• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Insights

บทวิเคราะห์เชิงลึก: Toyota กับชัยชนะที่แท้จริงภายใต้กลยุทธ์ Multi-Pathway

What Car? Team by What Car? Team
June 6, 2026
in Insights
A A
Toyota กับชัยชนะที่แท้จริงภายใต้กลยุทธ์ Multi-pathway

Toyota กับชัยชนะที่แท้จริงภายใต้กลยุทธ์ Multi-pathway

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์โลกตกอยู่ภายใต้กระแสกดดันอย่างหนักให้เปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% (Battery Electric Vehicles หรือ BEV) สำนักข่าวและนักวิเคราะห์ต่างประเทศจำนวนมากเคยตราหน้า Toyota ว่าเป็น “ไดโนเสาร์” ที่เชื่องช้า ล้าหลัง และกำลังจะเดินตามรอยอดีตยักษ์ใหญ่ฟิล์มถ่ายภาพอย่าง Kodak ที่ล่มสลายเพราะปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลเชิงประจักษ์ทางเศรษฐกิจและตัวเลขผลประกอบการกลับพิสูจน์ให้เห็นในทิศทางตรงกันข้าม Toyota ไม่เพียงแต่ไม่สูญพันธุ์ แต่กำลังสร้างสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มเผชิญภาวะชะลอตัวและการตัดราคาอย่างรุนแรง

กลยุทธ์ Multi-Pathway: การกระจายความเสี่ยงขั้นสูงสุด

ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ของสาธารณชนคือการคิดว่า Toyota “ต่อต้าน” รถยนต์ไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริง อดีตประธานกรรมการ Akio Toyoda ได้ย้ำเตือนอยู่เสมอว่า “ศัตรูคือคาร์บอน ไม่ใช่เครื่องยนต์สันดาปภายนอกหรือภายใน”

Toyota เลือกใช้กลยุทธ์ Multi-Pathway (หลากหลายทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน) โดยพัฒนาเทคโนโลยี 4 แกนหลักไปพร้อมกัน:

  • HEV (Hybrid Electric Vehicle): รถยนต์ไฮบริดดั้งเดิม
  • PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle): ไฮบริดเสียบปลั๊ก
  • BEV (Battery Electric Vehicle): รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่
  • FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle): รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน

วิเคราะห์เชิงลึก: โลกนี้มีความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างพื้นฐานสูงมาก ในขณะที่ยุโรปหรือเมืองใหญ่ในจีนอาจมีความพร้อมด้านสถานีชาร์จ แต่ในภูมิภาคแอฟริกา อเมริกาใต้ หรือแม้แต่พื้นที่ห่างไกลในสหรัฐฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าที่เสถียรยังคงเป็นปัญหา กลยุทธ์ของ Toyota จึงไม่ใช่ความลังเล แต่เป็นการมองตลาดตามความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ (Pragmatism)


กำไรสูงสุดประวัติการณ์ VS สงครามราคาในจีน
กำไรสูงสุดประวัติการณ์ VS สงครามราคาในจีน

ตัวเลขทางการเงิน: กำไรสูงสุดประวัติการณ์ VS สงครามราคาในจีน

หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งทางการเงิน ผลประกอบการของ Toyota ในปีงบประมาณที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นอย่างชัดเจน

ตัวชี้วัดToyota (ปีงบประมาณล่าสุด)ภาพรวมค่ายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน
ผลกำไรสร้างสถิติกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์ (ประมาณ 5 ล้านล้านเยน)ส่วนใหญ่ยังคงประสบภาวะ “ขาดทุนต่อคัน” ยกเว้น BYD และ Li Auto
กลไกการตลาดขยายตัวจากความต้องการรถยนต์ Hybrid ที่พุ่งสูงทั่วโลก ทำให้อัตรากำไรต่อคันสูงขึ้นต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (Subsidies) และเผชิญสงครามราคา (Price War) ที่ตัดกำไรจนแทบไม่เหลือ

จากรายงานของสื่อการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเกิดใหม่ในจีนจำนวนมาก (EV Startups) มีสถานะทางการเงินที่น่าเป็นห่วง หากไม่นับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BYD ค่ายอื่น ๆ เช่น Nio, Xpeng หรือแม้แต่ Xiaomi (ในแผนกรถยนต์) ต่างต้องแบกรับต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิ่วประกอบกับการตัดราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุนสะสม

ความได้เปรียบทางวิศวกรรมและต้นทุนแร่ธาตุ

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Toyota ทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำคือ “ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรแบตเตอรี่”

Toyota เคยนำเสนอหลักคิด “90-6-1 Rule” ซึ่งอธิบายได้อย่างน่าสนใจดังนี้:

  • ปริมาณแร่ธาตุและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ BEV 1 คัน
  • สามารถนำไปผลิตรถยนต์ PHEV ได้ 6 คัน
  • หรือนำไปผลิตรถยนต์ HEV (ไฮบริด) ได้ถึง 90 คัน

เมื่อคำนวณด้านการลดคาร์บอนโดยรวม รถไฮบริด 90 คันสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของโลกได้มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คันอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของต้นทุนการผลิต Toyota ไม่ต้องเผชิญความผันผวนของราคาลิเทียม นิกเกิล และโคบอลต์ เท่ากับค่ายรถที่พึ่งพา BEV 100% ทำให้รักษากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้ได้ในระดับที่สูงและมั่นคง

“รู้จักจังหวะ” ไม่ใช่ “เชื่องช้า” : การเดิมพันกับ Solid-State Battery

การที่ Toyota ยังไม่บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากระแสหลักอย่างเต็มตัว ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีเทคโนโลยี ในทางกลับกัน Toyota เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับ Solid-state battery (แบตเตอรี่สถานะของแข็ง) มากที่สุดในโลก

การเดิมพันกับ Solid-State Battery
การเดิมพันกับ Solid-State Battery

Toyota เลือกที่จะไม่ลงเงินมหาศาลไปกับการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ Lithium-ion ยุคเก่าในสเกลที่ใหญ่เกินไป แต่เลือกที่จะรอให้เทคโนโลยี Solid-state มีความพร้อมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทดลองใช้จริงในสายการผลิตช่วงปี 2027-2028 ชัยภูมิอันเหนือกว่านี้ทำให้ Toyota ไม่ต้องเผชิญกับภาวะ “สินทรัพย์ด้อยค่า” (Asset Write-downs) จากเทคโนโลยีที่ตกรุ่นเร็วเหมือนค่ายรถยนต์อื่น

บทสรุป: ผู้ชนะในระยะยาว

เมื่อผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งเรื่องราคาขายต่อที่ร่วงดิ่ง, ค่าประกันภัยที่สูงลิ่ว, ความไม่สะดวกในการเดินทางไกล และข้อจำกัดของสถานีชาร์จ ความต้องการตลาดจึงเหวี่ยงกลับมาที่รถยนต์ไฮบริดอย่างรุนแรง ยอดขายรถยนต์ไฮบริดของ Toyota พุ่งทะยานในตลาดหลักทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

คำครหาที่ว่า Toyota จะเป็นเหมือน Kodak ได้ถูกทำลายลงด้วยตัวเลขงบการเงินและยอดขายที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ไดโนเสาร์ตัวนี้ไม่ได้ปรับตัวช้า แต่เป็นไดโนเสาร์ที่มีประสบการณ์สูง รู้จักจังหวะการเดิน และเข้าใจดีว่าการวิ่งมาราธอนในอุตสาหกรรมยานยนต์… ผู้ที่สปีดต้นเร็วที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

ข้อมูลอ้างอิงและแหล่งที่มา (References)

  1. Toyota Financial Results: รายงานผลประกอบการประจำปีของ Toyota Motor Corporation ชี้สถิติกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากอานิสงส์ยอดขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลก
  2. Bloomberg NEF (New Energy Finance): รายงานแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป (EV deceleration) และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรถยนต์ Hybrid
  3. Reuters Automotive Analysis: บทวิเคราะห์สถานการณ์สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน (China EV Price War) และการขาดทุนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่ที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนโดยตรงจากภาครัฐอย่างเพียงพอ
  4. Toyota’s “Multi-Pathway” Strategy Whitepaper: เอกสารวิชาการและการแถลงนโยบายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนของ Toyota Motor เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรแบตเตอรี่และหลักการวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน
  5. จุดเริ่มต้นจากประเด็นของ Loy Chunpongtong
Tags: BEVEVMulti-pathwayTOYOTA

Related Posts

Geely ขายหุ้น Volvo: สรุปสัดส่วนถือหุ้นล่าสุด สิทธิ์บริหาร และการแชร์เทคโนโลยี EV
Insights

Geely ขายหุ้น Volvo: สรุปสัดส่วนถือหุ้นล่าสุด สิทธิ์บริหาร และการแชร์เทคโนโลยี EV

August 8, 2026
ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026
Feature

ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026

July 19, 2026
Insights

สถานการณ์ยอดขายรถกระบะ: วิกฤตหดตัวต่ำสุดในรอบ 24 ปี จากที่เคยเป็น “Product Champion”

June 23, 2026
Insights

เจาะลึกสมรภูมิยานยนต์ไทย: จากทศวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน สู่ภาวะตลาดแยกส่วน “K-Shaped”

June 22, 2026
Feature

รถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดที่มีจำหน่ายในปี 2026 – ผลการทดสอบการชนล่าสุด

June 17, 2026
Volvo EX30 มาตรการแก้ปัญหาถาวรและการเยียวยาประวัติศาสตร์ "วันละ 1,000 บาท"
Insights

Volvo EX30 มาตรการแก้ปัญหาถาวรและการเยียวยาประวัติศาสตร์ “วันละ 1,000 บาท”

June 7, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.