกระดับขึ้นมาจาก VW ID Buzz และนำหน้า Kia PV5 (ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด) ไปไกล อย่างไรก็ตาม Hyundai Ioniq 9 จะให้สัมผัสห้องโดยสารที่หรูหราและประณีตกว่า
เราพบปัญหาด้านงานประกอบอยู่หนึ่งจุด (มีเสียงสั่นสะเทือนดังมาจากภายในแผงหน้าปัด) แต่เราจะยกผลประโยชน์ให้แก่ทาง Mercedes เนื่องจากรถที่เรานำมาทดสอบเป็นรถรุ่นก่อนการผลิตจริง (Pre-production model) ขณะที่รถ VLE คันอื่นๆ ที่เราได้ทดสอบร่วมกันนั้นให้ความรู้สึกที่แน่นหนาและแข็งแกร่งดี
ตำแหน่งเบาะนั่งขับขี่สบายไหม และมองออกไปภายนอกได้ง่ายเพียงใด?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณจะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงและตั้งตรงภายใน VLE ทำให้คุณมีมุมมองที่ยอดเยี่ยมต่อสภาพถนนด้านหน้า รวมถึงทัศนวิสัยด้านข้าง ข้ามไหล่ และกระจกหลังที่ดี ทว่า มุมมองบริเวณทางแยกของคุณจะถูกบดบังด้วยเสาหลังคารถด้านหน้าที่มีขนาดหนา แม้จะมีกระจกช่องรับแสงขนาดเล็กติดตั้งมาให้ แต่มันแทบไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย
เพื่อช่วยในการขับขี่ ซอกแซก และการจอดรถ VLE จึงได้รับการติดตั้งระบบเซนเซอร์กะระยะและกล้องมองภาพรอบทิศทางมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
แผงหน้าปัดและระบบสาระบันเทิงใช้งานง่ายหรือไม่?
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.25 นิ้วมีความคมชัด อ่านง่าย และสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลากหลาย ส่วนระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) พร้อมระบบนำทางแบบเทคโนโลยีโลกเสมือน (Augmented Reality) นั้นดูน่าประทับใจแต่อาจทำให้รู้สึกข้อมูลล้นเกินไปบ้างในบางครั้ง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปิดการใช้งานได้หากต้องการ
หน้าจอระบบสาระบันเทิงหลักขนาด 14.0 นิ้วมีกราฟิกที่เฉียบคม การตอบสนองที่รวดเร็ว และเมนูต่างๆ ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย มีปุ่มกดจริงติดตั้งอยู่ด้านล่างหน้าจอ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีปุ่มแยกสำหรับระบบปรับอากาศ ซึ่งในจุดนี้ ID Buzz ยังคงให้แถบควบคุมระบบปรับอากาศแบบสัมผัสที่ใช้งานระหว่างขับขี่ได้ง่ายกว่า
นอกจากนี้ยังมีหน้าจอที่สามสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าติดตั้งมาให้ด้วย ผู้โดยสารของคุณอาจจะเพลิดเพลินกับมัน แต่สำหรับตัวคุณในฐานะผู้ขับขี่อาจจะไม่ชอบนัก เนื่องจากมันดึงสายตาผ่านมุมมองเหลือบด้านข้างได้ง่าย ระบบนี้สามารถปิดหน้าจอเองได้อัตโนมัติหากตรวจพบว่าผู้ขับขี่ละสายตามามองเป็นเวลานานเกินไป
“ระบบเครื่องเสียงที่ได้รับการอัปเกรดมาพร้อมกับระบบเสียง Dolby Atmos ในตัว และในรุ่นท็อปสุดจะได้รับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 31.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมโหมดโรงภาพยนตร์ (Cinema mode) ซึ่งเราพบว่ามันยอดเยี่ยมและน่าทึ่งมาก”— Oliver Young, ผู้รีวิว

พื้นที่ผู้โดยสารและห้องเก็บสัมภาระ (Passenger & boot space)
การรองรับผู้โดยสารและการจัดเก็บสิ่งของ
| จุดเด่น | จุดด้อย |
| ✅ พื้นที่รองรับผู้ใหญ่ที่มีความสูง 6 ฟุต (ประมาณ 183 เซนติเมตร) ได้ถึง 8 คน ✅ ห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ (แม้จะใช้งานเบาะนั่งครบทุกตำแหน่ง) ✅ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบเบาะนั่งที่ยอดเยี่ยม | ❌ จุดอ่อนงั้นหรือ? คุณเห็นขนาดตัวของมันหรือยังล่ะ! |
มีพื้นที่กว้างขวางแค่ไหนสำหรับผู้โดยสาร?
กว้างมาก แม้ในรูปแบบการจัดวางเบาะนั่งแบบ 8 ที่นั่ง Mercedes VLE ก็ยังสามารถรองรับผู้ใหญ่ที่มีความสูงระดับ 6 ฟุตได้ครบทุกที่นั่ง ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเบาะนั่งสามารถเลื่อนไปมาบนรางสไลด์และสามารถถอดออกได้อย่างสมบูรณ์ จึงมีรูปแบบการจัดวางตำแหน่งที่นั่งให้เลือกเล่นได้อย่างหลากหลาย
ในรุ่นท็อปสุดที่เรียกว่า Exclusive คุณจะได้เบาะนั่งแบบอาร์มแชร์ขนาดใหญ่โตจำนวน 2 ที่นั่งในแถวที่สอง แต่ก็ยังมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับเบาะนั่งแถวที่สาม ซึ่งแถวที่สามนี้ประกอบไปด้วยเบาะนั่ง 3 ตำแหน่ง และใช่แล้ว… มันยังคงรองรับผู้ใหญ่ตัวโตระดับ 6 ฟุตได้อย่างสบายๆ
มีพื้นที่มากแค่ไหนสำหรับสัมภาระ?
แม้จะกางเบาะนั่งแถวที่สามออกใช้งาน แต่ก็ยังมีพื้นที่ด้านท้ายเหลือเฟือสำหรับใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้อย่างน้อย 4 ใบ ในแง่ของตัวเลข มันมีปริมาตรความจุสูงถึงเกือบ 800 ลิตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่ท้ายรถของ VW ID Buzz รุ่นฐานล้อยาว (LWB) ที่มีเพียง 306 ลิตรเท่านั้น
หากถอดเบาะนั่งออกทั้งหมด คุณจะได้พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 4,078 ลิตร ซึ่ง ณ จุดนั้น ตัวรถจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรถตู้ขนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ในอนาคตจะมีการเปิดตัวเวอร์ชันรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial version) ของ VLE ตามออกมา รวมถึงรุ่นฐานล้อยาวด้วยเช่นกัน
“เราได้รับชมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในตระกูลนี้ทั้งหมด ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นสำหรับขนส่งผู้โดยสาร ไปจนถึงรุ่นที่ตกแต่งหรูหราอย่าง Exclusive และรุ่น VLE ฐานล้อยาวที่กำลังจะตามมา พวกมันทุกคันมีขนาดใหญ่โตมากและความอเนกประสงค์นั้นน่าประทับใจอย่างแท้จริง”— Oliver Young, ผู้รีวิว

การซื้อและการเป็นเจ้าของ (Buying & owning)
ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน, ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย
| จุดเด่น | จุดด้อย |
| ✅ อุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้ครบครัน ✅ เงื่อนไขการรับประกันที่สมเหตุสมผล ✅ | ❌ ยังไม่มีการยืนยันราคาอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวโน้มว่าจะแพงมาก ❌ ยังไม่มีข้อมูลสถิติด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในขณะนี้ |
ราคาเท่าไหร่และได้อุปกรณ์อะไรบ้าง?
นี่เป็นคำถามที่ตอบได้ยากเนื่องจากราคายังไม่ได้รับการประกาศเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์ว่า Mercedes VLE จะมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ £80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3,600,000 บาท) ซึ่งทำให้มันมีราคาแพงกว่า Hyundai Ioniq 9 และ VW ID Buzz รวมถึงแพงกว่า Kia PV5 ทุกรุ่นย่อยอย่างชัดเจน
ข้อมูลจำเพาะสำหรับตลาดสหราชอาณาจักรยังไม่นิ่ง แต่ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ จะมีรุ่นย่อยเปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน (VLE), AMG Line และ Exclusive ซึ่งรุ่นมาตรฐานนั้นดูเหมือนจะให้ อุปกรณ์มาเพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อส่วนใหญ่แล้ว โดยมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ประตูสไลด์ด้านหลังทำงานด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมกระจกหน้าต่างแถวหลังเลื่อนเปิด-ปิดได้ และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
ทางด้านรุ่น AMG Line จะเพิ่มชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ต รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว กันชนหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น และสายเข็มขัดนิรภัยสีแดง ขณะที่รุ่นสูงสุดอย่าง Exclusive จะได้รับออปชันแบบจัดเต็ม รวมถึงเบาะนั่งแถวสองสไตล์อาร์มแชร์แยกอิสระที่กล่าวไปข้างต้น และหน้าจอพับเก็บได้ขนาด 31.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
นอกจากนี้ยังควรระบุด้วยว่า ในตลาดประเทศเยอรมนี ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมและระบบเลี้ยวสี่ล้อถูกจัดวางไว้เป็นออปชันเสริมที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่าตลาดสหราชอาณาจักรจะดำเนินรอยตามหรือจะติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน
ตัวรถมีความน่าเชื่อถือเพียงใดและการรับประกันนานแค่ไหน?
เราคงต้องรอผลการใช้งานจริงเพื่อพิสูจน์ว่า VLE จะมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ในฐานะแบรนด์ Mercedes-Benz ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 22 จากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหมด 30 รายในการสำรวจ ซึ่งอยู่ในอันดับที่สูงกว่า VW แต่ยังคงตามหลัง Hyundai และ Kia
หากมีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น Mercedes มอบการรับประกันตัวรถเป็นระยะเวลา 3 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่คุณจะได้รับเงื่อนไขการรับประกันที่ยาวนานกว่าจาก Hyundai (5 ปี) และ Kia (7 ปี)
ตัวรถมีความปลอดภัยแค่ไหน?
VLE ยังไม่ได้รับการทดสอบการชนโดยสถาบัน Euro NCAP แต่ตัวรถอัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) มากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างอัตโนมัติ (Distance Assist), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane-keep Assist), ระบบช่วยตรวจจับและหักหลบสิ่งกีดขวางขณะถอยจอด (Manoeuvring Assist) และระบบช่วยพวงมาลัยหักหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ (Autonomous Evasive Steering) หากเกิดการชนปะทะขึ้น ตัวรถมีถุงลมนิรภัยพร้อมทำงานถึง 11 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร
“เมื่อพิจารณาจากชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้งหมดที่ติดตั้งมาให้ ผมจะรู้สึกประหลาดใจมากหาก VLE ไม่ได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวเต็มจาก Euro NCAP”— Oliver Young, ผู้รีวิว
| ซื้อเลยถ้า… | อย่าซื้อถ้า… |
| ✅ คุณมีงบประมาณในการซื้อสูงมาก ✅ คุณต้องการรถยนต์ MPV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ✅ คุณจำเป็นต้องใช้งานรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์อย่างแท้จริง | ❌ คุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้เบาะนั่งอย่างน้อย 6 ที่นั่ง หรือพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ❌ คุณต้องการรถ MPV ที่เน้นความแรงและมีความคล่องตัวสูงที่สุด ❌ งบประมาณของคุณไม่เพียงพอสำหรับการซื้อ VW ID Buzz ด้วยซ้ำ |

ตารางสเปก Mercedes VLE (2026)
| หัวข้อจำเพาะ | รุ่น VLE 300 | รุ่น VLE 400 4Matic |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) | ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) |
| กำลังสูงสุด | 272 แรงม้า (hp) | 416 แรงม้า (hp) |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 8.9 วินาที | 6.5 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 180 กม./ชม. (112 ไมล์/ชม.) | 180 กม./ชม. (112 ไมล์/ชม.) |
| ความจุแบตเตอรี่ | 115 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) | 115 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP) | ประมาณ 700 กม. (435 ไมล์) | ไม่มีระบุในบทความ |
| กำลังไฟชาร์จกระแสตรง (DC) | สูงสุดอย่างน้อย 300 กิโลวัตต์ ($kW$) | สูงสุดอย่างน้อย 300 กิโลวัตต์ ($kW$) |
| ระยะเวลาชาร์จไว (DC) | ต่ำกว่า 30 นาที | ต่ำกว่า 30 นาที |
| พิกัดน้ำหนักลากจูงสูงสุด | 1,000 กิโลกรัม | 2,500 กิโลกรัม |
| มิติตัวถังความยาว | มากกว่า 5.3 เมตร | มากกว่า 5.3 เมตร |
| ความจุห้องเก็บสัมภาระท้าย | 800 – 4,078 ลิตร | 800 – 4,078 ลิตร |
| ราคาคาดการณ์ (สหราชอาณาจักร) | เริ่มต้นประมาณ £80,000 ปอนด์ (ราว 3,600,000 บาท) | ไม่มีระบุในบทความ |
การเปรียบเทียบรายหมวดหมู่ (Key Categories)
ระยะทางวิ่งจริงและประสิทธิภาพพลังงาน (Real-World Range / Efficiency)
- Mercedes VLE 300: ระยะทางวิ่งทดสอบอย่างเป็นทางการทำได้สูงถึง 435 ไมล์ (ประมาณ 700 กม.) เหนือกว่าคู่แข่งทุกคันในตลาดอย่างเห็นได้ชัด และทำอัตราสิ้นเปลืองในเมืองได้ดีกว่า 4.8 กม./กิโลวัตต์-ชั่วโมง
- คู่แข่ง (VW ID Buzz, Hyundai Ioniq 9, Kia EV9): ไม่มีรถรุ่นใดในกลุ่มคู่แข่งที่สามารถทำระยะทางวิ่งได้แตะระดับ 400 ไมล์ (643 กม.) ในโลกแห่งความเป็นจริง
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE
เทคโนโลยีระบบชาร์จและสมรรถนะ (Charging / Performance)
- Mercedes VLE: แบตเตอรี่ขนาดใหญ่โตถึง 115 kWh รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุดอย่างน้อย 300 kW สามารถชาร์จพลังงานกลับคืนสู่ตัวรถได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที สำหรับรุ่น VLE 400 4Matic ให้กำลัง 416 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที
- คู่แข่ง: VW ID Buzz รองรับการชาร์จสูงสุด 200 kW ขณะที่ Hyundai Ioniq 9 และ Kia EV9 รองรับที่ 250 kW ทว่าในด้านอัตราเร่งฉับไวและความแรงช่วงออกตัว Hyundai Ioniq 9 Performance AWD และ ID Buzz GTX ทำได้กระฉับกระเฉงกว่า
- 🏆 ผู้ชนะด้านระบบชาร์จไว: Mercedes VLE / 🏆 ผู้ชนะด้านความแรงและอัตราเร่ง: Hyundai Ioniq 9 Performance AWD
ความอเนกประสงค์และพื้นที่เก็บสัมภาระ (Practicality)
- Mercedes VLE: ตัวถังยาวกว่า 5.3 เมตร เบาะนั่งปรับสไลด์และถอดออกได้อิสระ รองรับผู้ใหญ่สูง 183 ซม. ได้สบายๆ ถึง 8 ที่นั่ง พื้นที่ท้ายรถขณะใช้งานเบาะครบสูงถึง 800 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 4,078 ลิตรเมื่อถอดเบาะออก
- คู่แข่ง: VW ID Buzz รุ่นฐานล้อยาว (LWB) มีพื้นที่ท้ายเบาะแถวสามเพียง 306 ลิตร และมีพื้นที่ห้องโดยสารที่สั้นกว่าอย่างชัดเจน
- 🏆 ผู้ชนะ: Mercedes VLE
ฟีลลิงการขับขี่และการเซ็ตติ้งช่วงล่าง (Ride & Handling)
- Mercedes VLE: โดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air Suspension) ซับแรงกระแทกจากผิวถนนได้เรียบเนียนราวนั่งบนพรม เสริมด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อ (Four-wheel steering) ช่วยลดวงเลี้ยวรถคันใหญ่ แต่ตัวรถยังคงมีน้ำหนักมากทำให้ขาดความคล่องตัวในการซอกแซกในเมือง
- คู่แข่ง: VW ID Buzz มีน้ำหนักตัวที่เบากว่าและตัวถังกระชับกว่า ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัว พลิกเลี้ยวได้สนุกสนานและเป็นธรรมชาติมากกว่าในเขตเมือง
- 🏆 ผู้ชนะด้านความนุ่มนวล: Mercedes VLE / 🏆 ผู้ชนะด้านความคล่องตัว: VW ID Buzz
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
The Review
VLE
Mercedes VLE ปี 2026 คือการนิยามใหม่ของรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ขนาดใหญ่ในยุคยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยตัวถังที่ยาวกว่า 5.3 เมตร และเพียบพร้อมไปด้วยความหรูหราระดับท็อปคลาส มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท้าชนคู่แข่งสายตรงอย่าง VW ID Buzz รวมถึงข้ามรุ่นไปเขย่าบัลลังก์ SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่งอย่าง Hyundai Ioniq 9 และ Kia EV9 จุดเด่นสำคัญที่ไม่มีใครเลียนแบบได้คือ ระยะทางวิ่งจริงที่ไกลถึง 700 กิโลเมตร และระบบกันสะเทือนแบบถุงลมที่มอบความนุ่มนวลสูงสุด รถคันนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร ครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณระดับพรีเมียม และผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์อย่างไร้ขีดจำกัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการค้นหาสถานีชาร์จบ่อยๆ
PROS
- วิ่งไกลเป็นพิเศษ: ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 700 กม. (435 ไมล์) เหนือกว่าคู่แข่งทุกคันในเซกเมนต์
- ช่วงล่างนุ่มนวลขั้นสุด: ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้เรียบเนียนราวนั่งบนพรม
- ห้องโดยสารกว้างขวาง: รองรับผู้ใหญ่ส่วนสูง 183 ซม. ได้สบายๆ ถึง 8 ที่นั่ง โดยเบาะสามารถเลื่อนสไลด์หรือถอดออกได้อิสระ
- พื้นที่สัมภาระมหาศาล: ความจุท้ายรถตอนกางเบาะครบสูงถึง 800 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 4,078 ลิตรเมื่อถอดเบาะออก
CONS
- ราคาแพงมาก: คาดการณ์ราคาเริ่มต้นสูงถึงประมาณ £80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3,600,000 บาท) ซึ่งแพงกว่าคู่แข่งชัดเจน
- ตัวรถขาดความคล่องตัว: มิติตัวถังยาวกว่า 5.3 เมตร และน้ำหนักรถที่มาก ทำให้ซอกแซกในเมืองยากกว่า VW ID Buzz
- หน้าจอผู้โดยสารรบกวนสายตา: หน้าจอที่สามฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าดึงดูดสายตาและเบี่ยงเบนสมาธิผู้ขับขี่ได้ง่าย
- ปุ่มสัมผัสใช้งานยากขณะขับรถ: ขาดปุ่มกดจริงสำหรับระบบปรับอากาศ ทำให้ต้องเพ่งมองและสั่งงานผ่านหน้าจอกลางขนาด 14.0 นิ้วแทน
- มุมมองทางแยกถูกบดบัง: เสาหลังคารถด้านหน้า (A-pillars) มีขนาดหนาเกินไป ทำให้บดบังทัศนวิสัยเมื่อต้องมองมุมเฉียง
Review Breakdown
-
สมรรถนะและการขับขี่
-
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
-
พื้นที่ผู้โดยสารและห้องเก็บสัมภาระ
-
การซื้อและการเป็นเจ้าของ













![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UQdnNd_YFa8Q7kNvwFp5AsJ&_nc_oc=AdrHMgY6RybMYExhpDd0LTghq69KI7PPbYdTeGAedp6GegKvg3-ngUOuI1TNZZb8wCZRLfX2cSUblItJvGgLIUSm&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=_bX36GKswq-1eXFtMuvWGg&_nc_tpa=Q5bMBQLa6lqUM9CGnHIC0zha_Tuyl-HvzqPCmwRab0oot4OZTDA2FVFxrRGczAd3quQv9Lvckq0n3ouW&oh=00_AQHe5rDdpGIVekAy6wMD5T6AGlatGWiQ7KLFsXg6Yiawow&oe=6A8EFA8A)




![📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV](https://scontent-sin2-1.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/772280514_1477124561103747_2233245962568407907_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=102&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiRkVFRC5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UqLKksXu0-UQ7kNvwH-XCE7&_nc_oc=AdrJmG-rWxqzf6RPZxNNdTo-sG0loYlJDLLxO2wn8wiVLjUGbpInfe5PJBZMn5dCt2yK9-54tsOfDPazAgXEGN87&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin2-1.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=_bX36GKswq-1eXFtMuvWGg&_nc_tpa=Q5bMBQI-GXxoTqfAYTISES_7tr7sPrk9K_R6P9xNlwwQKPM-W6jVHncuJec6EpuD-Fvuk7YMdG_kwipq&oh=00_AQEULdYIHfvmPZpbKULPrVYm7686aVzWk_9ggaNisyOe2g&oe=6A8EEB8B)