• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews

Subaru Forester 2.0i-S 2020 ขับดี สมดุลเยี่ยม ภายในกว้างขวาง ปลอดภัย แถมลุยได้จริง

What Car? Team by What Car? Team
March 12, 2020
in Reviews, Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

เอสยูวีขนาดกลางที่มาพร้อมความสามารถรอบด้าน ขับดี ภายในกว้างขวาง อเนกประสงค์ อุปกรณ์ครบ และยังมีความสามารถด้านออฟโรดที่ใช้งานได้จริง ราคา 1,380,000 บาท

           Subaru อาจเป็นค่ายรถที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าถึงมากนัก ค่ายนี้มีชื่อเสียงมายาวนานและโด่งดังในระดับโลกแต่เพิ่งเริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ จุดเด่นที่สร้างชื่อให้กับ Subaru คือเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนซึ่งคิดค้นขึ้นเป็นเจ้าแรกๆ ของวงการ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยขับขี่ Eyesight, Subaru Global Platform และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร รถยนต์ Subaru รุ่นใหม่มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับการใช้งานที่ครบครันรอบด้าน คุณภาพที่เหนือกว่าจึงมาพร้อมกับราคาค่าตัวที่สูงกว่ารถญี่ปุ่นรุ่นราวคราวเดียวกัน

            ตอนนี้ Subaru มาเปิดโรงงานประกอบในประเทศไทยแล้ว รถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตที่บ้านเราคือ All-New Subaru Forester แน่นอนว่าประกอบในประเทศราคาค่าตัวก็ต้องถูกลง โดยรุ่น 2.0i-S ที่เราจะมารีวิวในวันนี้ราคาลงมาที่ 1.38 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่แข่งขันได้กับกลุ่มรถเอสยูวีขนาดกลางที่มีขายในไทยอย่าง Honda CR-V, Mazda CX-5, Nissan X-Trail แต่เราเชื่อว่าจุดเด่นที่เหนือกว่าของ Forester ดีพอที่จะเอาชนะคู่แข่งทุกคันได้ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นมันต้องผ่านการขับทดสอบของเราซะก่อน

 

1 of 27
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

สเปครถยนต์

Brand:Subaru
Product Name:Forester 2.0i-S
Body Style:SUV
Description:เอสยูวีขนาดกลาง 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 4 สูบนอน BOXER 2.0 ลิตร
Fuel Consumption:13.8 กม./ลิตร
Fuel Type:เบนซิน
Make:Subaru
Max Power:145 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
Max Torque:196 นิวตันเมตร ที่ 4,00 รอบต่อนาที
Model:Subaru Forester 2.0i-S
Price Guide:1,380,000 บาท
Release Date:พฤศจิกายน 2018
0-100 km/h:12.95 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT

ขับดีทุกสถานการณ์

            Forester มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Boxer 4 สูบนอน ความจุ 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ ข้อดีของเครื่องสูบนอนก็คือความสมดุลและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากลักษณะของเครื่องยนต์ที่วางไว้ต่ำใกล้กับพื้นถนนกว่าพวกเครื่องสูบเรียงหรือสูบวี มันเห็นผลในตอนเข้าโค้งที่รถจะนิ่งเกาะถนนและควบคุมง่ายกว่า พละกำลังที่ได้จากขุมพลังบล็อก FB20 คือ 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive นี่คือเอกลัษณ์ที่ไม่มีค่ายไหนทำ แต่ Subaru เลือกจะแตกต่างในแนวทางของตัวเองจนได้เปรียบกว่าคู่แข่งอื่นๆ

            ตัวเลขแรงม้าแรงบิดดูเหมือนจะน้อยนิดไปหน่อยแต่ขับจริงแล้วไม่อืดอาดชักช้า ขับในเมืองสามารถเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ จังหวะเร่งแซงแบบฉับพลันเครื่องยนต์ก็ถ่ายทอดกำลังออกมาตั้งแต่รอบต่ำต่อเนื่องไปจนถึงรอบปานกลาง พร้อมกับความเร็วที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นแบบนุ่มๆ อุปนิสัยของรถจะมีความสุภาพนุ่มนวลไม่ใช่แนวดิบกร้าวทั้งนี้ก็เพราะรถใช้เกียร์ CVT นั่นเอง

            บางคนอาจไม่ชอบความสมูธนุ่มนวลของเกียร์ CVT ที่ดูจืดชืดไม่มีเสียงกระชากของเครื่องยนต์ แต่เกียร์ของ Forester ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น โอเคล่ะว่ามันให้อารมณ์สนุกแบบพวกเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ไม่ได้ แต่เกียร์ CVT ชุดนี้ก็ช่วยรถให้เร่งออกจากแยกไฟแดงได้อย่างรวดเร็ว เผลอแป๊ปๆ ก็ 100 กม./ชม. แล้ว เกียร์ Lineartronic มีการเปลี่ยนอัตราทดที่ต่อเนื่องและลื่นไหล ช่วยให้การตอบสนองต่อการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในจังหวะตั้งแต่เริ่มออกตัว จังหวะคิ๊กดาวน์ต้องเหยียบค่อนข้างลึกหน่อยก่อนเกียร์จะชิฟท์ดาวน์แบบนุ่มๆ เพื่อเรียกกำลังเร่งแซง

            Subaru รู้ข้อจำกัดของเกียร์ CVT ที่อาจไม่ถูกใจขาซิ่งสักเท่าไรจึงได้ใส่โหมดเกียร์ M มาให้เพื่อคอยบริการคนที่ชอบสับเกียร์ด้วยตัวเอง การตอบสนองของเกียร์ M แอบมีดีเลย์เล็กน้อย แต่เราก็รู้สึกมันส์กว่าขับเกียร์ D ปกติขึ้นมานิดหน่อย ที่สำคัญเกียร์ M นี้จะช่วยได้มากขณะขับขึ้น-ลงทางลาดชัน ช่วยหน่วงช่วยลากรอบทำเอนจิ้นเบรก

            Forester ใหม่พัฒนาบนแพล็ตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า Subaru Global Platform จุดประสงค์ของการคิดค้นแพล็ตฟอร์มนี้คือเพื่อเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ ลดการสั่น ลดการโคลง ลดเสียงรบกวน และเพิ่มการบังคับควบคุม ประกอบกับมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ดังนั้นคุณภาพการขับขี่ของเอสยูวีคันนี้จึงดีงามมาก ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังดูดซับแรงกระแทกจากหลุมบ่อได้ดีจากการปรับเซ็ตมาเพื่อเอาใจคนมีครอบครัวเป็นหลัก มันนุ่มนวลแต่ไม่ย้วยทำให้สาดโค้งความเร็วสูงแล้วยังนิ่งอยู่ ประกอบกับความแน่นหนึบ เกาะถนน และนิ่งสนิทเมื่อใช้ความเร็วสูงในทางตรง มันจึงมอบความมั่นใจให้กับผู้ขับได้เป็นอย่างดี ระหว่างทางทดสอบเราเจอฝนกระหน่ำลงมาแต่ด้วยความยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร เราจึงกล้าใส่เต็มแบบไม่กลัวหลุด ซึ่งรถก็มีการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมและให้ความรู้สึกไม่ต่างจากขับถนนแห้งเลย

            ระบบบังคับเลี้ยวของ Forester เป็นอีกจุดที่น่าชื่นชม มันมีความแม่นยำและเฉียบคม ไม่ว่าจะขับความเร็วต่ำในเมืองหรือแล่นผ่านโค้งซิกแซกซ้ายขวาก็ให้ความมั่นใจได้ดีเพราะมีน้ำหนักที่เป็นธรรมชาติ อัตราทดพวงมาลัยปรับเซ็ตมาเหมาะสมทำให้ไม่รู้สึกว่าคุมยาก หน้ารถตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้ไว กะระยะเลี้ยวโค้งต่างๆ ได้ง่ายและเบาแรง

            ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อให้ความมั่นใจและเอาอยู่ทุกช่วงความเร็ว การตอบสนองของแป้นเบรกอยู่ในระดับที่ดี ไม่ต้องเหยียบลึกมากก็เริ่มรู้สึกถึงความหน่วง มันตอบสนองต่อน้ำหนักที่เหยียบอย่างตรงไปตรงมา ทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักการเบรกและกะระยะเบรกได้อย่างเที่ยงตรง เบรกหนักหน้ารถจะจิกลงพื้นด้วยความนิ่ง ท้ายไม่มีการส่ายสะบัดหรือเสียการทรงตัว

            Forester ป้องกันเสียงรบกวนได้ดีตามมาตรฐานรถญี่ปุ่น เสียงลมเริ่มเล็ดลอดเข้ามาที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เสียงยางบดถนนเริ่มดังที่ 70 กม./ชม. เสียงเครื่องยนต์แทบไม่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารเมื่อยู่ในรอบเดินเบา และจะดังแผ่วๆ ตอนขณะขับ ขณะที่แรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ก็แทบไม่มี จังหวะเร่งเครื่องนั่นแหละถึงจะรู้สึก

            จุดเด่นที่ Forester มีเหนือคู่แข่งในพิกัดเดียวกันก็คือระบบขับเคลื่อน X-MODE นี่คือระบบที่คิดค้นมาเพื่อการลุยทางออฟโรดโดยเฉพาะ คู่แข่งอื่นๆ ที่บอกว่าขับสี่ AWD เอาจริงแล้วแทบจะลุยออฟโรดไม่ได้เลย แต่กับเอสยูวีคันนี้นั้นตรงกันข้าม แม้ความสูงใต้ท้องไม่ได้ทำมาเพื่อลุยโหดๆ แต่ถ้าจำเป็นก็พอจะฟันฝ่าไปได้ด้วยความยอดเยี่ยมของ X-MODE ที่สามารถเลือกปรับระบบการขับเคลื่อนและการส่งกำลังได้ตามสภาพพื้นผิวตั้งแต่โคลนตมไปจนถึงหิมะ แบบนี้สะใจขาลุยแน่นอน

            ข้อด้อยอย่างเดียวของ Forester ก็คือรถคันนี้ไม่ใช่รถที่ประหยัด จากการที่เครื่องยนต์ต้องทำงานคอยปั่นล้อทั้งสี่อยู่ตลอดเวลา มันจึงกินจุกว่ารถ AWD อื่นๆ พอตัว จุดนี้คุณต้องยอมรับเพราะมันเป็นสัจธรรมของรถขับสี่ AWD แต่ถ้าแลกมาด้วยคุณภาพกาขับขี่ที่ยอดเยี่ยมมันก็ไม่น่ากังวลอะไร

            Forester 2.0i-S เป็นรุ่นรองจาก 2.0i-S Eyesight ดังนั้นพวกระบบช่วยขับทั้งลายจึงยังมีไม่มากเท่า เราลองใช้ครูสคอนโทรลขับไหลๆ ทางไกลพบว่าให้ทั้งความสบายและอัตราสิ้นเปลืองที่น่าพอใจ ในจังหวะขึ้นเนินเมื่อรอบเครื่องเริ่มตก เกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงมาโดยอัตโนมัติเพื่อชดเชยรอบเครื่องเพื่อเลี้ยงความเร็วไว้ กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างนุ่มนวลโดยที่คุณไม่ต้องไปพะวงกับมันเลย

ดีไซน์เน้นอนุรักษ์นิยม

            Forester เป็นรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งที่มีรูปลักษณ์ภายนอกออกแนวอนุรักษ์นิยม คือดูเป็นรถเอสยูวีสายลุยมากกว่าสายสปอร์ตที่เน้นขับหล่อๆ บนทางดำ ด้วยตัวถังทรงเหลี่ยมทำให้มิติตัวรถดูสูงใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ได้มาคือพื้นที่ภายในกว้างขวาง โปร่งสบายไม่อึดอัด และตำแหน่งนั่งขับที่สูงลิ่ว มองเห็นทัศนวิสัยรอบคันอย่างชัดเจน

            หน้ารถโดดเด่นด้วยไฟ Daytime running light รูปทรงตัว C ดูโฉบเฉี่ยว รับกับกระจังหน้าโครเมี่ยมและกันชนหน้าอย่างลงตัว เส้นสายด้านข้างมีความแข็งแกร่งสื่อถึงภาพรถสายลุยชัดเจน ชายล่างตัวถังเป็นแถบพลาสติกสีดำเอาไว้ลุยโดยไม่ต้องกลัวเปื้อน มีราวหลังคามาพร้อมสำหรับติดอุปกรณ์เสริม รุ่น 2.0i-s มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง 225/55 R18 ขนาดพอเหมาะกับทุกสไตล์การขับขี่ ท้ายรถให้อารมณ์เหมือนรถ PPV ที่มีขายในบ้านเรา ดูเหลี่ยมๆ แข็งๆ ส่งต่อภาพรถสายลุยชัดเจน โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ดีไซน์ทันสมัยและสปอยเลอร์หลังคาเพิ่มความสปอร์ต

            จบเรื่องราวของดีไซน์ภายนอก เปิดประตูเข้ามาข้างในก็จะพบกับกลิ่นอายของความเป็นอนุรักษณ์นิยม ห้องโดยสารมีความโปร่งโล่ง เพดานหลังคาสูง พื้นที่เบาะหน้าและเบาะหลังกว้างขวาง ไม่ว่าคุณจะมีขนาดตัวเท่าไรก็สามารถใช้ชีวิตไปกับ Forester ได้อย่างไม่อึดอัด เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า กระจกแต่ละบานขนาดใหญ่เบิ้มให้อารมณ์เหมือนรถกระบะ เบาะนั่งเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ซึ่งจะไม่นุ่มสบายเท่าหนังแท้อยู่แล้ว แต่เบาะยังมีรูปทรงที่โอบกระชับดี เราสังเกตว่าภายในมีพลาสติกแข็งจำนวนมาก จุดนี้ถ้าใครซีเรียสเรื่องความพรีเมี่ยมอาจไม่ปลื้มแต่คุณภาพการประกอบถือว่าแน่นหนาดีมาก

            แดชบอร์ดมีการออกแบบที่ทันสมัย หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 8 นิ้วมีความคมชัด สีสันกราฟิกสวยงาม การตอบสนองเร็วดี มีระบบนำทางมาเป็นมาตรฐาน เครื่องปรับอากาศยังเป็นแบบปุ่มหมุนให้ปรับกันง่ายๆ จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือหน้าจอ MID ขนาด 6.3 นิ้วแสดงผลระบบขับเคลื่อนของรถ ติดตั้งอยู่ด้านบนของแดชบอร์ด จอนี้บอกข้อมูลละเอียดยิบทั้งอุณหภูมิภายนอก นาฬิกา อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง ระบบขับเคลื่อน องศาการเคลื่อนที่ของรถ คำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และสถานะการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ X-Mode ถ้าใครที่ขับรถมายาวนาน ข้อมูลพวกนี้ถือว่าสำคัญมาก รถน้อยรุ่นที่จะบอกข้อมูลให้คุณทราบได้ครบขนาดนี้

            หลายๆ ส่วนภายในห้องโดยสารของ Forester ยังคงความเรียบง่ายไว้ พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล มีแพดเดิลชิฟท์เล็กๆ ที่ด้านหลัง หน้าปัดยังเป็นแบบเข็มอนาล็อก 2 วง วัดรอบและวัดความเร็ว ดูสะดวดสบายตา กึ่งกลางเป็นหน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ คันเกียร์จับกระชับมือ มีตำแหน่ง M สำหรับเลือกเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง ถัดลงมาเป็นปุ่ม X-Mode สำหรับปรับโหมดการขับขี่ออฟโรดตามสภาพพื้นผิว ตกแต่งด้วยพลาสติกสีเงินและมีไฟเรืองแสงสีแดง

อเนกประสงค์ของครอบครัว

            จากความกว้างขวางของห้องโดยสาร Forester จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ ทุกคนสามารถนั่งได้อย่างสะดวกสบายพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำพวกช่อง USB และช่องจ่ายไฟที่เพียงพอ  ช่องเก็บของภายในรถมีมากมาย ขณะที่ห้องเก็บสัมภาระก็เพียงพอสำหรับการเดินทางวันหยุด พื้นห้องราบเสมอขอบกันชนเพิ่มความสะดวกในการขนของ ประตูท้ายเป็นระบบไฟฟ้าเปิด-ปิดง่าย เบาะหลังพับแยกแบบ 60/40 เพิ่มพื้นที่สัมภาระได้อีกบานเบอะ แถมพับแล้วยังราบเป็นพื้นเดียวกันกับห้องสัมภาระท้าย สะดวกมากๆ ถ้าต้องขนกล่องลังใบใหญ่ๆ

            Forester นับเป็นรถอเนกประสงค์ที่ครบครันและยอดเยี่ยมในหลายๆ ด้าน ภายใต้หน้าตาภายนอกที่ดูธรรมดา รถคันนี้มาพร้อมกับอาวุธลับที่ใครก็ตามเมื่อได้ลองขับเป็นต้องติดใจ การมุ่งพัฒนาเครื่องยนต์สูบนอนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ Subaru เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือสมดุลการขับขี่และการควบคุมที่เหนือกว่าคู่แข่งค่ายอื่นๆ ประกอบกับความยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตรและ Subaru Global Platform ทำให้เอสยูวีคันนี้มีคุณภาพการขับขี่ดีงามอย่างที่สุด เป็นรถที่ขับง่าย ลุยทางวิบากได้มากกว่าคู่แข่งร่วมคลาส ขนคนและสิ่งของได้เยอะ รวมถึงอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยต่างๆ ก็มีมาให้อย่างครบครัน

            ราคา 1.45 ล้านบาทเมื่อเทียบกับสิ่งที่ Forester 2.0i-S มอบให้ มันคุ้มค่ามากสำหรับคนรักการขับรถและใส่ใจในรายละเอียดของการขับขี่ ความสมดุล ความนุ่มนวล ความปลอดภัยบนท้องถนน คือสิ่งที่คุณจะได้พบเมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัยของเอสยูวีคันนี้ ข้อสังเกตเดียวคือนี่ไม่ใช่รถที่ประหยัด ถ้าคุณซีเรียสเรื่องนี้ก็ลองพิจารณาดูว่ารถคันนี้เหมาะกับคุณหรือไม่ แต่สำหรับเราแล้ว Forester คือรถที่ขับดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่ง และมันเอาชนะคู่แข่งร่วมคลาสในด้านการขับขี่และความสามารถด้านออฟโรดได้ทั้งหมด

The Review

Subaru Forester 2.0i-S

4.2 Score

Forester เป็นเอสยูวีครอบครัวที่ดีเยี่ยมรอบด้าน ขับดี กว้างขวาง นุ่มสบาย อนเกประสงค์ และลุยได้จริงในทางที่ไม่โหดเกืนไป คุ้มค่าเมื่อเทียบราคาค่าตัวกับสิ่งที่ได้รับ

PROS

  • เครื่องยนต์สูบนอน Boxer จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ให้สมดุลการขับขี่ที่ดี
  • ระบบขับเคลื่อน X-MODE ช่วยให้ลุยทางออฟโรดที่ไม่โหดมากได้ดีกว่าคู่แข่งทั้งหมด
  • Subaru Global Platform ลดเสียงดัง ลดการสั่นสะเทือน เพิ่มความแข็งแรง
  • ภายในโปร่ง กว้างขวาง เบาะหลังนั่งสบาย
  • ภายในมีความอเนกประสงค์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
  • มีหน้าจอแสดงข้อมูลขับขี่แยกต่างหากที่ด้านบนของแดชบอร์ด
  • ระบบความบันเทิงมีฟังก์ชั่นครบและลื่นไหล

CONS

  • รูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่ถูกใจคนชอบความสปอร์ต
  • เบาะนั่งเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ซึ่งจะไม่นุ่มสบายเท่าหนังแท้
  • การตกแต่งภายในยังไม่พรีเมี่ยมเท่าคู่แข่ง

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine & Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Subaru Forester 2.0i-S DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿1380000
  • Subaru
    ฿1380000 Buy Now
Tags: ForesterSUBARU

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1059 shares
    Share 424 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.