มินิ ประเทศไทย ลุยเดินหน้าขับเคลื่อนโลกแห่งอนาคตรถยนต์ไฟฟ้า ผสานโลกสุดล้ำแห่งยนตรกรรมอนาคตเข้ากับประวัติศาสตร์ในสนามแข่งของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ถ่ายทอดออกมาเป็น The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ที่เกิดจากการร่วมมือกันครั้งแรกของทีมออกแบบของมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต
The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมให้ยลโฉมยนตรกรรมที่ผสานโลกอนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้ากับตำนานในสนามแข่งของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ การออกแบบ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW นั้นเกิดจากการร่วมมือกันครั้งแรกของทีมออกแบบของมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิที่มาพร้อมความคล่องตัวแบบรถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกก้าวของมินิที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสมผสานความแรงในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ไว้กับรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
ภายนอกคล่องตัวสไตล์มินิ

ภายนอกของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ แสดงออกถึงความคล่องตัวในสไตล์มินิที่มาในรูปแบบของขุมพลังรถยนต์ไฟฟ้า รูปลักษณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจของมินิรุ่นนี้เป็นการพบกันของเทคนิคการออกแบบที่แม่นยำและความสวยงามทางอารมณ์ ซึ่งมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต เพื่อพัฒนารูปทรงของซุ้มล้อ สเกิร์ตด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการลดน้ำหนักวัสดุให้น้อยที่สุด ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นมาตรฐาน 130 กิโลกรัม เพื่อให้สามารถปลดปล่อยพลังทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.7 วินาที พร้อมโลดแล่นและรับทุกความท้าทายในสนามแข่ง
ด้านหน้าของรถ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ยังคงไว้ในแบบฉบับมินิสุดคลาสสิค ในขณะเดียวกันก็ผสานองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เช่น ซุ้มล้อใหม่ที่ได้รับการปรับให้พอดีกับระยะห่างระหว่างล้อ เป็นต้น ส่วนโลโก้ MINI Electric ก็แสดงออกถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นหัวใจของรถเซฟตี้คาร์รุ่นนี้นั่นเอง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการระบายความร้อนผ่านบริเวณด้านบนของกระจังหน้า ส่วนหน้าของรถยนต์จึงได้รับการออกแบบให้ปิดทึบไว้เป็นส่วนใหญ่เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ ยกเว้นบริเวณด้านล่างกระจังหน้าและชุดกันชนหน้าสุดโดดเด่นที่เพิ่มดีไซน์ให้คล้ายช่องดักอากาศเพื่อระบายความร้อนให้ชุดเบรก ส่วนไฟสีขาวกะพริบของรถนั้นถูกรวมเข้ากับฝากระโปรงหน้าไว้ได้อย่างกลมกลืน พร้อมถ่ายทอดดีเอ็นเอของมินิผ่านลวดลาย Bonnet Stripes ตั้งแต่หลังคายันท้ายรถ

ด้านข้างของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW มีชุดแอโรไดนามิกส์ที่ดุดัน การสอดประสานกันของลวดลายเรขาคณิตด้านข้างรถอันโดดเด่น และสเกิร์ตด้านข้างทรงสปอร์ต เสริมให้เกิดภาพลักษณ์ของการพุ่งทะยานไปไปข้างหน้า ประกอบกับล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เพิ่มขึ้น เกือบจะเต็มซุ้มล้อ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นภาพประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรในสนามแข่งของมินิ ลวดลายสีเหลืองที่เด่นชัดและพื้นผิวของชุดแต่งแอโรไดนามิกส์ เช่น ลวดลายด้านข้างรถ สเกิร์ต และสปอยเลอร์หลัง ได้รับการออกแบบมาให้รีดลม รับกับการเป็นช่องทางผ่านของอากาศ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสวยงามให้กับแผ่นเบนอากาศและขอบแอโรไดนามิกส์ เพิ่มความเร้าใจด้วยล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้วในโทนสีดำสลับสีส้มนีออนสะดุดตาในสไตล์แบบจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์
ด้านท้ายรถเป็นสีดำและสีแดง Curbside Red metallic ตัดด้วยลายเส้นสีเหลืองที่ลากสายตาจากหน้ารถมาข้างรถ เสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและคล่องตัวในสนาม สปอยเลอร์บนหลังคาด้านหลังโดดเด่นลู่ลม ส่วนลายเส้นสีเหลืองนั้นถูกรวมเข้ากับชุดไฟสัญญาณ ซุ้มล้อแบบกว้างเปิดเน้นให้เห็นถึงความกว้างของรถและเข้ากันได้ดีกับสเกิร์ตด้านหลังที่มีร่องตัดรอบล้อ และระหว่างล้อมีดิฟฟิวเซอร์ โดยเมื่อมองรถจากท้ายรถ จะมองเห็นลวดลายสีเหลืองที่เด่นชัด และไม่มีท่อไอเสียรกตา เพราะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยระบบไฟฟ้านั่นเอง
ภายในที่มาพร้อมกับความปลอดภัย

ภายในของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นของรถเซฟตี้คาร์ เหลือแต่เบาะคู่หน้า โดยเบาะฝั่งคนขับมาพร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดที่ได้รับการรับรองสำหรับทั้งการแข่งรถและการใช้งานบนท้องถนน ส่วนพวงมาลัยเรียบง่ายทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ดูดซับแรงกระแทกได้และจอแสดงผลดิจิทัล ส่วนคอนโซลกลางคงเหลือแต่ด้ามเกียร์ เบรกมือและสวิตช์ควบคุมไฟสัญญาณเท่าที่จำเป็น โดยทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ส่วนมือเปิดประตูใช้สายผ้าดึง และโรลเคจนิรภัยแบบเต็มลำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ตัวซับแรงกระแทกของพวงมาลัยและแผงควบคุมด้านขวามือผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงและทำมาเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับคอนโซลกลางและแผงประตูด้านคนขับ ที่ขาดไม่ได้คือแผ่นรองเบาะแบบถอดได้บนเบาะทรงสปอร์ตซึ่งผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติเช่นกัน
สมรรถนะ

เบื้องหลังรูปลักษณ์อันทรงพลังของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW นั้นผ่านการคิดและใช้ความความเชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งการยึดมั่นในหลักการออกแบบที่ต้องรีดน้ำหนักรถเซฟตี้คาร์ให้เบาที่สุดนั้นสามารถลดน้ำหนักลงได้เหลือน้ำหนักโดยรวมประมาณ 1,230 กิโลกรัม ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้ามินิ มอบพละกำลังที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 6.7 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 7.3 วินาที) และทำอัตราเร่ง 0-60 กม./ชม.ใน 3.6 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 3.9 วินาที) ซึ่ง The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW แสดงให้เห็นถึงความสามารถของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงพร้อมเกียร์แบบ Single-Speed ที่ทำให้ทำความเร็วได้ถึง 120 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 4.6 วินาที)
ระบบขับเคลื่อนของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งได้ 3 รูปแบบทั้งค่ารีบาวด์, ความสูง และ มุมแคมเบอร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงประสบการณ์ Go-kart feeling สูงสุด แผงควบคุมระบบช่วงล่าง ฐานล้อที่กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร เบรกสี่สูบ และล้อจากมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ GP พร้อมยาง Michelin Pilot Sport ขนาด 245/40 R18














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=mB2lyaw_nYkQ7kNvwEJ4KKR&_nc_oc=Adrv0_syDD0ublFF7rtmyPDtgdbph157SFIYpd3g8SyMlgNeAeDA_ivyToHUOwXEzjJMfXKcHFy5R3-MFoR7Gm2v&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=OTJtmuUNuuK0ysSyYyem_g&_nc_tpa=Q5bMBQKj6UaI2pdodOymBxBTPGVfDy4y_dPvA2hG7DBcamQltp0BgFpIBOgZuSZEPANFzsCl9dADHwiP&oh=00_AQIc5NI-gsX8QDkzrNJ7jBhKielm3Xe5tuXs_Hb2GkLkRQ&oe=6A9B104A)



