• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Feature

ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

What Car? Team by What Car? Team
July 9, 2026
in Feature, Tip Technic
A A
ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

NCAP ย่อมาจาก New Car Assessment Program (โครงการประเมินรถยนต์ใหม่) คือ องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ทดสอบการชนและประเมินประสิทธิภาพความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ เพื่อให้คะแนนเป็นระบบ “ดาวความปลอดภัย” (Star Rating) แก่ผู้บริโภค ก่อนที่ค่ายรถยนต์จะนำรถรุ่นนั้นๆ ออกวางจำหน่ายในตลาด ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญที่สุดที่พลิกโฉมความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ประวัติศาสตร์การกำเนิดของ NCAP ไม่ได้เริ่มจากฝั่งยุโรปอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกา

จุดกำเนิด NCAP: จากสหรัฐอเมริกาสู่มาตรฐานโลก

ประวัติศาสตร์ของ NCAP เริ่มต้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะแผ่ขยายอิทธิพลไปยังยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีไทม์ไลน์สำคัญดังนี้:

1. จุดเริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 1978 – 1979)

แนวคิดนี้ริเริ่มโดย NHTSA (National Highway Traffic Safety Administration) หน่วยงานความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยทำการทดสอบชนหน้า (Frontal Crash Test) ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1979 ที่ความเร็ว 35 ไมล์/ชม. (56 กม./ชม.) ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดในยุคนั้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความปลอดภัยก่อนเลือกซื้อรถ ซึ่ง เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (U.S. Department of Transportation) ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ทั่วโลก

เริ่มต้นจากเสียงเรียกร้องของสังคม (ทศวรรษ 1950 – 1960)

ในช่วงปี 1950 ถึง 1960 อัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ในยุคนั้นค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่เน้นไปที่การออกแบบรถให้คันใหญ่ เครื่องยนต์แรง และทำความเร็วสูง โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบเซฟตี้มากนัก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1965 เมื่อทนายความชาวอเมริกันชื่อ Ralph Nader ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Unsafe at Any Speed” (ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะความเร็วเท่าใด) เนื้อหาแฉและวิพากษ์วิจารณ์อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันอย่างรุนแรงว่าละเลยความปลอดภัยของผู้บริโภค หนังสือเล่มนี้ปลุกกระแสสังคมและสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซง

การออกกฎหมายและการจัดตั้งหน่วยงาน (ปี 1966 – 1970)

  • ปี 1966: ประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน (Lyndon B. Johnson) ได้ลงนามในกฎหมายความปลอดภัยการจราจรและยานยนต์แห่งชาติ (National Traffic and Motor Vehicle Safety Act) เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้กับรถยนต์ และได้ตั้งหน่วยงานริเริ่มขึ้นมาในชื่อ National Highway Safety Bureau (NHSB)
  • ปี 1970: หน่วยงานนี้ได้ถูกยกระดับและเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น NHTSA ภายใต้กฎหมายฝ่าอันตรายบนทางหลวง (Highway Safety Act of 1970) โดยมีหน้าที่โดยตรงในการลดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

ผลงานและประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของ NHTSA

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา มาตรฐานที่ NHTSA กำหนด กลายมาเป็นบรรทัดฐานที่ค่ายรถยนต์ทั่วโลก (รวมถึงรถยนต์ที่นำเข้ามาขายในไทย) ต้องปฏิบัติตาม ตัวอย่างผลงานเด่นๆ ได้แก่:

  • การบังคับติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัย: NHTSA เป็นผู้ผลักดันให้เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และบังคับให้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต้องมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • โครงการดึงดูดผู้บริโภค NCAP (ปี 1978): NHTSA ได้ริเริ่มโครงการ New Car Assessment Program (NCAP) ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกในโลกที่จับรถยนต์ใหม่มาชนทดสอบจริง เพื่อให้คะแนนความปลอดภัยเป็น “ระดับดาว (5-Star Safety Ratings)” ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างแข่งขันกันพัฒนาโครงสร้างรถให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นเพื่อดาวที่สูงขึ้น
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC) และกล้องมองหลัง: บังคับให้รถยนต์ใหม่ทุกคันต้องติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (ตั้งแต่ปี 2011) และระบบกล้องมองหลัง (ตั้งแต่ปี 2018) เพื่อลดอุบัติเหตุจากการถอยชน
  • การสั่งรีคอลล์ (Recall) ครั้งประวัติศาสตร์: NHTSA มีอำนาจทางกฎหมายในการบังคับให้บริษัทรถยนต์ต้องเรียกคืนรถไปซ่อมแซมหากพบข้อบกพร่องที่เป็นอันตราย เช่น กรณีถุงลมนิรภัยของ Takata หรือปัญหาสวิตช์จุดระเบิดของ GM

ปัจจุบัน: NHTSA ไม่เพียงแต่ดูแลเรื่องรถยนต์น้ำมันแบบเดิม แต่กำลังมุ่งเน้นไปที่การควบคุมและทดสอบความปลอดภัยของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการกำหนดมาตรฐานสำหรับ ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving Systems – ADS) เพื่อรองรับเทคโนโลยีอนาคต

2. จุดเปลี่ยนสู่ระบบ “ดาว” ในยุโรป (ค.ศ. 1996 – 1997)

Euro NCAP ก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1996 โดยกระทรวงคมนาคมสหราชอาณาจักร ร่วมกับรัฐบาลสวีเดนและสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) ยุโรปคือผู้ริเริ่มระบบให้คะแนนความปลอดภัยแบบ “ดาว” (1-5 ดาว) ซึ่งในช่วงแรกโดนค่ายรถยนต์ต่อต้านอย่างหนักว่าเกณฑ์โหดเกินไป จนกระทั่งปี ค.ศ. 2001 รถยนต์ Renault Laguna ได้กลายเป็นรถรุ่นแรกที่คว้ามาตรฐาน 5 ดาวมาครองได้สำเร็จ พลิกโฉมให้ระบบดาวกลายเป็นเครื่องมือการตลาดสำคัญที่บีบให้ทุกค่ายรถต้องแข่งกันพัฒนาโครงสร้างความปลอดภัย

ค.ศ. 1978

US NCAP (สหรัฐอเมริกา) หรือ NHTSA

จุดเริ่มต้นโครงการประเมินรถยนต์ใหม่รายแรกของโลกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ

ค.ศ. 1993

ANCAP (ออสตราเลเซีย)

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ร่วมมือกันจัดตั้งเพื่อทดสอบรถยนต์ในภูมิภาค

ค.ศ. 1995

JNCAP (ญี่ปุ่น)

จัดตั้งเพื่อเน้นความปลอดภัยที่สอดคล้องกับโครงสร้างและวิถีการจราจรในเอเชีย

ค.ศ. 1996

Euro NCAP (ยุโรป)

ริเริ่มระบบให้คะแนนแบบ “ดาว” และเพิ่มเกณฑ์ทดสอบการชนคนเดินถนน

ค.ศ. 2006

C-NCAP (จีน)

รองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดและฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศจีน

ค.ศ. 2011

ASEAN NCAP (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ในอาเซียน โดยเน้นการป้องกันผู้ขี่รถจักรยานยนต์ร่วมด้วย

วิวัฒนาการเกณฑ์การตัดสินความปลอดภัยของ NCAP

เกณฑ์การประเมินคะแนนดาวของ NCAP ทั่วโลก ถูกปรับปรุงให้เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ยุคหลัก:

  1. ยุคความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety): เน้นความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง, การยุบตัวของห้องโดยสาร และประสิทธิภาพของถุงลมนิรภัย/เข็มขัดนิรภัยเมื่อเกิดการชน
  2. ยุคความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทาง (Pedestrian Safety): เพิ่มการทดสอบการชนคนเดินเท้า โดยออกแบบหน้ารถและฝากระโปรงให้ลดแรงกระแทกเพื่อลดโอกาสเสียชีวิตของคนบนถนน
  3. ยุคความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety / ADAS): เกณฑ์ปัจจุบันระบุว่า รถยนต์จะได้ 5 ดาวเต็ม ตัวถังแข็งแรงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตั้งแต่แรก

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมและเว็บไซต์อ้างอิงทางการ (Official Sources)

สำหรับผู้บริโภคหรือผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการเช็กคะแนนความปลอดภัยของรถยนต์แต่ละรุ่น สามารถตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรงจากลิงก์ทางการขององค์กรผู้ทดสอบ ดังนี้:

  • ASEAN NCAP (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้): aseancap.org — ศูนย์รวมผลทดสอบรถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีการทดสอบที่อ้างอิงกับพฤติกรรมการขับขี่ในภูมิภาค
  • Euro NCAP (ยุโรป): euroncap.com — มาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับว่าเข้มงวดที่สุดในโลก และเป็นผู้นำด้านการอัปเดตเกณฑ์เทคโนโลยี ADAS
  • NHTSA / US NCAP (สหรัฐอเมริกา): nhtsa.gov — เว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ มีฐานข้อมูลผลทดสอบชน ข้อมูลการเรียกคืนรถยนต์ (Recalls) และรายงานสถิติอุบัติเหตุเชิงลึก
  • Global NCAP (องค์กรกลาง): globalncap.org — มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนนแห่งสหราชอาณาจักร ทำหน้าที่เป็นแกนกลางสนับสนุนโครงการ NCAP ในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก
  • IIHS (Insurance Institute for Highway Safety): iihs.org — สถาบันวิจัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงของกลุ่มธุรกิจประกันภัยในสหรัฐฯ โดดเด่นเรื่องการทดสอบชนแบบเยื้องซ้อนน้อย (Small Overlap) และเกณฑ์การประเมินไฟหน้ายอดเยี่ยม (Top Safety Pick)
  • Green NCAP (ประเมินสิ่งแวดล้อม): greenncap.com — โครงการริเริ่มในเครือ Euro NCAP ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนดาวด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน และการปล่อยไอเสียของรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

สรุปหัวใจสำคัญของ NCAP

คะแนนดาวของ NCAP ไม่ใช่เกณฑ์ข้อบังคับทางกฎหมายที่ห้ามไม่ให้ขายรถ แต่เป็น “ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยภาคสมัครใจ” ที่ทรงอิทธิพลที่สุด เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันใช้คะแนนเหล่านี้เป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องอัปเกรดระบบความปลอดภัยให้สูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายโดยปริยาย

Tags: NCAPNCAP Rating

Related Posts

Feature

JCB Hydromax: เจาะลึกภารกิจท้าชนและทำลายสถิติไฮโดรเจน 653 กม./ชม.

August 17, 2026
Old System New EU Rules
Feature

EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

August 14, 2026
BHP, HP คืออะไร?
Tip Technic

BHP, HP คืออะไร? เจาะลึกความหมาย ความแตกต่าง และวิธีแปลงค่าแรงม้า

August 6, 2026
Volvo แถลงการณ์และความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 ในประเทศไทย
Feature

Volvo แถลงการณ์และความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 ในประเทศไทย พร้อมพาสื่อชมขั้นต้องการทำงาน

July 22, 2026
ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026
Feature

ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026

July 19, 2026
Feature

รถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดที่มีจำหน่ายในปี 2026 – ผลการทดสอบการชนล่าสุด

June 17, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1056 shares
    Share 422 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV
  • สภาผู้บริโภค vs สคบ. ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกบทบาทองค์กรพิทักษ์สิทธิ พร้อมคู่มือเลือกช่องทางร้องเรียนอย่างได้ผล https://s.whatcar.co.th/XVOixF
  • Ford Fathom รุ่นใหม่ คือรถกระบะไฟฟ้าราคาประหยัด 👀 https://s.whatcar.co.th/STZB51
  • Kia PV5 Cargo ⚡ รถตู้พาณิชย์ไฟฟ้า 100% ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้!

ถูกออกแบบบนสถาปัตยกรรม EV เฉพาะทาง ตัวรถกว้างขวาง นั่งสบายเหมือนรถยนต์นั่ง แต่จุของได้แน่นแบบรถตู้พาณิชย์มืออาชีพ 📦🚛

Key Highlights:
⚡ Range: วิ่งจริงไกลถึง 413 กม./ชาร์จ (ทดสอบแบกสัมภาระ 400 กก.)
⚡ Charging: ชาร์จไว DC 150 kW เพียง 30 นาที (10-80%)
⚡ Practicality: ความจุ 4.4 ลบ.ม. พื้นรถต่ำพิเศษ ขนย้ายของสะดวก
⚡ Tech: จอกลาง 12.9" พร้อม Google Maps ในตัว & ระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ช่าง
🛡️ Warranty: รับประกันตัวรถ 7 ปี / 150,000 กม. (รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม.)

💰 ราคาจำหน่ายในประเทศไทย: 1,199,000 บาท
https://s.whatcar.co.th/XaG72O
#Kia #KiaPV5 #PV5Cargo #ElectricVan #EVVan #Automotive #KiaThailand #รถตู้ไฟฟ้า #รถยนต์ไฟฟ้า #นวัตกรรม #ยานยนต์ไฟฟ้า

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.