ทางเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมากสำหรับระยะทางสั้นๆ แต่เป็นตัวเลือกที่ไม่น่าประทับใจหากคุณต้องการระยะทางวิ่งที่ไกลหรือห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่
ราคาขายแนะนำโดยผู้ผลิต (RRP): £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท)
โดย Will Nightingale
01
of 12
บทนำ (Introduction)
การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในอดีตเคยหมายถึงการต้องเลือกแยกระหว่างความน่าหลงใหลระดับศูนย์ หรือการผ่อนชำระรายเดือนที่แพงจนตาค้าง แต่ Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) คือคลื่นลูกใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (tiny EVs) ที่ทำให้ปัญหาเลือกไม่ถูกนั้นกลายเป็นเรื่องในอดีต
นั่นก็เพราะว่า ไม่เหมือนกับความพยายามครั้งก่อนของ Honda ในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก อย่าง Honda E ที่มีสไตล์แต่ตั้งราคาแพงจนน่าตลก Super-N ใหม่นี้มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ โดยมีราคาเพียง £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท) และยังแถมสีตัวถังม่วงอันโดดเด่นมาให้ฟรีโดยไม่คิดเงินเพิ่มอีกด้วย
แม้ว่าจะมีข้อจำกัดใหญ่บางประการที่เราจะกล่าวถึงในภายหลัง แต่ข่าวดีก็คือ Honda Super-N ทำราคาได้ต่ำกว่า Fiat 500e และมีราคาใกล้เคียงกับ BYD Dolphin Surf รุ่นเริ่มต้น อีกทั้ง Renault Twingo ก็จะเป็นคู่แข่งสำคัญเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงช่วงต้นปีหน้าก็ตาม
อย่างไรก็ตาม Super-N มีขนาดเล็กลงกว่ารถยนต์เหล่านั้นทั้งหมด อันที่จริง ด้วยความยาวตัวถังเพียง 3,599 มิลลิเมตร ทำให้มันเป็นรถยนต์เต็มรูปแบบที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถซื้อได้ และแม้ว่าจะไม่ใช่การนำโมเดลยุคเก่ารุ่นใดรุ่นหนึ่งมารีเมกในสไตล์เรโทรแบบตรงๆ แต่ก็มีองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจาก Honda รุ่นประวัติศาสตร์หลายรุ่น รวมถึง Honda E, City Turbo II จากยุค 80s และแม้กระทั่งโมเดลขนาดจิ๋วจากช่วงปลายยุค 60s ที่ชื่อว่า N360
02
of 12
ภาพรวม (Overview)
Super-N เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมากสำหรับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางออกนอกเมืองเป็นครั้งคราว ขับสนุกและมีพื้นที่ด้านหลังกว้างขวางกว่าที่คุณคิดไว้ อีกทั้งยังทำราคาได้ถูกกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ระยะทางวิ่งที่จำกัด ห้องเก็บสัมภาระขนาดเล็กมาก และผลการทดสอบการชนที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ไม่เหมาะนักหากคุณต้องเดินทางไกล
| จุดแข็ง | จุดอ่อน |
| ✅ รูปลักษณ์และสีตัวถังที่โดดเด่นสวยงาม ✅ ราคาเข้าถึงง่ายและมีข้อเสนอการจัดไฟแนนซ์ที่ดึงดูดใจ ✅ เบาะนั่งด้านหลังแบบเบาะเวทมนตร์ (Magic seats) ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย | ❌ ระยะทางวิ่งตามมาตรฐานออฟฟิเชียลจำกัดเพียง 206 กม. (128 ไมล์) ❌ ห้องเก็บสัมภาระขนาดเล็กมาก ❌ ไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัย Euro NCAP (และน่าจะไม่มีการทดสอบในอนาคต) |
03
of 12
สมรรถนะและการขับขี่ (Performance & drive)
สัมผัสการขับขี่ และความเงียบภายในห้องโดยสาร

| จุดแข็ง | จุดอ่อน |
| ✅ ขับสนุกเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ✅ นุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดีเกินคาด ✅ แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle-shifters) จำลองการทำงานของเกียร์รถฮอตแฮตช์เครื่องยนต์เบนซิน | ❌ ระยะทางวิ่งจำกัดมาก ❌ รัศมีวงเลี้ยว กว้างกว่าคู่แข่งบางรุ่น ❌ เสียงรบกวนค่อนข้างดังที่ความเร็วสูง |
อัตราเร่งเร็วแค่ไหน และมอเตอร์รุ่นไหนดีที่สุด?
มอเตอร์ไฟฟ้าของ Honda Super-N ให้กำลังสูงสุดเพียง 63 แรงม้า [63 bhp (64 PS / 47 kW)] เมื่ออยู่ในโหมดการขับขี่ปกติ ซึ่งถือว่าไม่มากเลย แต่การทำอัตราเร่งก็ยังถือว่าคล่องตัวเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง
เมื่อออกสู่ถนนทางหลวง Super-N จะเริ่มรู้สึกอืดอย่างชัดเจน โดยมีอัตราเร่งออฟฟิเชียลจาก 0-100 กม./ชม. (0-62 mph) อยู่ที่ 14.5 วินาที โชคดีที่มีทางแก้ไขปัญหานี้ นั่นคือปุ่มสีม่วงบนพวงมาลัยที่ระบุข้อความว่า ‘Boost’
เมื่อกดปุ่มนี้ ส่วนต่างๆ บนแผงคอนโซลจะส่องแสงสีม่วงเพื่อบอกคุณว่ากำลังทั้งหมด 94 แรงม้า [94 bhp (95 PS / 70 kW)] ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว โอเค มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยน Super-N ให้กลายเป็นคู่แข่งของ Hyundai Ioniq 5 N ได้ทันที แต่มันช่วยลดเวลาอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ลงเหลือเพียง 10 วินาที ซึ่งถือว่าน่าพึงพอใจกว่ามาก และเร็วกว่า BYD Dolphin Surf หรือ Renault Twingo ที่สเปกใกล้เคียงกัน และไล่เลี่ยกับ Fiat 500e รุ่นเริ่มต้น
ความคล่องตัวเป็นอย่างไร และช่วงล่างนั่งสบายหรือไม่?
โอกาสสูงที่คุณจะใช้ Super-N ขขับขี่ในเมืองและแถบชานเมืองเป็นหลัก ซึ่งในสภาพแวดล้อมเหล่านี้ถือเป็นจุดเด่นของมัน ตัวรถพัฒนาต่อยอดมาจาก Kei car ของญี่ปุ่น (รถยนต์ขนาดเล็กพิเศษที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในประเทศญี่ปุ่น) แต่เวอร์ชันนี้ได้รับการปรับแต่งอย่างหนักและร่วมพัฒนาบนถนนในสหราชอาณาจักร
นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความนุ่มนวลของช่วงล่างถึงทำได้ดีเกินคาด ด้วยระยะฐานล้อที่สั้น Super-N ย่อมไม่สามารถซับรอยขรุขระของถนนได้เนียนเท่ากับรถที่มีขนาดใหญ่และราคาสูงกว่าอย่าง MG4 Urban แต่ก็ไม่ได้กระเด้งกระดอนเหมือน Dacia Spring หรือ Leapmotor T03 และมอบความสบายในระดับที่ใกล้เคียงกับ Dolphin Surf
รัศมีวงเลี้ยวอาจจะไม่แคบเท่ากับ 500e แต่ความคล่องตัวยังถือว่าดี และขนาดตัวถังที่เล็กลงทำให้การจอดรถกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
เมื่อลองขับออกสู่ถนนทางหลวง Super-N ให้ความรู้สึกนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ และเมื่อเปิดใช้งานโหมด Boost คุณจะอดใจไม่ไหวที่จะลองเข้าโค้งด้วยความเร็ว ซึ่งเมื่อทำเช่นนั้น คุณจะพบว่า Super-N ยึดเกาะถนนได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ (ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับยางพิเศษของ Yokohama) และมีอาการโคลงของตัวถังน้อยกว่า Twingo
เราชอบน้ำหนักของพวงมาลัยด้วย ถึงแม้น้ำหนักจะตอบสนองค่อนข้างช้า แต่ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและสร้างความมั่นใจในการสื่อสารกับล้อหน้าได้ดี
ห้องโดยสารเงียบแค่ไหน และขับขี่ให้ราบรื่นได้ง่ายหรือไม่?
เนื่องจากเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก Super-N จึงไม่ได้เก็บเสียงจากภายนอกได้ดีมากนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นแบบเดียวกันในรถระดับราคาใกล้เคียงกันส่วนใหญ่ รวมถึง 500e และ Twingo ด้าน Dolphin Surf อาจจะเก็บเสียงได้เงียบกว่าเล็กน้อยที่ความเร็วสูง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะคุณคงไม่ได้ขับ Super-N เดินทางไกลบนทางหลวงบ่อยๆ อยู่แล้ว
การขับขี่ให้เนียนนุ่มทำได้ง่ายเนื่องจากการตอบสนองของคันเร่งคาดเดาได้ง่าย และแป้นเบรกให้ความรู้สึกสู้เท้าที่ดี ไม่ดูดเบรกจนหัวคลอน นอกจากนี้ยังมีแป้นปรับระดับการชาร์จไฟกลับที่หลังพวงมาลัย เพื่อปรับระดับความเร็วในการชะลอรถเมื่อยกคันเร่ง โดยไม่จำเป็นต้องแตะแป้นเบรกเลย
แต่ยังมีมากกว่านั้น หากคุณดึงแป้นซ้ายมือค้างไว้ประมาณ 2 วินาที แป้นสวิตช์จะเปลี่ยนฟังก์ชันไปเป็นการเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา (Manual gearshifts) แทน แม้ว่า Super-N จะใช้ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดเดียว (Single-speed transmission) เหมือนรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่คล้ายกับที่ Hyundai ใช้ใน Ioniq 5 N ทำให้ Super-N สามารถจำลองฟีลลิงของรถฮอตแฮตช์เครื่องยนต์เบนซินพร้อมเกียร์ 7 สปีดแบบ Paddle-shift ได้ พร้อมอาการกระตุกจำลองที่สมจริงในขณะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลง
นอกจากนี้ยังมีเสียงเครื่องยนต์จำลองเพื่อช่วยให้คุณกะรอบเครื่องยนต์ได้ แม้ว่าเสียงนี้จะดูเนียนน้อยกว่าระบบเปลี่ยนเกียร์ โดยให้เสียงที่คล้ายกับเกมตู้ตระกูลอาร์เคดยุค 90s ก็ตาม
ระยะทางวิ่งเป็นอย่างไร และชาร์จไฟได้เร็วแค่ไหน?
ตรงนี้คือจุดที่เป็นปัญหาใหญ่ หรืออย่างน้อยก็เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณจะเห็นว่า Super-N มีระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการเพียง 206 กม. (128 ไมล์) ซึ่งในการขับขี่ใช้งานจริงอาจลดลงเหลือประมาณ 112 กม. (70 ไมล์) ในเช้าฤดูหนาวอันหนาวเย็น
จริงอยู่ว่า Fiat 500e รุ่นเริ่มต้นมีระยะทางวิ่งตามสเปกน้อยกว่าด้วยซ้ำที่ 188 กม. (117 ไมล์) และ BYD Dolphin Surf ก็ไม่ได้ไกลกว่ามากนักที่ 220 กม. (137 ไมล์) ขณะที่ Renault Twingo ที่กำลังจะเปิดตัวสามารถวิ่งได้ไกลกว่าพอสมควรที่ 262 กม. (163 ไมล์) แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เหมาะสำหรับการขับขี่เดินทางไกลอยู่ดี
กล่าวโดยสรุป รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในระดับราคานี้ค่อนข้างมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางวิ่ง ซึ่งไม่มีปัญหาหากคุณใช้ขับขี่ในเมืองเป็นหลักและมีรถคันอื่นสำหรับเดินทางไกล แต่หากคุณจำเป็นต้องเดินทางระยะไกลระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งและสามารถขยับงบประมาณได้อีกนิด ลองพิจารณา MG4 Urban, Peugeot e-208 หรือ Renault 5 ดูแทน
Super-N รองรับการชาร์จไฟเร็วแบบกระแสตรง DC สูงสุด 50 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งหมายความว่าการชาร์จจาก 10-80% ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง แต่ต้องจำไว้ว่าคุณกำลังอัดไฟเข้าแบตเตอรี่ขนาดเล็กมากที่มีความจุรวม 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ดังนั้น การชาร์จดังกล่าวจะเพิ่มระยะทางวิ่งออฟฟิเชียลได้อีกเพียงประมาณ 145 กม. (90 ไมล์) และจะลดลงกว่านั้นในชีวิตจริง
| ยี่ห้อและรุ่น (Make model) | ระยะทางวิ่งออฟฟิเชียลมาตรฐาน WLTP (Official range) | เวลาชาร์จเร็วขั้นต่ำ 10-80% (Min 10-80% charge time) |
| Honda Super-N | 206 กม. (128 ไมล์) | 30 นาที |
| Fiat 500e 95hp | 190 กม. (118 ไมล์) | 24 นาที |
| BYD Dolphin Surf Active | 220 กม. (137 ไมล์) | 30 นาที |
“บางคนอาจคิดว่ามันเป็นลูกเล่นไร้สาระ แต่เราคิดว่าระบบเปลี่ยนเกียร์จำลองผ่านแป้นหลังพวงมาลัยของ Super-N ช่วยเพิ่มความสนุกได้อย่างน่ายินดี เราแค่อยากให้เสียงเครื่องยนต์จำลองทำออกมาได้สมจริงกว่านี้อีกสักนิด” – วิล ไนทิงเกล (Will Nightingale), บรรณาธิการบทความรีวิว
04
of 12
การออกแบบภายในห้องโดยสาร (Interior)
การจัดวาง การประกอบ และงานตกแต่งภายใน

| จุดแข็ง | จุดอ่อน |
| ✅ เบาะนั่งคู่หน้าโอบกระชับ นั่งสบาย ✅ ทัศนวิสัยการมองเห็นดีเยี่ยม ✅ ระบบเสียง Bose เสียงเบสแน่นทรงพลัง | ❌ พวงมาลัยไม่สามารถปรับระยะใกล้-ไกล (Reach adjustment) ได้ ❌ ชิ้นส่วนภายในบางจุดรู้สึกก๊อบแก๊บไปหน่อย ❌ ระบบอินโฟเทนเมนต์ในคู่แข่งบางรุ่นทำได้ดีกว่า |
ภายในห้องโดยสารเป็นอย่างไร และประกอบได้ดีหรือไม่?
ทรงของเบาะนั่งคู่หน้า (และโทนสี) ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Honda City Turbo II จากยุค 80s แต่ส่วนอื่นๆ ภายใน Super-N ไม่ได้ดูเป็นสไตล์เรโทรแบบเปิดเผยชัดเจนขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม มีการใช้พลาสติกแข็งสีเทาจำนวนมาก แม้จะมีการทำพื้นผิวสัมผัสเพื่อไม่ให้ดูราคาถูกเกินไป แต่ชิ้นส่วนและสวิตช์บางชิ้นก็รู้สึกบอบบางไปบ้าง โดยรวมคุณภาพงานประกอบอยู่ในระดับเดียวกับ Renault Twingo และเป็นรอง BYD Dolphin Surf อยู่หนึ่งขั้น
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient lighting) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อเปิดใช้งานโหมด Boost ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับบรรยากาศภายในสีเทาเข้มได้ดี และพวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสสบายมือ
ตำแหน่งการขับขี่สบายหรือไม่ และมองเห็นภายนอกได้ง่ายแค่ไหน?
ปัญหาหนึ่งของตำแหน่งการขับขี่คือพวงมาลัยไม่สามารถปรับระยะใกล้-ไกล (Reach) ได้ โดยปรับได้แค่ระดับสูง-ต่ำเท่านั้น นั่นหมายความว่าคุณอาจจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับตำแหน่งพวงมาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนตัวสูง
ทีมงานทดสอบของเราที่มีความสูง 183 ซม. (6 ฟุต) ไม่พบว่าข้อจำกัดการปรับพวงมาลัยนี้เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร แม้ว่าเขาจะต้องขยับเบาะนั่งเข้าใกล้แป้นคันเร่งมากกว่าที่ต้องการก็ตาม
ในทางกลับกัน เบาะนั่งคนขับมีความสบายและมีปีกเบาะที่ช่วยโอบกระชับลำตัวได้ดีเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็ว เสาหลังคารถที่เพรียวบางและตั้งตรงช่วยให้มองเห็นเส้นทางด้านหน้าและมุมอับบริเวณทางแยกได้ชัดเจน รวมถึงมีกล้องมองหลังเพื่อช่วยในการเข้าจอดอีกด้วย
แผงคอนโซลและระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้งานง่ายหรือไม่?
Honda เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ค่ายส่วนน้อยที่ยังคงเลือกใช้ปุ่มกดจริง (Physical buttons) บนแผงคอนโซล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ นั่นหมายความว่าการปรับระบบปรับอากาศขณะขับขี่สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่กดหรือหมุนปุ่มจริง โดยไม่ต้องเสียเวลาสละสายตามองไอคอนบนหน้าจอสัมผัส
หน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาด 9.0 นิ้วไม่ได้มีลูกเล่นโดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ แต่มีกราฟิกที่คมชัดและตอบสนองต่อการสัมผัสได้รวดเร็ว และแม้ว่าระบบปฏิบัติการภายในจะไม่ได้ใช้งานง่ายเท่ากับ Twingo แต่คุณก็สามารถข้ามระบบของตัวรถไปใช้การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto แทนได้ทันที
นอกจากนี้ Super-N ยังมาพร้อมระบบเสียงจาก Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง (รวมซับวูฟเฟอร์บริเวณท้ายรถ) ซึ่งให้คุณภาพเสียงแน่น ทรงพลัง และไพเราะมากเมื่อเทียบกับระดับราคารถ
“เราสามารถมองเห็นหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 7.0 นิ้วได้อย่างชัดเจน โดยไม่มีขอบพวงมาลัยมาบดบังสายตา” – วิล ไนทิงเกล (Will Nightingale), บรรณาธิการบทความรีวิว
05
of 12
พื้นที่ผู้โดยสารและห้องเก็บสัมภาระ (Passenger & boot space)
การรองรับผู้โดยสารและสิ่งของ

| จุดแข็ง | จุดอ่อน |
| ✅ เบาะนั่งด้านหลังแบบเบาะเวทมนตร์ (Magic seats) อันชาญฉลาด ✅ พื้นห้องโดยสารด้านหลังราบเรียบ ✅ พื้นที่วางขาด้านหลังกว้างกว่าคู่แข่งบางรุ่น | ❌ ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดเล็กมาก ❌ พื้นที่เหนือศีรษะด้านหลังค่อนข้างแคบ ❌ มิติห้องโดยสารรู้สึกค่อนข้างแคบ |
มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารมากแค่ไหน?
คุณจะเพลิดเพลินกับพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาเบาะหน้าอย่างเหลือเฟือแม้จะเป็นคนตัวสูง ปัญหาเดียวคือพื้นที่บริเวณข้อศอก เนื่องจาก Super-N เป็นรถที่มีตัวถังแคบ คุณจึงอาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
มีที่วางแก้วน้ำเพียงตำแหน่งเดียวระหว่างเบาะคู่หน้า แต่มีช่องวางแก้วเพิ่มอีกหนึ่งจุดบนแผงคอนโซลหลังพวงมาลัย ซึ่งหยิบใช้งานได้ง่ายกว่าในขณะขับขี่ นอกจากนี้ยังมีชั้นวางโทรศัพท์ขนาดใหญ่บนแผงคอนโซล และถึงแม้ช่องเก็บของที่ประตูจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ใส่ขวดน้ำขนาด 500 มิลลิลิตรได้พอดี
คุณอาจจะคาดหวังว่าพื้นที่ด้านหลังจะคับแคบอย่างมาก แต่จริงๆ แล้วมันทำได้ดีกว่าที่คุณคิด มีพื้นที่วางขาด้านหลังมากกว่า Fiat 500e (พร้อมประตูบานหลัง) และคุณสามารถปรับเอนพนักพิงเบาะหลังได้ แม้จะมีเข็มขัดนิรภัยด้านหลังเพียง 2 ตำแหน่ง แต่นั่นก็เหมือนกับใน 500e และ Renault Twingo ซึ่งในการใช้งานจริงคุณคงไม่อยากยัดผู้โดยสาร 3 คนเข้าไปนั่งด้านหลังอยู่แล้ว
มีพื้นที่สำหรับสัมภาระเท่าไร?
เหตุผลที่พื้นที่ผู้โดยสารด้านหลังกว้างกว่าที่คิด เป็นเพราะพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดเล็กมาก นั่นคือเล็กกว่าของ 500e เสียอีก โดยมีความจุเพียง 162 ลิตร ซึ่งพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดพกพา (Carry-on) เพียง 2 ใบเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ข้อดีคือมีพื้นที่เก็บของใต้พื้นห้องสัมภาระสำหรับเก็บสายชาร์จและไม่มีขอบสันกั้นบริเวณปากประตูท้าย พื้นที่เปิดกว้างขวาง และสามารถพับเบาะหลังลงเพื่อเปิดพื้นที่บรรทุกสัมภาระแบบราบเรียบได้
| ยี่ห้อและรุ่น | ความจุห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ (Rear boot space) |
| Honda Super-N | 162 ลิตร |
| Fiat 500e | 185 ลิตร |
| Leapmotor T03 | 210 ลิตร |
| BYD Dolphin Surf | 308 ลิตร |
เบาะนั่งด้านหลังแบบเบาะเวทมนตร์ (Magic rear seats) ของ Honda มีฐานเบาะที่สามารถยกพับขึ้นได้ (คล้ายกับเก้าอี้ในโรงภาพยนตร์) ทำให้เกิดพื้นที่ว่างบนพื้นราบเรียบด้านหลังสำหรับวางของทรงสูง ซึ่งสะดวกเป็นพิเศษหากคุณต้องการขนต้นไม้สูงจากร้านอุปกรณ์ตกแต่งสวน
“ด้วยขนาดห้องเก็บสัมภาระท้ายรถที่เล็กมากของ Super-N เราหวังว่าจะได้เห็นช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะมันไม่มี” – วิล ไนทิงเกล (Will Nightingale), บรรณาธิการบทความรีวิว
06
of 12
การซื้อและการเป็นเจ้าของ (Buying & owning)
ค่าใช้จ่ายรายวัน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย

| จุดแข็ง | จุดอ่อน |
| ✅ ราคาซื้อถูกกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ ✅ การรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 8 ปี ✅ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม | ❌ ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนลดเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ❌ ไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัยจาก Euro NCAP |
ราคาเท่าไร และได้อุปกรณ์อะไรบ้าง?
Super-N มีราคาจำหน่าย £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท) ซึ่งถูกกว่า Fiat 500e ทุกรุ่น และแพงกว่า BYD Dolphin Surf รุ่นเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สุดของ Honda รุ่นนี้จะไม่ได้รับส่วนลดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากรัฐบาลก็ตาม
ตัวรถมีจำหน่ายเพียงรุ่นย่อยเดียวแต่นำเสนออุปกรณ์มาตรฐานมาให้อย่างครบครัน รวมถึงระบบเสียง Bose ลำโพง 8 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), พวงมาลัยอุ่นร้อน, เบาะนั่งคู่หน้าอุ่นร้อน, ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สีตัวถังสีม่วง (Boost Violet Pearl) รวมอยู่ในราคาจำหน่ายแล้ว แต่สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นสีขาว, สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเทาได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หากไม่ได้เลือกตัวถังสีดำ คุณยังสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือกหลังคาสีดำเงาและสปอยเลอร์หลังสีดำ รวมถึงติดสติ๊กเกอร์คาดลายบนฝากระโปรงหน้า ด้านข้าง และหลังคาได้อีกด้วย
ตัวรถมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน และการรับประกันยาวนานเพียงใด?
เนื่องจาก Super-N เป็นโมเดลใหม่ จึงยังไม่มีข้อมูลในรายงานสำรวจความน่าเชื่อถือ What Car? Reliability Survey ประจำปี 2025 อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลให้วางใจได้ เนื่องจากแบรนด์ Honda คว้าอันดับ 1 ในตารางผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ชนะแม้กระทั่ง Lexus
และตราบใดที่คุณนำ Super-N เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ Honda ตามระยะทาง การรับประกันจะขยายเวลาสูงสุดถึง 8 ปี โดยการรับประกันนี้ครอบคลุมชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของตัวรถ ไม่ใช่เฉพาะแบตเตอรี่ขับเคลื่อนเท่านั้น
ตัวรถมีความปลอดภัยแค่ไหน และยากต่อการโจรกรรมหรือไม่?
เรื่องนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ เพราะถึงแม้ Honda Super-N จะติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active safety aids) มาอย่างมากมายเพื่อช่วยป้องกัน accident แต่ด้วยขนาดตัวถังที่เล็กมากและไม่มีผลการทดสอบการชนจากสถาบัน Euro NCAP
ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งไม่มีแนวโน้มที่จะได้รับการทดสอบ โดยทาง Honda ระบุว่าเนื่องจากโมเดลนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตในปริมาณน้อย (Low-volume model) จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะถูกนำไปทดสอบการชน
“Super-N มาพร้อมข้อเสนอไฟแนนซ์แบบ PCP ที่น่าสนใจ เพียงวางเงินดาวน์ £2,999 ปอนด์ (ประมาณ 132,000 บาท) คุณสามารถขับรถคันนี้ได้นาน 4 ปี ด้วยค่างวดเพียง £199 ปอนด์ต่อเดือน (ประมาณ 8,700 บาท)” – วิล ไนทิงเกล (Will Nightingale), บรรณาธิการบทความรีวิว
| ควรซื้อหากคุณ… | ไม่ควรซื้อหากคุณ… |
| ✅ ต้องการรถใช้งานในเมืองราคาประหยัด ✅ ชอบงานดีไซน์และสไตล์ของตัวรถ ✅ ให้ความสำคัญกับความสนุกในการขับขี่มากกว่าพื้นที่ใช้สอย | ❌ จำเป็นต้องเดินทางระยะไกลเป็นประจำ ❌ จำเป็นต้องบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก ❌ ความปลอดภัยและการทดสอบการชนคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญสูงสุด |
07
of 12
ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลจำเพาะ (Specification) Honda Super-N
| หมวดหมู่ (Category) | รายการ (Item) | รายละเอียด (Specification) |
| ระบบส่งกำลัง / เครื่องยนต์ | ระบบจ่ายเชื้อเพลิง (Fuel delivery) | Direct Current (ไฟฟ้า) |
| กำลังสูงสุด (Engine Power) | 95 PS / 94 bhp | |
| แรงบิดสูงสุด (Engine Torque) | 161 Nm / 119 lb ft | |
| สมรรถนะ | ความเร็วสูงสุด (Top speed) | 84 mph (ประมาณ 135 km/h) |
| ระบบเกียร์ | ประเภทเกียร์ (Transmission Type) | อัตโนมัติ (Automatic 1-speed) |
| ตัวถัง / ความจุ | รูปแบบตัวถัง (Body type) / ประตู | Hatchback 5 ประตู |
| จำนวนที่นั่ง (Seats) | 4 ที่นั่ง | |
| ความจุห้องเก็บสัมภาระ (Seats up) | 162 ลิตร | |
| ความจุห้องเก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะ (Seats down) | 967 ลิตร | |
| มิติและน้ำหนัก | ความยาว (Length) | 3,599 mm |
| ความกว้าง (Width) | 1,785 mm | |
| ความสูง (Height) | 1,608 mm | |
| ระยะฐานล้อ (Wheelbase) | 2,516 mm | |
| น้ำหนักรถสุทธิ (Kerb weight) | 1,097 kg | |
| สิ่งแวดล้อม / การชาร์จ | อัตราการปล่อยไอเสีย (Emissions) | 0 g/km |
| เวลาชาร์จเร็ว (Fast charge) | 270 นาที |
08
of 12
รวบรวมอุปกรณ์มาตรฐานและตัวเลือกเพิ่มเติม (Equipment) ของรุ่น Honda Super-N Advance
ภายนอก (Exterior)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว (Wheels – 15in Alloys) | มีในรถ (Included) |
| กระจกมองข้างพร้อมระบบไฟฟ้า (Door Mirrors – Electric) | มีในรถ (Included) |
| กระจกหน้าต่างไฟฟ้าคู่หน้า (Front Electric Windows) | มีในรถ (Included) |
| ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน (Tyre Repair Kit) | มีในรถ (Included) |
| โลโก้ H Badge สีดำ & คิ้วไฟหน้าสีดำ | มีในรถ (Included) |
| ไฟเลี้ยวหน้า LED (LED Front Turn Lights) | มีในรถ (Included) |
| กระจกความเป็นส่วนตัว (Privacy Glass) / สปอยเลอร์หลัง | มีในรถ (Included) |
| ชุดตกแต่งตัวถัง (Body Styling) | เริ่มต้น £115.83 (ประมาณ 5,201 บาท) |
| ชุดสัญลักษณ์สีดำ (Black Emblem Kit) | เริ่มต้น £50.83 (ประมาณ 2,282 บาท) |
ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ (Audio & Communications)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| หน้าจอสัมผัสสีด้านหน้า (Front Colour Display Screen) | มีในรถ (Included) |
| การเชื่อมต่อ Apple CarPlay / Bluetooth / USB | มีในรถ (Included) |
| วิทยุ DAB / เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) | มีในรถ (Included) |
| ระบบเครื่องเสียง พร้อมลำโพง และซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) | มีในรถ (Included) |
| ช่องจ่ายไฟ 12V / ระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน | มีในรถ (Included) |
ระบบความปลอดภัย (Safety & Security)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| ถุงลมนิรภัยคนขับ / ด้านข้างคู่หน้า / ด้านข้างเบาะหลัง | มีในรถ (Included) |
| ระบบเบรก ABS / EBD / EBA | มีในรถ (Included) |
| ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติในเมือง (Autonomous Emergency Braking) | มีในรถ (Included) |
| เบรกมือไฟฟ้า (Electronic Parking Brake) | มีในรถ (Included) |
| ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist) | มีในรถ (Included) |
| ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist) | มีในรถ (Included) |
| ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) / ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) | มีในรถ (Included) |
| จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ด้านหน้า | มีในรถ (Included) |
| ระบบกุญแจ Keyless Entry / กุญแจรีโมท / สัญญาณกันขโมย | มีในรถ (Included) |
ภายในและความสะดวกสบาย (Interior)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) | มีในรถ (Included) |
| พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบอุ่นพวงมาลัย (Heated Steering Wheel) | มีในรถ (Included) |
| ปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) / พวงมาลัยปรับระดับได้ | มีในรถ (Included) |
| เบาะนั่งปรับมือ / เบาะนั่งพร้อมระบบอุ่น (Heated Seats) | มีในรถ (Included) |
| เบาะหลังปรับพับอเนกประสงค์ (Magic Seats / Split Bench) | มีในรถ (Included) |
| ไฟส่องสว่างบรรยากาศที่พื่นฝั่งคนขับ (Ambient Footwell Light) | มีในรถ (Included) |
| ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Automatic Wipers) | มีในรถ (Included) |
| ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า (Power Tailgate) | มีในรถ (Included) |
| พิงศีรษะคู่หน้าลดการบาดเจ็บกระดูกคอ (Whiplash Lessening) | มีในรถ (Included) |
ระบบไฟส่องสว่าง (Illumination)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ | มีในรถ (Included) |
| ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist) | มีในรถ (Included) |
| ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Lights) | มีในรถ (Included) |
| ไฟท้ายแบบ LED / ระบบปรับระดับไฟหน้า | มีในรถ (Included) |
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driver Assistance)
| อุปกรณ์ | สถานะ / ราคา |
| ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) | มีในรถ (Included) |
| กล้องมองหลังขณะถอย / เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง | มีในรถ (Included) |
| ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Warning) | มีในรถ (Included) |
| ระบบอ่านป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition) | มีในรถ (Included) |
| ระบบช่วยขับขี่ขณะรถติด (Traffic Jam Assist) | มีในรถ (Included) |
| ระบบวัดแรงดันลมยาง (TPMS) / โหมดการขับขี่ (Drive Mode & ECON Mode) | มีในรถ (Included) |
| โหมดเพิ่มกำลังชั่วขณะ (Boost Mode) | มีในรถ (Included) |
ตัวเลือกสีรถและวัสดุหุ้มเบาะ (Paint & Upholstery)
| รายการ | สถานะ / ราคา |
| เบาะนั่ง: ผ้าผสมหนัง (Cloth – Leather) | มีในรถ (Included) |
| สีตัวถัง: สีม่วง (Purple) | มีในรถ (Included) |
| สีตัวถัง: สีดำ (Black) / สีเทา (Grey) / สีขาว (White) / สีน้ำเงิน (Blue) | เริ่มต้น £112.50 (ประมาณ 5,051 บาท) |
การเปรียบเทียบรายหมวดหมู่ (Key Categories)
ระยะทางวิ่งจริงและอัตราสิ้นเปลือง (Real-World Range / Efficiency)
- Honda Super-N: แบตเตอรี่ความจุ 29.6 kWh ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 206 กม. (128 ไมล์) การใช้งานจริงในฤดูหนาวอาจเหลือเพียงประมาณ 112 กม. (70 ไมล์)
- Fiat 500e (95hp): แบตเตอรี่ความจุเล็ก ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 190 กม. (118 ไมล์)
- BYD Dolphin Surf Active: ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP สูงกว่าที่ 220 กม. (137 ไมล์)
- Renault Twingo: ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP ไกลที่สุดในกลุ่มถึง 262 กม. (163 ไมล์)
- 🏆 ผู้ชนะ: Renault Twingo (ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จไกลที่สุดถึง 262 กม.)
เทคโนโลยีระบบชาร์จและสมรรถนะ (Charging / Performance)
- Honda Super-N: มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังปกติ 63 แรงม้า [63 bhp (64 PS / 47 kW)] แต่มีโหมด ‘Boost’ ปลดปล่อยกำลังสูงสุด 94 แรงม้า [94 bhp (95 PS / 70 kW)] ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 10 วินาที รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 50 kW (ชาร์จ 10-80% ใน 30 นาที)
- Fiat 500e: รองรับการชาร์จ DC ไวกว่า ชาร์จ 10-80% ใช้เวลาเพียง 24 นาที
- BYD Dolphin Surf: อัตราเร่งอืดกว่าเมื่อเทียบกับโหมด Boost ของ Super-N ชาร์จ DC 10-80% ใช้เวลา 30 นาที
- 🏆 ผู้ชนะ: Honda Super-N (โดดเด่นด้วยโหมด Boost 94 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 10 วินาที และฟังก์ชันจำลองเกียร์ 7 สปีด)
ความอเนกประสงค์และพื้นที่เก็บสัมภาระ (Practicality)
- Honda Super-N: ห้องเก็บสัมภาระท้ายขนาดเล็กเพียง 162 ลิตร แต่ชดเชยด้วยเบาะนั่ง Magic Seats ที่ยกฐานเบาะขึ้นเพื่อวางของทรงสูงได้ และมีพื้นที่วางขาด้านหลังดีเกินคาด
- Fiat 500e: ห้องเก็บสัมภาระท้ายความจุ 185 ลิตร
- Leapmotor T03: ห้องเก็บสัมภาระท้ายความจุ 210 ลิตร
- BYD Dolphin Surf: มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระกว้างขวางที่สุดในกลุ่มถึง 308 ลิตร
- 🏆 ผู้ชนะ: BYD Dolphin Surf (ชนะขาดลอยด้วยห้องเก็บสัมภาระความจุ 308 ลิตร)
ฟีลลิงการขับขี่และการเซ็ตติ้งช่วงล่าง (Ride & Handling)
- Honda Super-N: เซ็ตติ้งช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีกว่า Dacia Spring มีระบบควบคุมตัวถังที่ดี พวงมาลัยแม่นยำ และมีระบบจำลองเปลี่ยนเกียร์ 7 สปีดผ่าน Paddle Shift ให้ความรู้สึกเหมือนขับฮอตแฮตช์
- Fiat 500e: มีรัศมีวงเลี้ยวแคบ คล่องตัวสูงสำหรับจอดในเมือง
- BYD Dolphin Surf: ให้ความนุ่มนวลและเงียบที่ความเร็วสูง แต่การควบคุมไม่สนุกเท่า Super-N
- 🏆 ผู้ชนะ: Honda Super-N (ขับสนุกที่สุดในกลุ่มด้วยการตอบสนองที่คล่องตัวและฟีลลิงเกียร์จำลอง)
09
of 12
ตารางสเปกเปรียบเทียบ (Specification Table)
| ข้อมูลทางเทคนิค (Specifications) | Honda Super-N | BYD Dolphin Surf | Fiat 500e (95hp) |
| กำลังสูงสุด | 94 แรงม้า [94 bhp (95 PS)] (โหมด Boost) | 94 แรงม้า [94 bhp (95 PS)] | 95 แรงม้า [95 bhp (96 PS)] |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 10.0 วินาที (โหมด Boost) | 12.5 วินาที | 9.0 วินาที |
| ความจุแบตเตอรี่ (Gross) | 29.6 kWh | 30.0 kWh | 24.0 kWh |
| ระยะทางวิ่งออฟฟิเชียล (WLTP) | 206 กม. (128 ไมล์) | 220 กม. (137 ไมล์) | 190 กม. (118 ไมล์) |
| ความเร็วในการชาร์จ DC สูงสุด | 50 kW | 40 kW | 50 kW |
| เวลาชาร์จ DC (10-80%) | 30 นาที | 30 นาที | 24 นาที |
| ความจุห้องเก็บสัมภาระ | 162 ลิตร | 308 ลิตร | 185 ลิตร |
| ความยาวตัวถัง | 3,599 มม. | 3,780 มม. | 3,632 มม. |
| ราคาเริ่มต้น (UK) | £18,995 ปอนด์ (~835,000 บาท) | £18,650 ปอนด์ (~820,000 บาท) | £21,995 ปอนด์ (~967,000 บาท) |
10
of 12
ตารางเปรียบเทียบ Honda Super-ONE (ไทย) vs Honda Super-N (UK)
| หัวข้อ / ข้อมูลเทคนิค | Honda Super-ONE (ไทย) | Honda Super-N (UK) |
| ชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ | Honda Super-ONE | Honda Super-N |
| รูปแบบการจัดจำหน่าย | นำเข้า CBU จากประเทศญี่ปุ่น (จำนวนจำกัด 30 คัน) | จัดจำหน่ายรุ่นมาตรฐาน Advance (วางขายทั่วไป) |
| ราคาจำหน่าย | 990,000 บาท | £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท) |
| พละกำลังสูงสุด (โหมดปกติ) | 47 kW / 63 HP (แรงม้า) [64 PS] | 47 kW / 63 HP (แรงม้า) [64 PS] |
| พละกำลังสูงสุด (BOOST Mode) | 70 kW / 94 HP (แรงม้า) [95 PS] | 70 kW / 94 HP (แรงม้า) [95 PS] |
| แรงบิดสูงสุด | 162 N·m (นิวตัน-เมตร) | 162 N·m (นิวตัน-เมตร) |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 29.6 kWh (ลิเธียม-ไอออน) | 29.6 kWh (ลิเธียม-ไอออน) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ | 253 กม. (มาตรฐาน NEDC) | 128 ไมล์ / 206 กม. (มาตรฐาน WLTP / เมือง 199 ไมล์) |
| ความเร็วชาร์จ DC สูงสุด | 50 kW [ชาร์จ 10–80% ใน 30 นาที] | 50 kW [ชาร์จ 10–80% ใน 30 นาที] |
| ขนาดมิติตัวถัง (ยาว×กว้าง×สูง) | 3,599 × 1,573 × 1,608 มม. | 3,599 × 1,573 × 1,608 มม. |
| ตัวเลือกสีภายนอก | สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) หลังคาดำ (ทูโทน) | สีทูโทนฟรีสีม่วง (รวมถึงสีเลือกสั่งเพิ่มหลังคาดำ) |
| ระบบความปลอดภัย (Honda SENSING) | ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันมาตรฐาน | ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันมาตรฐาน (พร้อม Traffic Sign Recognition) |
| ระบบอินโฟเทนเมนต์ & เครื่องเสียง | หน้าจอ 9 นิ้ว + ลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง | หน้าจอ 9 นิ้ว + ลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง |
| แพ็กเกจชุดแต่งพิเศษ | มีให้เลือก 2 สไตล์ (BULLDOG Style และ MUGEN) | เน้นอุปกรณ์สไตลิงมาตรฐาน / ตัวเลือกคาดลายสติกเกอร์ |
| การรับประกันตัวรถ / แบตเตอรี่ | – ตัวรถ: 5 ปี หรือ 140,000 กม. – แบตเตอรี่: 8 ปี หรือ 160,000 กม. | – ตัวรถ: สูงสุด 8 ปี (เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด) – แบตเตอรี่: 8 ปี หรือ 100,000 ไมล์ |
สรุปจุดเหมือนและจุดต่างสำคัญ
- จุดเหมือน: ทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า (พร้อม BOOST Mode) ฟังก์ชันจำลองเกียร์/เสียงเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย Honda SENSING และชุดเครื่องเสียง BOSE 8 ตำแหน่งเหมือนกันทุกประการ
- จุดต่าง:
- ชื่อและระยะทางทดสอบ:ไทยใช้ชื่อ Super-ONE (อ้างอิงระยะทาง NEDC ที่ 253 กม.) ส่วน UK ใช้ชื่อ Super-N (อ้างอิงระยะทาง WLTP ที่ 206 กม.)
- จำนวนการขาย: ไทยนำเข้าจำนวนจำกัดเพียง 30 คันเฉพาะปี 2569 ในขณะที่ UK เป็นการทำตลาดรุ่น Advance เกรดมาตรฐานทั่วไป
- ทางเลือกอุปกรณ์ตกแต่ง: ไทยเปิดตัวพร้อมชุดแต่งตรงรุ่นลิขสิทธิ์แท้ทั้ง BULLDOG Style และ MUGEN ให้สั่งเพิ่มอย่างเป็นทางการ
11
of 12
ตารางสเปกและข้อมูลทั่วไปในประเทศไทย







ข้อมูลทั่วไปและการจำหน่าย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ราคาจำหน่ายทางการ | 990,000 บาท |
| รูปแบบการนำเข้า | ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน (CBU) |
| จำนวนการจัดจำหน่ายปี 2569 | จำกัดเพียง 30 คัน เท่านั้น |
| วันเปิดจองออนไลน์ | วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 (เวลา 10.00 – 17.00 น.) ผ่าน honda.co.th/e-quotation |
| กำหนดการส่งมอบ | เริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป |
| สีตัวถังภายนอก | สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) หลังคาสีดำ (ทูโทน) |
| สีห้องโดยสารภายใน | สีทรีโทน (ขาว / เทา / ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า |
ข้อมูลระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ (Powertrain & Performance)
| หัวข้อ | สเปก / รายละเอียด |
| ประเภทพลังงาน | รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) พัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์ม N Series สไตล์ Low & Wide |
| กำลังสูงสุด | 70 kW (กิโลวัตต์) / ประมาณ 95 HP (แรงม้า) เมื่อเปิดใช้งาน BOOST Mode |
| แรงบิดสูงสุด | 162 N·m (นิวตัน-เมตร) |
| ชนิดและความจุแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 29.6 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด | 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน NEDC) |
| ระบบเกียร์ | ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ (Shift-by-Wire) |
| โหมดการขับขี่ | รองรับ 5 โหมด (ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST Mode บนพวงมาลัย) |
| ระบบขับขี่สปอร์ตพิเศษ | – ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์เสมือน (Deceleration Paddle Selectors / Simulated Gear) – ระบบ Active Sound Control จำลองเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง |
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกและภายใน (Exterior & Interior Highlights)
| หมวดหมู่ | รายละเอียดอุปกรณ์ |
| ดีไซน์ภายนอก | – ตัวถังทรงเหลี่ยม Boxy พร้อมโป่งล้อ Blister Fenders – สเกิร์ตข้าง (Side Sill Garnish), ปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing) – ช่องดักอากาศ Tech Lower Intake ลาย Heat Sink และ Offset Power Bulge – ช่องระบายอากาศด้านท้าย (Rear Breather Duct) – โลโก้ Honda โทนสี Platinum ด้านท้าย – ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ 8 ก้าน (แนวคิด Light & Tough) |
| ระบบไฟภายนอก | – ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลม / ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED – ไฟท้ายแบบ LED / ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ – สปอยเลอร์หลัง / กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวและพับเก็บอัตโนมัติ |
| ห้องโดยสาร & เบาะนั่ง | – เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต พร้อมระบบทำความร้อน (Heater) – เบาะหลังพับแยก 50:50 – พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า (Blue Stitching) – ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light (เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อใช้ BOOST Mode) |
| ความบันเทิง & อินโฟเทนเมนต์ | – หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว Advanced Touch รองรับ Wireless Apple CarPlay & Android Auto – ระบบ Google Built-in และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri / Android Auto – ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง – หน้าจอมาตรวัด TFT ขนาด 7 นิ้ว แสดงผลเกียร์เสมือนและTriple Meter Design – ช่อง USB Type-C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง (60W) – ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชันที่ 4 |
เทคโนโลยีความปลอดภัย (Safety & Honda SENSING)
| หมวดหมู่ | ฟังก์ชันและระบบความปลอดภัย |
| Honda SENSING (6 ฟังก์ชัน) | 1. CMBS: ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก 2. LKAS: ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ 3. RDM with LDW: ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ 4. AHB: ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ 5. ACC with LSF: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ 6. LCDN: ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ |
| ระบบความปลอดภัยอื่นๆ | – ถุงลม 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมด้านข้าง) – ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold – เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด – กล้องมองหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ – ระบบ Walk Away Auto Lock / ระบบเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) – ระบบเบรก ABS, EBD, ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HSA), ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) |
อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ (Optional Accessories)







▸ ชุดแต่ง BULLDOG Style (แนวคิด REIWA BULLDOG ถ่ายทอดจาก Honda City Turbo II)
- BULLDOG Full Package (ราคา 110,000 บาท): สติกเกอร์ BULLDOG รอบคัน + สติกเกอร์คาดกลางสีเทา + ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ME-027 (4 วง) + สปอยเลอร์หลัง
- แยกซื้อไอเท็ม:
- ชุดสติกเกอร์ BULLDOG: 20,000 บาท
- ชุดล้ออัลลอย 15 นิ้ว ME-027 (4 วง ไม่รวมยาง): 70,000 บาท
- สปอยเลอร์หลัง: 30,000 บาท






▸ ชุดแต่ง MUGEN (สำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น)
- MUGEN Car for Super-ONE Package (ราคา 640,000 บาท): ชุด Aero Part รอบคัน + สปอยเลอร์คาร์บอน + โป่งซุ้มล้อหน้า-หลัง + ครอบกระจกมองข้างคาร์บอน + ล้อ MUGEN FC5 พร้อมยาง + ฟิล์มเปลี่ยนสีรถ PET Glossy Metallic White พร้อมสติกเกอร์ MUGEN
- MUGEN Aero Part Package (ราคา 400,000 บาท): สเกิร์ตหน้า-ข้าง-หลัง + สปอยเลอร์คาร์บอน + โป่งซุ้มล้อหน้า-หลัง + ครอบกระจกคาร์บอน + สติกเกอร์กระจังหน้า
- แยกซื้อไอเท็ม:
- ชุดล้อ MUGEN FC5 ฟอร์จ 16 นิ้ว พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN Fleva V701 (205/45 R16): 150,000 บาท
- ฟิล์มเปลี่ยนสีรถพร้อมสติกเกอร์ MUGEN: 100,000 บาท
- ชุดสติกเกอร์ MUGEN: 50,000 บาท
ข้อเสนอพิเศษและการรับประกัน (Warranty & Offers)
การรับประกันระบบ EV: รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
อัตราดอกเบี้ย: เริ่มต้น 1.69% (เมื่อจอง 17 ส.ค. – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ธ.ค. 2569)
ประกันภัย: ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี
การรับประกันตัวรถ (Honda Ultimate Care): ฟรีขยายเวลารับประกันและช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. เพิ่มอีก 2 ปี / 40,000 กม. (รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม.)
หมายเหตุ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
12
of 12
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
The Review
Honda Super-N
Honda Super-N คือรถยนต์ไฟฟ้าซิตี้คาร์ขนาดจิ๋วที่เน้นความคุ้มค่าและความสนุกในการขับขี่เป็นหลัก โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์เรโทร ฟีเจอร์จำลองเกียร์ฮอตแฮตช์ 7 สปีด และเบาะนั่งแบบ Magic Seats อันชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม ด้วยแบตเตอรี่ความจุเพียง 29.6 kWh ทำให้ระยะทางวิ่งจริงจำกัด และมีห้องเก็บสัมภาระขนาดเล็กมากเพียง 162 ลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งตรงรุ่นอย่าง Fiat 500e, BYD Dolphin Surf และ Renault Twingo รถ Super-N เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถคันที่สองสำหรับใช้งานในเมือง ชื่นชอบงานดีไซน์ และเน้นฟีลลิงการขับขี่ที่สนุกสนาน ในขณะที่ผู้ที่ต้องเดินทางไกลหรือต้องการพื้นที่บรรทุกสัมภาระควรขยับไปมอง BYD Dolphin Surf หรือ MG4 Urban แทน
PROS
- ราคาจำหน่ายเข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท)
- ฟีลลิงการขับขี่สนุก มีโหมด Boost 94 แรงม้า พร้อมแป้นจำลองเกียร์ 7 สปีด
- เบาะหลังแบบ Magic Seats ปรับพับยกฐานเบาะขึ้นวางของทรงสูงได้
- อุปกรณ์มาตรฐานให้มาครบครัน เช่น ระบบเสียง Bose, พวงมาลัยอุ่น และ Adaptive Cruise Control
- อุ่นใจด้วยการรับประกันตัวรถยาวนานสูงสุดถึง 8 ปี เมื่อเข้าศูนย์บริการตามระยะ
CONS
- ระยะทางวิ่งจริงค่อนข้างสั้นเพียง 206 กม. (128 ไมล์) ตาม WLTP
- พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถเล็กมาก ความจุเพียง 162 ลิตร
- พวงมาลัยปรับได้เฉพาะระดับสูง-ต่ำ ไม่สามารถปรับระยะใกล้-ไกลได้
- ไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัยและการชนจากสถาบัน Euro NCAP
- การเก็บเสียงรบกวนในห้องโดยสารยังทำได้ไม่ดีนักเมื่อใช้ความเร็วสูง
Review Breakdown
-
สมรรถนะและการขับขี่
-
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
-
พื้นที่ผู้โดยสารและห้องเก็บสัมภาระ
-
การซื้อและการเป็นเจ้าของ
Honda Super-N DEALS
We collect information from many stores for best price available





































![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UQdnNd_YFa8Q7kNvwFp5AsJ&_nc_oc=AdrHMgY6RybMYExhpDd0LTghq69KI7PPbYdTeGAedp6GegKvg3-ngUOuI1TNZZb8wCZRLfX2cSUblItJvGgLIUSm&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=8QhlNvKLqzqSGXtau855_g&_nc_tpa=Q5bMBQLAlp4_tii6l_UC532zWbFOAR0ZpMzYZsb9zFzSHs1e7K7ZXuQXAxaHhlZkwHhBsTGslU6-Hyf6&oh=00_AQGa3ONB9B5H3aP2Qd8bWGdqjClPQCod1w636ZNd1bZRXg&oe=6A8D70CA)




![📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV](https://scontent-sin2-1.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/772280514_1477124561103747_2233245962568407907_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=102&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiRkVFRC5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=qhclHR75PCAQ7kNvwGETB9c&_nc_oc=AdoEwxMPhTD0sMg74sjt2yd6MzMt6_Q2y9s-Pd2LxHsfinFq8EVOtgoqIOpcdTLxK6MZO2ivy3fLqnZYgPvUhxl5&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin2-1.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=8QhlNvKLqzqSGXtau855_g&_nc_tpa=Q5bMBQKLkHyjd7Wjvar-DR2rGabgBOCSM1yYABwJyeLeCKG8fWSuITKEcMHAFl95yBcj26DknyLUzv21&oh=00_AQGQ7n1mMSO6faCZqJxcMNj9VSbYFIcC0SoG_tS2jRNWbg&oe=6A8D61CB)