• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Tip Technic

เคล็ดลับการลากจูงเพื่อธุรกิจและการเดินทางท่องเที่ยว

What Car? Team by What Car? Team
October 10, 2018
in Tip Technic
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

รถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ในปัจจุบันมักมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง และได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ทรงพลังเพื่อให้สามารถบรรทุกสัมภาระหนักได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ “เทรลเลอร์” หรือรถพ่วงอีกคัน จะช่วยแบ่งเบาการบรรทุกสัมภาระบนรถยนต์คันหลักได้เป็นอย่างดี ซึ่งรถกระบะประเภทตัวถังยกสูง และรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เหมาะสม จะสามารถขับขี่ลากจูงเทรลเลอร์ทั้งเพื่อการประกอบธุรกิจและการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างมั่นใจ

การลากจูงพ่วงท้ายมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการถ่ายเทน้ำหนักมากกว่าการบรรทุกสัมภาระจำนวนมากจนสูงและหนักเกินไปบนตัวรถ การบรรทุกสัมภาระอย่างไม่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอันตรายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อการควบคุมรถยนต์ สิ้นเปลืองอัตราน้ำมันเนื่องจากเกิดแรงต้านทานลมที่เพิ่มขึ้น และน้ำหนักที่มากเกินไปของสัมภาระจะกดทับระบบช่วงล่างของรถยนต์ให้เสียหาย การลากจูงจึงเป็นทางออกที่ดีในการแก้ปัญหาเหล่านี้

ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกของประเทศไทย ผู้ขับขี่รถยนต์สามารถลากจูงรถพ่วงได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษเพิ่มเติมหากสัมภาระที่ลากจูงมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,600 กิโลกรัม (ไม่รวมน้ำหนักของสัมภาระที่บรรทุกอยู่บนรถคันหลัก) แต่ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะหากลากจูงเทรลเลอร์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,600 กิโลกรัมขึ้นไป สิ่งสำคัญคือเจ้าของรถควรนำเอกสารที่มีข้อมูลของเทรลเลอร์ติดตัวไว้ภายในรถตลอดเวลาเพื่อรองรับการตรวจสอบ และเมื่อขึ้นใช้ทางพิเศษหรือทางด่วน อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเล็กน้อยตามข้อกำหนด นอกจากนี้ เทรลเลอร์หรือรถพ่วงท้ายจำเป็นต้องมีการจดทะเบียนรถและมีแผ่นป้ายทะเบียนแยกต่างหากด้วย


เคล็ดลับสำหรับการลากจูงที่ถูกต้อง

การลากจูงเทรลเลอร์เพื่อการประกอบธุรกิจหรือการท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญ ใส่ใจในรายละเอียด มีทักษะการขับรถที่ดี และรู้จักการคำนวณน้ำหนักเพื่อการบรรทุกที่เหมาะสม โดยมีข้อควรปฏิบัติและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องดังนี้

1. เลือกรถยนต์ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับพิกัดน้ำหนัก

เมื่อได้รับการติดตั้งด้วยตะขอลากจูงและชุดลากหัวบอลที่ได้มาตรฐาน รถกระบะขนาด 1 ตันตระกูลตัวถังยกสูงยุคใหม่ จะสามารถลากจูงเทรลเลอร์ที่มีระบบเบรกในตัวได้สูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม ขณะที่รถยนต์อเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ (PPV) ส่วนใหญ่จะสามารถลากจูงได้สูงสุดประมาณ 3,000 กิโลกรัม โดยรถยนต์ที่เหมาะแก่การลากจูงควรมีเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยเข้ามาช่วยซัพพอร์ต ดังนี้:

  • ระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ (Trailer Sway Control): ระบบจะตรวจจับเมื่อเทรลเลอร์ด้านหลังเกิดอาการส่ายพัดไปมา โดยจะสั่งการเบรกล้อรถคันหลักและเทรลเลอร์แยกอิสระ พร้อมลดกำลังเครื่องยนต์ลงโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยควบคุมการทรงตัว
  • ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist): ป้องกันรถไหลถอยหลังโดยจะค้างแรงดันเบรกไว้ให้ประมาณ 1 วินาที เมื่อผู้ขับขี่ต้องออกตัวบนทางลาดที่มีความชันมากกว่า 5 องศา
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control): ช่วยควบคุมความเร็วของรถในขณะลงทางชันโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรกแช่ คุมได้ทั้งเกียร์เดินหน้าและเกียร์ถอยหลัง
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันด้วยเครื่องยนต์ (Grade Braking): ระบบสมองกลจะสั่งลดตำแหน่งเกียร์ลงเพื่อใช้แรงหน่วงจากเครื่องยนต์ หรือ Engine Braking เข้าช่วยชะลอรถ ซึ่งจะช่วยลดความร้อนสะสมและลดการสึกหรอของผ้าเบรกรถยนต์และเบรกเทรลเลอร์

2. เลือกตะขอลากจูงให้ได้มาตรฐาน

การเลือกตะขอลากจูง (Towbar) และชุดสายไฟเชื่อมต่อสัญญาณที่เหมาะสม มีผลอย่างมากต่อการควบคุมรถยนต์ การเข้าโค้ง และระยะการเบรก การต่อระบบไฟพ่วงท้ายที่สมบูรณ์จะทำให้ไฟสัญญาณเตือน ไฟเลี้ยว และไฟเบรกของเทรลเลอร์ทำงานซิงค์กับรถคันหลัก ช่วยส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่คันอื่นข้างหลังได้อย่างปลอดภัยเมื่อต้องเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโค้ง ก่อนติดตั้งควรศึกษาพิกัดน้ำหนักสูงสุด (Towing Capacity) ของรถยนต์และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

3. คำนวณพิกัดน้ำหนักรวมให้ถูกต้อง

อัตราการรับน้ำหนักสุทธิของรถและรถพ่วง (Gross Combined Weight Rating – GCWR): คือ พิกัดน้ำหนักรวมสูงสุดที่ตัวรถและเทรลเลอร์จะรับได้ร่วมกันตามที่กฎหมายและวิศวกรกำหนด ซึ่งรวมถึงน้ำหนักของตัวรถ น้ำมันเชื้อเพลิง ผู้โดยสาร สัมภาระทั้งหมด อุปกรณ์ และชุดแต่ง โดยน้ำหนักทั้งหมดห้ามเกินค่า GCWR ที่ระบุไว้ในคู่มือประจำรถเด็ดขาด

วิธีการตรวจสอบน้ำหนักรวมเพื่อความปลอดภัย:

  1. เริ่มต้นจากน้ำหนักรถเปล่า (Curb Weight)
  2. บวกน้ำหนักของเทรลเลอร์ที่บรรจุสัมภาระพร้อมเดินทางเรียบร้อยแล้ว
  3. บวกน้ำหนักรวมของผู้โดยสารทุกคนบนรถ
  4. บวกน้ำหนักของสัมภาระทั้งหมดที่อยู่ภายในรถคันหลัก
  5. บวกน้ำหนักของชุดอุปกรณ์ลากจูงทั้งหมด เช่น เหล็กต่อพ่วงรถ (Drawbar), ชุดลากหัวบอล (Ball Mount) และบาร์คู่สำหรับรับกระจายน้ำหนัก (Load Equalizer Bars หรือ Sway Bar)

บทสรุป (Summary)

การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้ายคือทางเลือกที่ปลอดภัยและทรงประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการขนส่งสัมภาระหนักเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยว แทนการบรรทุกของสูงท่วมหลังคารถยนต์ซึ่งทำลายระบบหลักอากาศพลศาสตร์และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การลากจูงที่สมบูรณ์แบบต้องการการจับคู่ระหว่างรถยนต์ที่มีแรงบิดสูง (เช่น รถกระบะยกสูง หรือรถ PPV) ร่วมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะอย่างระบบควบคุมอาการส่าย (Trailer Sway Control) และการคำนวณค่าน้ำหนักรวม (GCWR) อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขนส่งสินค้าทีละมากๆ และนักท่องเที่ยวสายแคมปิ้งที่ต้องการลากจูงรถบ้านเคลื่อนที่เดินทางไกลได้อย่างอุ่นใจ

  • อัตราสิ้นเปลืองและหลักอากาศพลศาสตร์ (Real-World Efficiency / Aerodynamics)
    • การบรรทุกหนักบนตัวรถ (Heavy Loading): การบรรทุกสัมภาระจำนวนมากจนสูงเกินหลังคารถ จะเพิ่มพื้นที่ต้านลมอย่างรุนแรง ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
    • การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย (Trailer Towing): สัมภาระถูกจัดวางในแนวราบด้านหลังรถ บดบังกระแสลมพ่วงไปกับตัวรถ จึงลดแรงต้านทานของลม (Drag Coefficient) ได้ดีกว่า ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่าเมื่อวิ่งทำความเร็วเดินทางทางไกล
    • 🏆 ผู้ชนะด้านประสิทธิภาพการแหวกลมและประหยัดน้ำมัน: การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย
  • สมรรถนะเครื่องยนต์และการควบคุมความเร็ว (Performance & Braking)
    • การบรรทุกหนักบนตัวรถ (Heavy Loading): น้ำหนักกดทับลงที่ตัวถังโดยตรง ระบบเบรกของรถต้องรับภาระเต็ม 100% เสี่ยงต่ออาการเบรกเฟด (ผ้าเบรกไหม้) เมื่อลงทางลาดชัน
    • การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย (Trailer Towing): กระจายน้ำหนักลงสู่เพลาของรถพ่วง และใช้เทคโนโลยีเกียร์ช่วยหน่วงความเร็ว (Grade Braking) ร่วมกับระบบเบรกในตัวของเทรลเลอร์ ช่วยลดภาระและลดความร้อนสะสมของระบบเบรกรถคันหลักได้ดีกว่า
    • 🏆 ผู้ชนะด้านระบบช่วยเบรกและความปลอดภัยบนทางชัน: การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย
  • ความอเนกประสงค์และพื้นที่เก็บสัมภาระ (Practicality & Space)
    • การบรรทุกหนักบนตัวรถ (Heavy Loading): ถูกจำกัดด้วยมิติตัวถังและพื้นที่กระบะท้ายรถ การบรรทุกของมากเกินไปจะทำให้ห้องโดยสารคับแคบและสูญเสียความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
    • การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย (Trailer Towing): แยกพื้นที่จัดเก็บสัมภาระหรือสินค้าชิ้นใหญ่ ออกจากตัวรถคันหลักอย่างชัดเจน ทำให้ห้องโดยสารยังคงกว้างขวาง นั่งสบาย และสามารถลากจูงน้ำหนักพ่วงรวมสัมภาระได้สูงสุดถึง 3,000 – 3,500 กิโลกรัม
    • 🏆 ผู้ชนะด้านมิติพื้นที่บรรจุและความจุสัมภาระ: การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย
  • ฟีลลิงการขับขี่และการเซ็ตติ้งช่วงล่าง (Ride & Handling)
    • การบรรทุกหนักบนตัวรถ (Heavy Loading): น้ำหนักที่กดทับลงบนสปริงและโช้คอัพโดยตรง ทำให้หน้ารถลอย การตอบสนองของพวงมาลัยแย่ลง และรถมีอาการโคลงเคลงรุนแรงเมื่อเข้าโค้ง
    • การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย (Trailer Towing): ใช้ระบบควบคุมอาการส่าย (Trailer Sway Control) คอยตรวจจับและแก้อาการส่ายของท้ายรถพ่วงอัตโนมัติ ทำให้การควบคุมพวงมาลัยของรถคันหลักยังคงแม่นยำและช่วงล่างไม่ยุบตัวจนเสียสมดุล
    • 🏆 ผู้ชนะด้านความเสถียรและการทรงตัวของตัวรถ: การลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ขับรถลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้ายในประเทศไทย ต้องทำใบอนุญาตขับขี่เฉพาะหรือไม่?

หากน้ำหนักรวมของเทรลเลอร์และสัมภาระพ่วงท้ายน้อยกว่า 1,600 กิโลกรัม สามารถใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลปกติขับขี่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ แต่หากน้ำหนักเกิน 1,600 กิโลกรัมขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ

ระบบ Trailer Sway Control ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการลากจูงอย่างไร?

ระบบจะทำหน้าที่ตรวจจับอาการส่ายของรถพ่วงท้าย หากพบอาการส่ายพัดไปมาอย่างผิดปกติ สมองกลจะสั่งการเบรกล้อรถคันหลักและเทรลเลอร์โดยอัตโนมัติ พร้อมลดกำลังเครื่องยนต์ลงทันทีเพื่อดึงให้รถกลับมาทรงตัวตรงอย่างปลอดภัย

ค่า GCWR ในคู่มือรถยนต์คืออะไร และสำคัญอย่างไรกับการลากจูง?

GCWR คือ พิกัดน้ำหนักรวมสูงสุดที่อนุญาตสำหรับรถคันหลักและรถพ่วงร่วมกัน โดยคำนวณจากค่าน้ำหนักรถเปล่า น้ำหนักเทรลเลอร์ สัมภาระทั้งหมด และน้ำหนักของผู้โดยสาร ซึ่งน้ำหนักรวมจริงทั้งหมดห้ามเกินค่านี้เพื่อความปลอดภัยของระบบโครงสร้างและระบบเบรก

Related Posts

BHP, HP คืออะไร?
Tip Technic

BHP, HP คืออะไร? เจาะลึกความหมาย ความแตกต่าง และวิธีแปลงค่าแรงม้า

August 6, 2026
ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก
Feature

ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

July 9, 2026
NCAP ทำความรู้จักมาตรฐานการให้คะแนน
Tip Technic

NCAP ทำความรู้จักมาตรฐานการให้คะแนน

December 16, 2023
ทำความรู้จักแพ็คเกจ BSI ของ BMW
Tip Technic

ทำความรู้จักแพ็คเกจ BSI ของ BMW

December 2, 2023
Tip Technic

คู่มือดูแลยางรับหน้าฝน: ดูแลยางอย่างไรให้ใช้ได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ

May 9, 2022
Tip Technic

ควิกเลนแนะเทคนิคช่วยรถประหยัดน้ำมัน เตรียมพร้อมเดินทางรับหยุดยาว

April 8, 2022
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1056 shares
    Share 422 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV
  • สภาผู้บริโภค vs สคบ. ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกบทบาทองค์กรพิทักษ์สิทธิ พร้อมคู่มือเลือกช่องทางร้องเรียนอย่างได้ผล https://s.whatcar.co.th/XVOixF
  • Ford Fathom รุ่นใหม่ คือรถกระบะไฟฟ้าราคาประหยัด 👀 https://s.whatcar.co.th/STZB51
  • Kia PV5 Cargo ⚡ รถตู้พาณิชย์ไฟฟ้า 100% ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้!

ถูกออกแบบบนสถาปัตยกรรม EV เฉพาะทาง ตัวรถกว้างขวาง นั่งสบายเหมือนรถยนต์นั่ง แต่จุของได้แน่นแบบรถตู้พาณิชย์มืออาชีพ 📦🚛

Key Highlights:
⚡ Range: วิ่งจริงไกลถึง 413 กม./ชาร์จ (ทดสอบแบกสัมภาระ 400 กก.)
⚡ Charging: ชาร์จไว DC 150 kW เพียง 30 นาที (10-80%)
⚡ Practicality: ความจุ 4.4 ลบ.ม. พื้นรถต่ำพิเศษ ขนย้ายของสะดวก
⚡ Tech: จอกลาง 12.9" พร้อม Google Maps ในตัว & ระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ช่าง
🛡️ Warranty: รับประกันตัวรถ 7 ปี / 150,000 กม. (รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม.)

💰 ราคาจำหน่ายในประเทศไทย: 1,199,000 บาท
https://s.whatcar.co.th/XaG72O
#Kia #KiaPV5 #PV5Cargo #ElectricVan #EVVan #Automotive #KiaThailand #รถตู้ไฟฟ้า #รถยนต์ไฟฟ้า #นวัตกรรม #ยานยนต์ไฟฟ้า
  • 🚗เปิดตัว Honda Super-ONE ในไทย 14 ส.ค. นี้! EV จิ๋วสายพันธุ์สปอร์ต
ลิมิเต็ดเพียง "_30 คันในปีนี้!_" ชิมลางสร้างสีสัน DNA สาวกพร้อมจ่าย...?😆

🇬🇧ในสหราชอาณาจักร (UK) ใช้ในชื่อ Honda Super-N เปิดราคาขายแนะนำโดยผู้ผลิต (RRP): £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท)

🫰แล้วท่านคิดว่าราคาในไทยควรอยู่ที่เท่าไหร่...? ยินดีจ่าย...?

👉อ่านต่อ https://s.whatcar.co.th/jYMLiZ
#Honda #SuperONE #SuperN #WhatCarThailand
  • รถ EV ไซส์จิ๋วที่มี "เกียร์ทิพย์ 7 สปีด" คุณว่าจะเวิร์กไหม? 🚗⚡️

Honda เปิดตัว Super-N EV ทรงเรโทรยาวแค่ 3.5 เมตร แต่จัดเต็มฟีเจอร์แปลกๆ เพียบ!

🔹 โหมด Boost: กดปุ่มแล้วแรงม้าพุ่งจาก 63 เป็น 94 แรงม้า (0-100 ใน 10 วิ)
🔹 Paddle Shift จำลอง: เปลี่ยนเกียร์ 7 สปีด กระตุกเนียนๆ ฟีลรถฮอตแฮตช์
🔹 Magic Seats: พับเบาะหลังขึ้นวางของทรงสูงได้

🔋 แบต 29.6 kWh วิ่งจริง ~112–150 กม. ท้ายรถจิ๋ว 162 ลิตร
💰 ราคาในอังกฤษ ~835,000 บาท (£18,995)

ถ้านำเข้าไทยราคานี้ น่าซื้อมาขับเล่นในเมืองไหม?
https://s.whatcar.co.th/ozCOMi
#Honda #HondaSuperN

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.