
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต และเติมเต็มความสนุกให้ทุกการขับขี่อย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน โตโยต้าได้แนะนำเทคโนโลยีเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายเป็นครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2555 นั่นคือคือแอพพลิเคชั่น Toyota smart G-BOOK โดยเปิดตัวเป็นประเทศแรกของโลกนอกประเทศญี่ปุ่นภายใต้แนวคิด “Fun to Drive” หรือการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้รถรู้สึกสนุกและเป็นอิสระในการเดินทาง ทั้งนี้ โตโยต้าได้พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์มาอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำแอพพลิเคชั่น “T-Connect” เมื่อพ.ศ. 2559 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าโตโยต้า โดยมีจำนวนผู้ใช้งานจริงกว่า 300,000 คน (ยอดจำนวนผู้ใช้จริง ณ เดือนมกราคม 2561)
Toyota T-Connect Telematics นับเป็นอีกขั้นของเทคโนโลยีเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ของโตโยต้า ซึ่งระบบดังกล่าวจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-fi Box ทำให้เกิดฟังก์ชั่นใหม่ให้กับผู้ขับขี่และใช้งานได้จริงผ่านอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch และหน้าจอวิทยุ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบในการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง Toyota T-Connect Telematics ยังโดดเด่นด้วยความพร้อมและความชำนาญของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ที่มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี โดยระบบดังกล่าวได้เริ่มทำการแนะนำในรถ Toyota Fortuner ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 34 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 รวมถึงในซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุดอย่าง Toyota C-HR เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
คุณสมบัติเด่นของ Toyota T-Connect Telematics
Toyota T-Connect Telematics มาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นที่จะเติมเต็มทุกการขับขี่และตอบรับทุกสีสันของชีวิตกับ 3 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่
1. บริการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษมากมาย
- บริการ Wi-fi ในรถยนต์ (My TOYOTA Wi-fi**) ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้สูงสุด ถึง 9 อุปกรณ์ พร้อมมอบความเพลิดเพลิน และความบันเทิงไร้ขีดจำกัดตลอดการเดินทาง
- ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษารถยนต์ (Service Reminder) แจ้งเตือนสถานะเมื่อถึงรอบการเข้ารับบริการตรวจสอบตามระยะ
- ระบบการนัดหมายเพื่อนำรถเข้าบริการ (Service Appointment) บริการนัดหมายเข้าศูนย์บริการผ่านระบบออนไลน์ และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ของผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
- บริการ My Message เพื่อแจ้งข่าวสาร ข้อมูลส่วนลด พร้อมสิทธิพิเศษจากโครงการ Toyota Privilege ให้กับลูกค้า
- ประกันภัย “ขับน้อย จ่ายน้อย” ข้อเสนอการคุ้มครองพิเศษ (Pay As Your Drive***) อีกขั้นของเทคโนโลยีเทเลมาติกส์ (Telematics) จ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง ทั้งมอบข้อเสนอส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่มเติมสูงสุดถึง 20% กรณีใช้งานรถน้อย ซึ่งเป็นส่วนลดเพิ่มเติมจากลูกค้าที่มีประวัติดี
2. บริการเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด
- ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์ (Find My Car) สามารถระบุพิกัดรถได้อย่างแม่นยำ มาพร้อมกับบริการแจ้งพิกัดกรณีรถหายและการแจ้งเตือนขณะจอดรถที่ช่วยคลายกังวลแม้คลาดสายตาจากรถคู่ใจ
- ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์กรณีถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Tracking) พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว ผ่านการประสานงานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบการแจ้งเตือนขณะจอดรถ (Parking Alert) ระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดความปกติกับรถยนต์ ช่วยให้ทราบเมื่อรถถูกสตาร์ทหรือเคลื่อนที่จากจุดจอดพร้อมทั้งแจ้งเตือนเมื่อสถานะรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลง ผ่านโทรศัพท์มือถือ และ Apple Watch
3. บริการที่คอยดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง
- บริการผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชม. (Operator Service : OPS) แนะนำสถานที่ในแบบที่คุณต้องการ พร้อมการบริการจองร้านอาหารสุดโปรดของคุณ ให้ทุกวันเป็นวันพิเศษในสไตล์คุณ
- บริการประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. (SOS Emergency Service****) ทั้งด้านประกันภัย หรือบริการด้านรถยนต์ หมดห่วงในทุกการเดินทาง
- บริการประสานงานไปยังผู้แทนจำหน่ายใกล้เคียง (Roadside Service) เพื่อขอรับความช่วยเหลือบนท้องถนน ให้ความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกรวดเร็วในทุกที่
- บริการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านการแพทย์ (Health) โดยการส่งตำแหน่งที่คุณอยู่ไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งมีเครือข่ายให้บริการทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทันท่วงที
Toyota T-Connect Telematics เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ติดตั้งในรถยนต์ 6 รุ่น ได้แก่ TOYOTA C-HR รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด, TOYOTA FORTUNER รุ่น 2.8V, TOYOTA INNOVA รุ่น 2.8V, TOYOTA CAMRY รุ่น 2.5 HV Premium, TOYOTA ALPHARD และ TOYOTA VELLFIRE ทุกรุ่น โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวต่อไป และมีแผนในการขยายการติดตั้งในรถรุ่นอื่นๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทุกท่าน ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตให้มีความสะดวก ง่าย เป็นอิสระในทุกการเดินทาง สามารถพบกับระบบ Toyota T-Connect Telematics ที่สมบูรณ์แบบพร้อมกันได้ในงาน THE 39TH BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2018
**ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ
***สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th/t-connect














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=NMrF-vSnc43tzQQyvjAPOA&_nc_tpa=Q5bMBQIhwYVSNxVcOYd5l0JA7_M3JkT8uLExGzp-zJLNs7ycNKaynTiqS3azqhxVopKuG-bb6mNT59O0&oh=00_AQKwsKEWKhChx2dXacrWHOTHVl9ai_Gl6dAIY69DNk737Q&oe=6A98350A)



