• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Tip Technic

ขับอย่างไรให้ประหยัดในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด

What Car? Team by What Car? Team
September 7, 2018
in Tip Technic
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ 0.8-1.6% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคผ่านการอุดหนุนพลังงานเชื้อเพลิง แต่ในฐานะผู้บริโภค เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ด้วยตัวเอง ด้วยการปฏิบัติตามเคล็ดลับการประหยัดน้ำมันที่แนะนำโดยเชฟโรเลต ดังต่อไปนี้

1. ปรับตั้งเครื่องยนต์อย่างถูกต้อง

งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาเผยว่า เครื่องยนต์ที่มีการปรับตั้งที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 4% นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เช่น เซ็นเซอร์วัดปริมาณออกซิเจนทำงานผิดปกติ จะสามารถช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 40% ผู้ขับขี่จึงไม่ควรละเลยสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ (Check Engine) ให้นำรถเข้าไปตรวจสอบทันที

2. ตรวจสอบแรงดันลมยาง

การเติมลมยางที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 3.3% ช่วยให้ปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ยางที่มีลมยางอ่อนอาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 0.3% สำหรับทุกๆ 1 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ของความดันลมยางที่ตกลงไปทั้ง 4 ล้อ แนะนำว่าควรตรวจเช็กสภาพลมยางด้วยอุปกรณ์วัดลมยางที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยเดือนละครั้ง

3. แก้ไขปัญหาสิ่งอุดตัน

ไส้กรองอากาศที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และสิ่งแปลกปลอมอาจหลุดเข้าไปทำลายเครื่องยนต์ได้ การเปลี่ยนไส้กรองที่อุดตันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันขึ้นได้ถึง 14% ตามรายงานของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA)

4. เลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม

การเลือกใช้หนืดของน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยลดการเสียดสีของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เพราะการเสียดสีที่สูงเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้น การใช้น้ำมันเครื่องตามเกณฑ์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์แนะนำจะช่วยเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันขึ้นได้อีก 1-2%

5. ตรวจสอบฝาถังน้ำมัน

ฝาถังน้ำมันที่หลวม ปิดไม่สนิท หรือซีลยางเสื่อมสภาพ ไม่เพียงแต่จะทำให้ไฟเตือนรูปเครื่องยนต์แจ้งเตือนบนหน้าปัดเท่านั้น แต่ยังเป็นเหตุทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงระเหยทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์หลายล้านลิตรในแต่ละปี การปิดฝาถังน้ำมันให้สนิทจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำมันระเหยและรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันไว้ได้ 1-2%

6. หลีกเลี่ยงการใส่ล้อที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ

การใส่ล้อขนาดใหญ่เต็มซุ้มคู่กับยางแก้มเตี้ย (Low-Profile Tyres) อาจจะทำให้รถดูสวยงามน่ามอง แต่จะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้น เนื่องจากล้อและยางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะเพิ่มแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) และเพิ่มน้ำหนักใต้สปริงของช่วงล่าง (Un-sprung Weight) รวมถึงส่งผลเสียต่อหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ซึ่งทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความนุ่มนวลในการขับขี่

7. วางแผนการเดินทางของคุณ

การจราจรที่ติดขัดส่งผลให้รถยนต์ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้และเผาน้ำมันเล่นโดยใช่เหตุ ควรวางแผนการเดินทางให้ดีล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกไปโรงเรียน ขับรถไปทำงาน หรือการออกไปซื้อของใช้จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่การจราจรติดขัดหนาแน่น

8. นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

การบรรทุกสัมภาระที่มากเกินไปทำให้รถยนต์ต้องใช้กำลังและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเพิ่มขึ้น รายงานจากสหรัฐอเมริการะบุว่า น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 45 กก. จะทำให้ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลดลง 2% และตัวเลขนี้จะยิ่งลดลงมากกว่าเดิมหากเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก (City Car)

9. ขับรถให้ช้าลงและนุ่มนวลขึ้น

การขับขี่แบบกระชากจะใช้น้ำมันมากกว่าการรักษาความเร็วให้คงที่ ควรเหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวลเมื่อออกจากทางแยกหรือสัญญาณไฟจราจร หลีกเลี่ยงการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว การใช้ความเร็วสูงเกินไป และการเบรกอย่างรุนแรง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลงถึง 33% บนทางหลวง และลดลง 5% สำหรับการขับรถในเมือง

What Car? Fact: ข้อมูลจากหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติของประเทศแคนาดา (Natural Resources Canada) ระบุว่า การขับรถที่ความเร็ว 90 กม./ชม. จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 10-15% โดยความเร็วที่ช่วยประหยัดน้ำมันสูงสุดสำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 50-80 กม./ชม.

10. หลีกเลี่ยงการจอดรถแบบติดเครื่องยนต์นานเกินไป

การจอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ (Idling) เป็นการเผาผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ รถยนต์จะไม่กินน้ำมันเลยเมื่อเครื่องยนต์ดับลง ขณะที่การสตาร์ทรถใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันไปเกือบ 1 ลิตรโดยไม่ได้ระยะทางเลย

11. ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด

เครื่องปรับอากาศในรถยนต์สามารถลดประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลงได้ถึง 10% หากสภาพอากาศภายนอกไม่ได้ร้อนจัด แนะนำให้ปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้นเพื่อหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร แทนการปรับลดอุณหภูมิลงให้เย็นจัด ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ได้

12. ใช้เกียร์สูงเพื่อลดรอบเครื่องยนต์

เมื่อขับขี่รถยนต์เกียร์ธรรมดา ควรเปลี่ยนไปใช้เกียร์สูงให้เร็วที่สุดเพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ (RPM) ให้ต่ำ เนื่องจากรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำจะใช้น้ำมันน้อยกว่า หากขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ให้ผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อความเร็วไต่ระดับขึ้นมาถึงจุดที่เหมาะสม เพื่อส่งสัญญาณให้สมองกลเกียร์เปลี่ยนตำแหน่งขึ้นไปเกียร์สูงเร็วขึ้น ช่วยลดอาการลากเกียร์และประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น

13. ใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือ Cruise Control จะช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่ ป้องกันการขับรถเร็วเกินกำหนด และช่วยประหยัดน้ำมันผ่านการเร่งและผ่อนความเร็วอย่างนุ่มนวลอัตโนมัติ ซึ่งระบบจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเปิดใช้งานร่วมกับโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ทั้งนี้ ไม่ควรเปิดใช้งานระบบนี้ในช่วงที่ฝนตกหนักหรือบนสภาพถนนที่เปียกลื่น

14. ชะลอความเร็วอย่างนุ่มนวลก่อนรถจอดสนิท

เมื่อขับรถเกียร์อัตโนมัติในสภาพการจราจรที่หนาแน่น สามารถปล่อยให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ (Engine Creep) โดยไม่ต้องเติมคันเร่ง หากขับรถเกียร์ธรรมดา ให้ลดตำแหน่งเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้แรงเบรกจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) ช่วยชะลอความเร็วจนรถจอดสนิท การถอนคันเร่งหมดในขณะที่รถยังคาอยู่ในเกียร์เดินหน้า สมองกลของเครื่องยนต์สมัยใหม่จะสั่งตัดการจ่ายน้ำมันเกือบทั้งหมด (Fuel Cut-Off) ซึ่งประหยัดน้ำมันมากกว่าการเหยียบคลัตช์หรือเข้าเกียร์ว่าง (N) ปล่อยให้รถไหลนิ่งๆ


บทสรุป (Summary)

วิกฤตเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทำให้นักขับต้องหันมาใส่ใจกับ “ทุกหยดของน้ำมัน” การประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกความเป็นจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการประสานกันระหว่าง “การบำรุงรักษารถยนต์เชิงรุก” (เช่น แรงดันลมยาง ไส้กรองอากาศ และการเลือกน้ำมันเครื่อง) ร่วมกับ “พฤติกรรมการขับขี่ที่ชาญฉลาด” (การรักษาความเร็ว 50-80 กม./ชม. และการใช้ระบบ Cruise Control อย่างถูกวิธี) ซึ่งสามารถเซฟเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 14-33% เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้รถในเมืองที่ต้องเผชิญรถติด และนักเดินทางไกลที่ต้องการรีดระยะทางต่อถังให้คุ้มค่าที่สุด

อัตราสิ้นเปลืองในโลกความเป็นจริง (Real-World Range / Efficiency)

  • หมวดบำรุงรักษารถ (Maintenance): การเปลี่ยนไส้กรองอากาศที่อุดตันกู้คืนความประหยัดได้ถึง 14% การตรวจสอบออกซิเจนเซ็นเซอร์เพิ่มระยะทางได้ถึง 40% และการเติมลมยางที่ถูกต้องช่วยเซฟน้ำมันได้อีก 3.3%
  • หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (Driving Habit): การขับรถให้ช้าลงและนุ่มนวล ไม่กระชากคันเร่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันบนทางหลวงได้สูงถึง 33% และในเมือง 5%
  • 🏆 ผู้ชนะด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในทันที: หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (การปรับความเร็วลดลงมาอยู่ที่ 90 กม./ชม. ช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ทันที 10-15% โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

สมรรถนะเครื่องยนต์และการส่งกำลัง (Performance & Drivetrain)

  • หมวดบำรุงรักษารถ (Maintenance): การเลือกค่าน้ำมันเครื่องที่ผู้ผลิตแนะนำ ลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มความประหยัดได้ 1-2% รวมถึงการสวมฝาปิดถังน้ำมันให้สนิทป้องกันน้ำมันระเหยทิ้งทวน
  • หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (Driving Habit): การใช้เกียร์สูงในเกียร์ธรรมดาเพื่อเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ต่ำ และการถอนคันเร่งเล็กน้อยเพื่อให้เกียร์อัตโนมัติสับขึ้นเกียร์สูงเร็วขึ้น ลดอาการลากเกียร์โดยไม่จำเป็น
  • 🏆 ผู้ชนะด้านการลดภาระเครื่องยนต์: หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (ระบบ Fuel Cut-Off จากการใช้ Engine Brake ตอนถอนคันเร่งคาเกียร์ ช่วยให้เครื่องยนต์แทบไม่จ่ายน้ำมันเลย)

ความอเนกประสงค์และการจัดเตรียมรถ (Practicality)

  • หมวดบำรุงรักษารถ (Maintenance): หลีกเลี่ยงการแต่งล้อและยางขนาดใหญ่เกินสเปกโรงงาน เพราะเพิ่มน้ำหนักใต้สปริง (Un-sprung Weight) และเพิ่มแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) ทำให้น้ำมันวูบอย่างรวดเร็ว
  • หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (Driving Habit): การจัดการสัมภาระท้ายรถอย่างชาญฉลาด นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออก เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 45 กิโลกรัม จะบั่นทอนอัตราประหยัดน้ำมันลงไป 2%
  • 🏆 ผู้ชนะด้านการจัดการพื้นที่และน้ำหนัก: หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (การเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกจากห้องโดยสารและท้ายรถ ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจนในรถยนต์ขนาดเล็ก)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่และการควบคุม (Ride & Handling)

  • หมวดบำรุงรักษารถ (Maintenance): การตั้งศูนย์ถ่วงล้อและดูแลระบบช่วงล่างให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ช่วยลดแรงต้านและทำให้รถวิ่งได้ตรงทาง ไม่กินกำลังเครื่องยนต์
  • หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (Driving Habit): เปิดใช้งานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ร่วมกับ Eco Mode บนทางราบ ช่วยให้อัตราเร่งนุ่มนวลและนิ่งกว่าการเหยียบคันเร่งด้วยเท้า
  • 🏆 ผู้ชนะด้านการควบคุมความเร็วเดินทาง: หมวดพฤติกรรมการขับขี่ (ระบบ Cruise Control ควบคุมการจ่ายน้ำมันได้เนียนและเสถียรที่สุดเมื่อวิ่งระยะทางไกล)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ขับรถความเร็วเท่าไหร่ถึงจะประหยัดน้ำมันมากที่สุด?

ความเร็วที่ช่วยให้รถยนต์ส่วนใหญ่ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดจะอยู่ระหว่าง 50-80 กม./ชม. ส่วนการวิ่งบนทางหลวง การรักษาความเร็วให้คงที่อยู่ที่ประมาณ 90 กม./ชม. จะช่วยเพิ่มอัตราประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้นถึง 10-15%

จริงหรือไม่ที่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประหยัดกว่าการดับแล้วสตาร์ทใหม่?

ไม่จริง การสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ (Idling) นาน 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันทิ้งไปเปล่าๆ เกือบ 1 ลิตรโดยไม่ได้ระยะทางเลย

การใส่ล้อแม็กขนาดใหญ่และยางแก้มเตี้ยส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองอย่างไร?

ล้อและยางที่ใหญ่ขึ้นจะเพิ่มน้ำหนักใต้สปริงและเพิ่มแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) อีกทั้งยังทำลายอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงขับเคลื่อนมากขึ้นและกินน้ำมันสูงขึ้นอย่างชัดเจน

Related Posts

BHP, HP คืออะไร?
Tip Technic

BHP, HP คืออะไร? เจาะลึกความหมาย ความแตกต่าง และวิธีแปลงค่าแรงม้า

August 6, 2026
ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก
Feature

ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

July 9, 2026
NCAP ทำความรู้จักมาตรฐานการให้คะแนน
Tip Technic

NCAP ทำความรู้จักมาตรฐานการให้คะแนน

December 16, 2023
ทำความรู้จักแพ็คเกจ BSI ของ BMW
Tip Technic

ทำความรู้จักแพ็คเกจ BSI ของ BMW

December 2, 2023
Tip Technic

คู่มือดูแลยางรับหน้าฝน: ดูแลยางอย่างไรให้ใช้ได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ

May 9, 2022
Tip Technic

ควิกเลนแนะเทคนิคช่วยรถประหยัดน้ำมัน เตรียมพร้อมเดินทางรับหยุดยาว

April 8, 2022
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1056 shares
    Share 422 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV
  • สภาผู้บริโภค vs สคบ. ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกบทบาทองค์กรพิทักษ์สิทธิ พร้อมคู่มือเลือกช่องทางร้องเรียนอย่างได้ผล https://s.whatcar.co.th/XVOixF
  • Ford Fathom รุ่นใหม่ คือรถกระบะไฟฟ้าราคาประหยัด 👀 https://s.whatcar.co.th/STZB51
  • Kia PV5 Cargo ⚡ รถตู้พาณิชย์ไฟฟ้า 100% ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้!

ถูกออกแบบบนสถาปัตยกรรม EV เฉพาะทาง ตัวรถกว้างขวาง นั่งสบายเหมือนรถยนต์นั่ง แต่จุของได้แน่นแบบรถตู้พาณิชย์มืออาชีพ 📦🚛

Key Highlights:
⚡ Range: วิ่งจริงไกลถึง 413 กม./ชาร์จ (ทดสอบแบกสัมภาระ 400 กก.)
⚡ Charging: ชาร์จไว DC 150 kW เพียง 30 นาที (10-80%)
⚡ Practicality: ความจุ 4.4 ลบ.ม. พื้นรถต่ำพิเศษ ขนย้ายของสะดวก
⚡ Tech: จอกลาง 12.9" พร้อม Google Maps ในตัว & ระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ช่าง
🛡️ Warranty: รับประกันตัวรถ 7 ปี / 150,000 กม. (รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม.)

💰 ราคาจำหน่ายในประเทศไทย: 1,199,000 บาท
https://s.whatcar.co.th/XaG72O
#Kia #KiaPV5 #PV5Cargo #ElectricVan #EVVan #Automotive #KiaThailand #รถตู้ไฟฟ้า #รถยนต์ไฟฟ้า #นวัตกรรม #ยานยนต์ไฟฟ้า
  • 🚗เปิดตัว Honda Super-ONE ในไทย 14 ส.ค. นี้! EV จิ๋วสายพันธุ์สปอร์ต
ลิมิเต็ดเพียง "_30 คันในปีนี้!_" ชิมลางสร้างสีสัน DNA สาวกพร้อมจ่าย...?😆

🇬🇧ในสหราชอาณาจักร (UK) ใช้ในชื่อ Honda Super-N เปิดราคาขายแนะนำโดยผู้ผลิต (RRP): £18,995 ปอนด์ (ประมาณ 835,000 บาท)

🫰แล้วท่านคิดว่าราคาในไทยควรอยู่ที่เท่าไหร่...? ยินดีจ่าย...?

👉อ่านต่อ https://s.whatcar.co.th/jYMLiZ
#Honda #SuperONE #SuperN #WhatCarThailand
  • รถ EV ไซส์จิ๋วที่มี "เกียร์ทิพย์ 7 สปีด" คุณว่าจะเวิร์กไหม? 🚗⚡️

Honda เปิดตัว Super-N EV ทรงเรโทรยาวแค่ 3.5 เมตร แต่จัดเต็มฟีเจอร์แปลกๆ เพียบ!

🔹 โหมด Boost: กดปุ่มแล้วแรงม้าพุ่งจาก 63 เป็น 94 แรงม้า (0-100 ใน 10 วิ)
🔹 Paddle Shift จำลอง: เปลี่ยนเกียร์ 7 สปีด กระตุกเนียนๆ ฟีลรถฮอตแฮตช์
🔹 Magic Seats: พับเบาะหลังขึ้นวางของทรงสูงได้

🔋 แบต 29.6 kWh วิ่งจริง ~112–150 กม. ท้ายรถจิ๋ว 162 ลิตร
💰 ราคาในอังกฤษ ~835,000 บาท (£18,995)

ถ้านำเข้าไทยราคานี้ น่าซื้อมาขับเล่นในเมืองไหม?
https://s.whatcar.co.th/ozCOMi
#Honda #HondaSuperN

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.