C8 Preliator XXV มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร รีดพละกำลังได้ถึง 800 HP (แรงม้า) บนแชสซีส์ที่ประกอบจากเมืองคอเวนทรี
โครงสร้างแชสซีส์ที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรีมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวงการยานยนต์ดังนี้:
- เมืองแห่งยานยนต์ของอังกฤษ (UK’s Automotive Capital): เมืองคอเวนทรี (Coventry) ประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์กลางและหัวใจทางประวัติศาสตร์ด้านวิศวกรรมยานยนต์ของสหราชอาณาจักร เป็นถิ่นกำเนิดของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Jaguar, Rover, Triumph และผู้เชี่ยวชาญด้านงานโลหะและแชสซีส์ระดับโลก
- การใช้วิศวกรรมระดับผู้เชี่ยวชาญ: Spyker ไม่ได้สร้างโครงสร้างแชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียม (Aluminium Spaceframe Chassis) ขึ้นเองในเนเธอร์แลนด์ แต่ใช้วิธีว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Contractor) ในคอเวนทรีที่มีความชำนาญสูงด้านงานขึ้นรูปอะลูมิเนียมและการขึ้นโครงสร้างรถสปอร์ตน้ำหนักเบา เพื่อให้ได้แชสซีส์ที่มีความแข็งแกร่งและแม่นยำสูงสุด
- ตอกย้ำคุณค่าสไตล์ Hand-crafted: การเลือกลูกจัดสร้างแชสซีส์จากแหล่งวิศวกรรมระดับท็อปของอังกฤษ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ มรดกความเก๋า และคุณค่าให้กับตัวรถ C8 Preliator XXV ในฐานะซูเปอร์คาร์งานประกอบมือระดับคัสตอม
ภาพจำที่มีต่อ Spyker รถสปอร์ตทำมือระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ในประเทศไทย อาจหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปในช่วงปีประมาณ 2549 เมื่อครั้งที่ ‘คุณตั๋ม – วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารสาวเก่งแห่ง เอสแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ออโตโมบิลส์ ได้ไปนั่งเปิดใจในรายการระดับตำนานอย่าง ทไวไลท์โชว์ (Twilight Show) ของ ต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์
ในยุคที่วงการยานยนต์เมืองไทยถูกคุมบังเหียนด้วยผู้บริหารสุภาพบุรุษเป็นหลัก การปรากฏตัวของ ‘ซุปเปอร์สตรี’ ทายาทตระกูลดังผู้นำเข้ารหัสพันธุกรรมความเก๋าด้านยนตรกรรมมาจากคุณพ่อ (วิเชียร ลีนุตพงษ์) จึงกลายเป็นกระแสฮือฮา เธอประเดิมงานนำเข้าสปายเกอร์ ผสานความหลงใหลในแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่าง Louis Vuitton ที่เข้ามาคัสตอมห้องโดยสารเฉพาะคันได้อย่างลงตัว
นี่มันไม่ใช่รถยนต์ มันคืองานวิศวกรรมผสมผสานกับงานศิลปะอย่างลงตัวยอดเยี่ยม ใครได้ผู้โชคดีที่ได้ครอบครองเก็บไว้ถึง พ.ศ. นี้…?
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน Spyker แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติดัตช์กลับมาอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปนานหลายปี โดยทำการปัดฝุ่นคืนชีพซูเปอร์คาร์ C8 อีกครั้ง – พร้อมวางแผนพัฒนา SUV ของค่ายให้เสร็จสิ้น หลังจากการเปิดตัวรถต้นแบบครั้งแรกผ่านไปแล้วถึง 2 ทศวรรษ
หลังจากผ่านมรสุมการล้มละลายและข้อพิพาททางกฎหมายอันยาวนาน Victor Muller ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ได้สิทธิ์ในการใช้ชื่อแบรนด์อันเป็นตำนานนี้กลับคืนมาเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หุ้นขนาดใหญ่ของ Spyker ได้ถูกขายให้กับ Volodymyr Nosov มหาเศรษฐีด้านคริปโทเคอร์เรนซีเชื้อสายยูเครน ซึ่งกลายเป็นชนวนสำคัญในการขับเคลื่อนการกลับมาในครั้งนี้
รถยนต์คันแรกในยุคใหม่ของบริษัทคือ C8 Preliator XXV Coupé ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก C8 Preliator ที่เคยนำมาเผยโฉมในงาน Geneva Motor Show เมื่อปี 2016 ตัวรถยังคงสะท้อนถึงมรดกตกทอดของ Spyker ในฐานะผู้ผลิตเครื่องบินช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยล้อลายใบพัดเครื่องบิน และไฟท้ายที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายกับท่อท้ายท่อนจุดระเบิด (Afterburner) ของเครื่องบินขับไล่
C8 XXV สร้างขึ้นบนโครงสร้างแชสซีส์แบบสเปซเฟรมอะลูมิเนียม ซึ่งประกอบโดยผู้รับเหมาในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 800 HP (แรงม้า) และแรงบิด 737 lb-ft (1,000 นิวตันเมตร) ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ตัวรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 217 mph (349 กม./ชม.) แต่ทาง Spyker ระบุว่า มุ่งเน้นการสร้างอารมณ์ร่วมและการตอบสนองในการขับขี่มากกว่าการทำความเร็วเพียงอย่างเดียว
ห้องโดยสารภายในแทบจะปราศจากหน้าจอสัมผัส โดยมีเพียงหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า HUD (Head-Up Display) เท่านั้นที่เป็นพื้นผิวระบบดิจิทัล ส่วนชุดสวิตช์ควบคุมและมาตรวัดต่างๆ ถูกตั้งใจออกแบบให้เป็นระบบ “แอนะล็อก” ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมี ‘Butterfly Mode’ ที่เปิดฝาตัวถังทุกชิ้นออกเพื่อให้แสดงโชว์ชิ้นส่วนได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว รวมถึงส่วนของห้องเครื่องยนต์ด้วย
C8 XXV จะถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 25 คันเท่านั้น แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ แต่ Spyker วางกลุ่มเป้าหมายไปที่ระดับอภิมหาเศรษฐีมหาเศรษฐีในเฟสใหม่นี้
ด้วยเหตุนี้ ค่ายรถจึงเลือกเปิดตัวครั้งแรกในงาน The Quail ซึ่งเป็นงานรวมพลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสัปดาห์ Monterey Car Week ในสหรัฐอเมริกา

นอกจากซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่แล้ว Spyker ยังเปิดเผยว่ากำลังพิจารณาที่จะกลับเข้าสู่วงการแข่งรถความอึด Endurance ในรุ่น GT3 และ “คาดว่าจะ” พัฒนา SUV รุ่น D8 Peking-to-Paris ให้เสร็จสมบูรณ์
รถ SUV คันนี้เคยเผยโฉมในรูปแบบรถต้นแบบ D12 Concept เป็นครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show เมื่อปี 2006 แต่เวอร์ชันการผลิตจริงไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UFZTeoU9NKwQ7kNvwFS1HbY&_nc_oc=Adomy-nw3MXe4aDL2iTkXRN6a_aMTjTn36Cn8iXmrs35qW9_uI4xNkQIQfZbPzp4_rv__JK9g0JC2Bnsm4PqRWBk&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=iRzrpLfD_0Y3PYIbs0ZMtg&_nc_tpa=Q5bMBQLr_CKPhLSCGqnOMBY_XxI_ANCWW3KX9ClNeP_rK3-fIEyk3UcEGkGrQbN1xfhAQXiWXZwHyrbp&oh=00_AQJzeW2gF1zb3vzlkpQsMXwBAjXyJf72mtTKKTlXaEeU1w&oe=6AA44ACA)



